ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับงานบุญบั้งไฟ

  งานบุญบั้งไฟเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีในจังหวัดทางแถบทางภาคอีสาน

โดยถึงเรียกว่างานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของภาคอีสานเลยทีเดียวก็ว่าได้ซึ่งจะจัดงานกัน ในช่วงวันออกพรรษาโดยจะยึดเอาวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปีในการจัดงานซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ในตอนกลางวันจะมีการจัดกิจกรรมทางการออกร้านการกระบวนดอกไม้มีการเชิญชวนประกาศตามสื่อต่างๆให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางไปท่องเที่ยวและชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะนิยมไปชมความงามของบุญบั้งไฟกันในทุกๆปีและจะมีพากันไปเป็นจำนวนมากดูในช่วงหัวค่ำชาวบ้านจะพากันมาจับจองบริเวณริมแม่น้ำโขง

ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จัดงานบั้งไฟเนื่องจากงานบุญบั้งไฟคืองานที่ประชาชนจะไปชมความงามของลูกไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำคืนหนึ่งวิธีการเห็นไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำจำนวนหลายสิบลูกด้วยกันซึ่งหลายครั้งที่มีคนพยายามที่จะไปพิสูจน์ว่าดวงไฟเหล่านี้มาจากที่ไหนก็ไม่มีใครหาข้อสรุปได้โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการพ่นไฟออกมาจากปากพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคเอาไว้ว่าทิศใต้เมืองบาดาลแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของพญานาคตนหนึ่งที่มีนิสัยดุร้ายชอบรังแกผู้อื่นอยู่มาวันหนึ่งพญานาคตัวนี้อยากจะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถบวชได้

เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์ซึ่งทำให้พญานาคตอนนี้โกรธมากที่ไม่สามารถบวชพระได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องก็เดินทางมาพบกับพญานาควันนี้และได้สอนพระธรรมเทศนาจนพญานาคตอนนี้บรรลุในทางธรรมจึงขอปวารณาตนเป็นพุทธมามกะซึ่งมีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ขึ้นไปยังสูงสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่บนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลาหนึ่งพรรษาจึงค่อยกลับลงมาที่โลกมนุษย์

แล้วหน้าพญานาคตอนนั้นทราบเรื่องว่าพระเจ้ากำลังจะเสด็จกลับลงมาในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 พญานาคตนนั้นจึงได้พ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเป็นการฉลองที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกับและนี่เองคือตำนานความเชื่อเกี่ยวกับบุญบั้งไฟที่เกิดขึ้นเรามักจะเห็นทุกวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีมักจะมีลูกไฟเกิดขึ้นมาเป็นประจำโดยหาเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันขึ้น 15 เดือน 11 นี้จะไม่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาให้เห็นเลยจึงทำให้ความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลายปีจวบจนมาถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub