ยายสำอางวณิพกเมืองสุพรรณ

วณิพกเมืองสุพรรณ ประวัติยายสำอาง

วณิพกเมืองสุพรรณ ยายสำอางเกิดเป็นลูกคนจีน ผู้เป็นพ่อจึงไม่ค่อยชอบลูกสาวเท่าไรนัก ประกอบกับแกเป็นเด็กขี้โรคพ่อ แม่จึงนำแกไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัด ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลาวัดบางน้อย โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาเก็บไปเลี้ยงหรือจะตาย และได้มีวณิพกสองผัว เมียมาเจอจึงได้เก็บยายสำอางไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และสองผัว เมีย ครอบครัวมีความยากจน จึงต้องอุ้มยายสำอางเร่ร่อนออกร้องเพลงขอทานไปด้วย และยายสำอางก็ได้มีอาการเจ็บตาในวัยเด็กและตาแกก็บอดในที่สุด และจากการที่แกได้ฟังเพลงขอทานมาทุกวันจึงซึมซับเข้ามาในตัวแกทีละน้อย

จนในที่สุดแกก็ร้องเพลงขอทานได้อย่างเชี่ยวชาญเลยทีเดียว แกเป็นคนอารมณ์ดีคุยสนุก ร้องเพลงขอทานได้ดี ไม่ว่าเพลงเร็ว เพลงช้าก็สามารถเรียกน้ำตาคนฟังได้เลย และสามีของยายสำอางได้เสียชีวิตไปแล้วถึงสามคนและได้อยู่กับสามีคนปัจจุบันได้4-5ปีถึงได้เสียชีวิตลง

เพลงขอทาน

เพลงขอทานที่ร้องจะเกี่ยวกับเรื่องนิทานพื้นบ้านนำมาร้องเข้ากับดนตรีที่แกตีเองให้เข้ากับเนื้อเพลงอย่างพวกขุนช้างขุนแผน พระรถเมรี เป็นต้น 

เสียชีวิตแล้วยายสำอาง

ยายสำอางได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราด้วยวัย 71ปี และแกไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนคนที่มาในงานศพของแกนั้นไม่กี่คน ก่อนที่ยายสำอางจะเสียชีวิตสามีคนปัจจุบันได้เล่าว่าแกไม่ได้ออกไปร้องเพลงขอทานแล้ว จะออกไปร้องก็ต่อเมื่อมีคนมาจ้าง และแกก็ได้ทำอาชีพเหลาไม้ปิ้งไก้ขายในราคามัดละ4บาทมี120อันในหนึ่งมัด วันหนึ่งแกจะเหลาได้20มัด และในคืนที่แกเสียชีวิตนั้น แกได้ตื่นจะมาเข้าห้องน้ำแล้วได้มีอาการไอแล้วก็ล้มฟุบลง สามีแกจึงเดินไปอุ้มแกขึ้นมา พบว่าแกได้เสียชีวิตแล้วและได้มีเลือดออกมาทางปากเป็นจำนวนมาก

เมื่อได้รับรู้เรื่องราว หรือประวัติของยายสำอางแล้วก็ทำให้สงสารยายสำอางที่ต้องมีชีวิตลำบากเพียงเพราะต้องเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงของคนจีนเท่านั้นเองเหรอ และได้มีการนำยายสำอางมาทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะเป็นยังไง จิตใจของพ่อ แม่ แต่ก็ยังโชคดีของยายสำอางที่มาเจอคนใจบุญถึงจะไม่มีเงินทองเลี้ยงดูยายสำอางได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังเลี้ยงให้แกได้มีชีวิตอยู่มาได้ถึง71ปี

และการที่แกเสียชีวิตลง และแอ๊ดคาราบาวได้ติดต่อขอเป็นเจ้าภาพในงานศพยายสำอางด้วย และแอ๊ดคาราบาวได้มีการทำเพลงเกี่ยวกับชีวิตของยายสำอางแม่เพลงขอทานแห่งเมืองสุพรรณไว้ให้ได้ฟังกันด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติวันสงกรานต์

ประวัติวันสงกรานต์ วันนี้เราจะมาบอกประวัติวันสงกรานต์สำหรับคนที่ยังไม่รู้ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์วันนี้เราเลยจะมาบอกเรื่องเล่าของวันสงกรานต์ที่สำหรับคนนั้นยังไม่รู้กันค่ะ

มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาว่า และก็หน้าจะจารึกวัดเซตุพนฯซึ่งได้กล่าวไว้ว่าประดับความรู้ของสาธุชนทั้งหลายดังต่อไปนี้  เมื่อต้นภัทรกัลป์มีเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีเงินทองมากแต่ว่าไม่มีบุตรบ้านอยู่ใกล้นักเลงสุรานักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ผิวเนื้อดุจทอง ซึ่งว่าวันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปในบ้านของเศรษฐีแล้วได้ด่าเศรษฐีด้วยถ้อยคำที่หยาบคายท่านเศรษฐีนั้น

ได้ถามว่าเจ้าเข้ามาในบ้านของข้าแล้วเจ้ามาด่าข้าด้วยเหตุผลอะไรซึ่งนักเลงสุรานั้นตอบกับท่านเศรษฐีว่าท่านนั้นมีเงินมากมายแต่ไม่มีลูกแต่กลับผมนั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่ว่ากลับมีลูกถึงสองคนพอท่านเศรษฐีนั้นได้ฟังจึงพยักหน้าจากนั้นนักเลงสุราพูดต่อว่าเมื่อท่านนั้นตายไปสมบัตรที่ท่านนั้นมีก็ไม่มีคนสืบทอดและนักเลงสุรานั้นพูดขึ้นอีกว่าลูกของเขานั้นมีผิวที่งดงามนักเลงสุรานั้นตอบอีกว่าตัวเขานั้นมีดีกว่าท่านเศรษฐีพอท่านเศรษฐีนั้นฟังจบก็อยากมีลูกบ้างจึงไปบนบานศาลกล่าวขอลูกแต่ก็อยู่มาสามปีก็ไม่มีลูกเมื่อขอลูกจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ดังปรารถนาแล้วอยู่มาวันหนึ่ง 

ถึงฤดูคิมหันต์ โลกสมมุติว่าเป็นมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษซึ่งคนทั้งหลายพากันเล่นนักขัตฤกษ์เป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ทั่วชมพูทวีป แต่ว่าในขณะที่เศรษฐีนั้นพาบริวานไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย ซึ่งเอาข้าวสารซาวเจ็ดน้ำแล้วก็หุงบูชาซึ่งได้ตั้งจิตและอธิฐานขอบุตรจากรุกขพระไทรรุกขพระไทรมีความกรุณาเหาะไปขอลูกให้กับท่านเศรษฐี

ซึ่งพระอินทร์นั้นจึงให้ธรรมบาลเทวบุตรนั้นลงไปเกิดในครรภ์บิดามารดาขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วจึงปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำและเมื่อกุมารนั้นโตขึ้น ก็รู้ภาษานกแล้วเรียนจบไตรเทพเมื่ออายุได้ 8 ขวบนั้นได้เป็นเป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ ชาวชมพูทวีปทั้งปวงซึ่งในตอนนั้นโลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งนั้นได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง

และเมื่อกบิลพรหมแจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของมนุษย์บนโลกทั้งหลายจึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับงานบุญบั้งไฟ

  ตำนานงานบุญบั้งไฟ งานบุญบั้งไฟเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีในจังหวัดทางแถบทางภาคอีสาน

โดยถึงเรียกว่างานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของภาคอีสานเลยทีเดียวก็ว่าได้ซึ่งจะจัดงานกัน ในช่วงวันออกพรรษาโดยจะยึดเอาวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปีในการจัดงานซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ในตอนกลางวันจะมีการจัดกิจกรรมทางการออกร้านการกระบวนดอกไม้มีการเชิญชวนประกาศตามสื่อต่างๆให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางไปท่องเที่ยวและชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะนิยมไปชมความงามของบุญบั้งไฟกันในทุกๆปีและจะมีพากันไปเป็นจำนวนมากดูในช่วงหัวค่ำชาวบ้านจะพากันมาจับจองบริเวณริมแม่น้ำโขง

ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จัดงานบั้งไฟเนื่องจากงานบุญบั้งไฟคืองานที่ประชาชนจะไปชมความงามของลูกไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำคืนหนึ่งวิธีการเห็นไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำจำนวนหลายสิบลูกด้วยกันซึ่งหลายครั้งที่มีคนพยายามที่จะไปพิสูจน์ว่าดวงไฟเหล่านี้มาจากที่ไหนก็ไม่มีใครหาข้อสรุปได้โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการพ่นไฟออกมาจากปากพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคเอาไว้ว่าทิศใต้เมืองบาดาลแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของพญานาคตนหนึ่งที่มีนิสัยดุร้ายชอบรังแกผู้อื่นอยู่มาวันหนึ่งพญานาคตัวนี้อยากจะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถบวชได้

เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์ซึ่งทำให้พญานาคตอนนี้โกรธมากที่ไม่สามารถบวชพระได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องก็เดินทางมาพบกับพญานาควันนี้และได้สอนพระธรรมเทศนาจนพญานาคตอนนี้บรรลุในทางธรรมจึงขอปวารณาตนเป็นพุทธมามกะซึ่งมีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ขึ้นไปยังสูงสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่บนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลาหนึ่งพรรษาจึงค่อยกลับลงมาที่โลกมนุษย์

แล้วหน้าพญานาคตอนนั้นทราบเรื่องว่าพระเจ้ากำลังจะเสด็จกลับลงมาในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 พญานาคตนนั้นจึงได้พ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเป็นการฉลองที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกับและนี่เองคือตำนานความเชื่อเกี่ยวกับบุญบั้งไฟที่เกิดขึ้นเรามักจะเห็นทุกวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีมักจะมีลูกไฟเกิดขึ้นมาเป็นประจำโดยหาเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันขึ้น 15 เดือน 11 นี้จะไม่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาให้เห็นเลยจึงทำให้ความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลายปีจวบจนมาถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ ถือเป็นประเพณีของไทยเชื้อสายจีน บางจังหวัดก็จะมีการจัดพิธีที่ยิ่งใหญ่ และจะมีการกินเจรวมทั้งสิ้น 9วัน 9 คืน ผู้ที่กินเจจะต้องสวมชุดขาว สิ่งที่ควรรู้ของการกินเจ การกินเจห้ามกินเนื้อสัตว์ ห้ามพูดโหก ห้ามกินอาหารที่มีกลิ่นฉุน รวมไปถึงของมึนเมา งดอาหารรสจัด เปรี้ยว หวานเผ็ด เค็ม หรือพวกนม เนยก็กินไม่ได้ คนในจังหวัดภาคใต้ให้ความสำคัญกับประเพณีกินเจนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลกินเจมาก โดยจะจัดให้มีงานใหญ่โต มีการแห่ขบวนเทพต่างๆ มีการลุยไฟ แสดงอภินิหารให้ประชาชนได้ดู และจะมีนักเที่ยวพากันไปชมเทศกาลกินเจของชาวภูเก็ต นำรายได้เข้าจังหวัดอีกด้วย

การล้างท้องก่อนกิน

วิธีล้างท้องก่อนที่เราจะกินเจ วิธีนั้นไม่ได้ยุ้งยากมากมายอาไร แค่เราหยุดทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์และผักต้องห้ามในเทศกาลการกินเจ จะต้องหยุดก่อนวันกินเจจะมาถึง ล่วงหน้าสักหนึ่งถึงสองวันก็ได้ เพราะเชื่อกันว่าจะล้างอาหารที่ตกค้างที่อยุ่ในท้องเราออกให้หมด

เมนูที่เหมาะกับการเทศกาลกินเจ

เมนูง่ายที่เหมาะกับเทศกาลกินเจ และง่ายกับการทำและเป็นที่นิยมของคนกินเจ ไปไหนก็หาซื้อสะดวก หรือจะทำทานเองก็ง่ายจะยกตัวอย่างสักสองสามเมนู ต้มจับฉ่าย ปกติจับฉ่ายก็ใส่ผักเยอะอยู่แล้วและจะต้องมาทำในช่วงกินเจ ทำได้สบายๆเลย มาเมนูทอดหนีไม่พ้นพวก เผือกทอด เต้าหูทอด ข้าวโพดทอด อย่างพวกผัดก็พวกหมี่ซั่ว และผัดไทยเจ และมาในยุคปัจจุบันได้มีพัฒนาอาหารเจ ให้มีรูปร่างหน้าตา น่ารับประทานเข้าไปอีก

ประโยชน์ของการกินเจ

การกินเจมีประโยชน์ คือช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ลดการท้องผูกเพราะเราได้รับประทานผักเยอะ และยังช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยทำให้จิตใจสบายผ่อนคลาย และยังช่วยลดการฆ่าสัตว์ได้ด้วย การกินเจทำให้เราได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้ลดการเสี่ยงของการเกิดโรคได้หลายอย่าง 

สิ่งที่ควรรู้ในการกินเจ

 การจะกินอาหารเจได้นั้นจะต้องทานจากคนที่ถือศีล หรือกินเจเท่านั้น จาม ชามก็ห้ามใช้ปะปน และในสถานที่โรงเจห้ามให้ไฟในตะเกียงดับโดยเด็ดขาด ในเวลาเก้าวันนี้จึงต้องมีคนเฝ้าตะเกียงไว้ตลอด

การถือศีลกินเจนั้นจึงเป็นประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ได้ให้ความสำคัญในการรักษาศีล การถือศีลกินเจนี้ควรที่จะถือด้วยใจบริสุทธิ์ และควรถือด้วย กาย วาจา ใจ ไม่ว่าร้ายหรือคิดร้ายกับใคร 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ฝากขั้นต่ำ 100 บาท

พัฒนาการถ่ายภาพด้วยการฝึกทุกวัน

พัฒนาการถ่ายภาพด้วยการฝึก จริงอยู่ว่าการถ่ายภาพนั้นเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำกันได้เพียงแค่คุณมีกล้องสักตัว แต่การถ่ายภาพที่ดีนั้นมันจำเป็นต้องมีกล้องสักตัวที่มีราคาแพงด้วยหรือไม่ สิ่งแรกที่ทุกคนต่างก็เข้าใจผิดว่าการที่เห็นภาพสวยๆ นั้นเป็นว่าคุณภาพของกล้องทั้งหมด ถ้าในปัจจุบันนั้นคงสามารถตอบได้เลยว่า ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

เพราะในความเป็นจริงแล้วภาพทุกๆภาพนั้นต้องผ่านกระบวนการตัดต่อ หรือตกแต่งแก้ไขภาพในโปรแกรมมาแล้ว ถ้าจะมีภาพที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเข้ามาช่วยก็คงจะมีน้อยมากเลยก็ว่าได้ ถ้าเราจะเรียกมันว่า Capture The Moment ของจริงเลยนั้นก็คงจะเป็นกล้องฟิล์มเสียมากกว่า เพราะกล้องฟิล์มจะเป็นการถ่ายภาพที่คุณจะต้องรู้พื้นฐานตั้งแต่การใส่ฟิล์มจนกระทั่งค่าแสงต่างๆ เรียกได้ว่ายากมากถ้าหากเปรียบเทียบกับกล้องสมัยใหม่ พูดถึงการถ่ายภาพอะไรให้สวยแล้วนั้นก็กล่าวง่ายๆ เลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อกล้องตัวใหญ่ๆ ราคาแพงๆ

หรือคุณสมบัติของกล้องดีเลิศประเสริฐอะไรมากมายหรอก ลองจับกล้องตัวเล็กอย่างกล้องโทรศัพท์ หรือจะลองการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ หรือมีความฝันอยากที่จะทำงานในสายงานของช่างภาพนี้ สิ่งแรกเลยคือคุณจะต้องทำความเข้าใจของเรื่องมุมมองเสียก่อน แล้วค่อยๆ ทำความเข้าใจในเรื่องอื่นตามมา หรือจะลองหาหนังสือภาพ หนังสือสอนถ่ายภาพมาเป็นตัวช่วยเพื่อเปิดมุมมองของคุณให้กว้างขึ้น และลองถามตัวเองว่าคุณชอบการถ่ายภายมากน้อยแค่ไหน

ถึงต่อให้คุณไม่ได้อยากทำงานในสายงานนี้แต่แค่อยากจะถ่ายภาพสวย หลักการเดียวกันของคนที่อยากถ่ายภาพสวยไม่ว่าเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นคือ การที่คุณนั้นต้องฝึกการถ่ายภาพทุกวัน เพราะการฝึกถ่ายภาพทุกวันมันจะทำให้คุณสร้างความต่อเนื่องจากเมื่อวาน และวันก่อนๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นทีละนิด คุณจะสามารถหาจุดผิดจุดถูกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหากคุณทำมันแค่นานๆ ครั้ง การเรียนรู้มันจะไม่ต่อเนื่อง และอาจจะทำให้คุณลืมครั้งก่อนที่คุณได้เรียนรู้ หรือไม่เข้าใจจนต้องกลับไปทำความเข้าใจใหม่อีกรอบ

เรียกได้ว่ามันเสียเวลาเลยทีเดียว การถ่ายภาพทุกวันมันช่วยส่งเสริมศักยภาพของตัวคุณเอง และพัฒนาไปข้างหน้าเพิ่มขึ้น เพราะการถ่ายภาพจริงๆ แล้วนั้นมันแทบไม่ต้องมีหลักการอะไรมากมาย สิ่งแรกที่ทุกคนควรเข้าใจคือ การสร้างมุมมอง ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงเรื่อง องค์ประกอบภาพ แสง หรือความหมายของภาพ เพราะความผิดพลาดต่างๆ ที่คุณได้เริ่มฝึกนี่แหละที่จะทำให้คุณเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆ ของการถ่ายภาพได้เอง

 

ขอบคุณ Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้การสนับสนุน

การปลูกต้นไม้ประจำของแต่ละราศี 

การปลูกต้นไม้ประจำราศี  สำหรับการปลุกต้นไม้เราควรจะดูราศีของคนที่ปลูกแล้วหรือต้นไม้ที่เหมาะสมกับราศีนั้นนั้นเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนที่ปลูกมาดูกันว่าราศีไหนเหมาะกับต้นไม้อะไรบ้าง 

ราศีมังกรสำหรับชาวราศีมังกรต้นไม้ที่ควรปลูกจะมีต้นวาสนาและต้นกุหลาบซึ่งต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเสริมสร้างความร่ำรวยความเจริญรุ่งเรืองและเน้นเกี่ยวกับโชคลาภวาสนา 

ราศีกุมภ์คุณจะปลูกต้นเข็มเตือนเน้นเรื่องของความเฉลียวฉลาดส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับตัวเองและควรปลูกต้นเฟื่องฟ้าเพื่อเป็นการเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับคนในครอบครัวและตัวเองมีชื่อเสียงกว้างไกลดังกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ 

ราศีมีนเหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกต้นวาสนาเพื่อเพิ่มความมีโชคมีราบและมีอำนาจบารมี 

ราศีเมษควรจะปลูกมะยมเพื่อที่จะช่วยส่งเสริมให้มีแต่คนนิยมชมชอบให้คุณได้เป็นเจ้าคนนายคนคนใหญ่คนโตและควรปลูกต้นวาสนาเพื่อที่จะได้เป็นการส่งเสริมวาสนาที่มีอยู่ให้ดีขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม 

ราศีพฤกษกควรที่จะปลูกต้นโมกข์เพื่อจะช่วยให้ชีวิตของคุณมีแต่ความสุขสุขใสมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งยิ่งขึ้นไป 

ราศีเมถุนเหมาะกับการปลูกต้นทับทิมเพื่อให้คนในบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองและไม่มีอุปสรรคทั้งในเรื่องของหน้าที่การงานและชีวิตในครอบครัว 

ราศีกรกฎเหมาะกับการปลูกต้นกล้วยเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับคนถลอกข้างเป็นการเรียกโชคลาภเข้ามาหาคนภายในบ้านและอุดมไปด้วยบุญทานบารมี 

ราศีสิงห์เน้นให้ปลูกต้นขนุนเพื่อเป็นการเสริมสร้างบริเวณเรียกทองเรียกซับและความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ให้กับคนในบ้าน 

ราศีกันย์ควรจะปลูกต้นโป๊ยเซียนเพื่อความร่ำรวยมีอำนาจวาสนามีเงินทองไหลมาเทมามีคนช่วยเหลือเกือบกูลควรปลูกต้นโมกข์เพื่อค้ำจุนให้ชีวิตมีแต่ความสดใสเจริญรุ่งเรือง 

ราศีตุลคุณจะปลูกต้นพูด่างหรือต้นโกศลเพราะจะช่วยเสริมสร้างอำนาจบารมีและความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมีเงินทองไหลมาเทมาเป็นการเรียกทรัพย์สินเข้าบ้าน 

ราศีพิจิกคุณจะปลูกต้นว่านสี่ทิศเพื่อให้ช่วยแล้วคาดปลอดภัยจากภยันอันตรายต่างๆรวมถึงเป็นการเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาเทมาเข้าบ้าน ราศีธนูเหมาะกับการปลูกต้นแก้วเป็นการกวักเรียกโชคลาภวาสนาและในการขจัดปัญหาสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่ไม่เป็นมงคลออกจากชีวิตและยังเป็นการกวาดเรียกเงินเรียกทองเรียกทรัพย์สินความมั่งมีศรีสุขให้กับคนที่ปลูก 

หากใครต้องการปลูกต้นไม้ที่ช่วยเสริมบารมีให้กับตัวเองก็สามารถไปเลือกซื้อต้นไม้ดอกไม้ตามหลักของราศีเพื่อเพิ่มพูนบารมีให้กับราศีของตัวเองได้นะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนจาก เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน