ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับงานบุญบั้งไฟ

  งานบุญบั้งไฟเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีในจังหวัดทางแถบทางภาคอีสาน

โดยถึงเรียกว่างานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของภาคอีสานเลยทีเดียวก็ว่าได้ซึ่งจะจัดงานกัน ในช่วงวันออกพรรษาโดยจะยึดเอาวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปีในการจัดงานซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ในตอนกลางวันจะมีการจัดกิจกรรมทางการออกร้านการกระบวนดอกไม้มีการเชิญชวนประกาศตามสื่อต่างๆให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางไปท่องเที่ยวและชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะนิยมไปชมความงามของบุญบั้งไฟกันในทุกๆปีและจะมีพากันไปเป็นจำนวนมากดูในช่วงหัวค่ำชาวบ้านจะพากันมาจับจองบริเวณริมแม่น้ำโขง

ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จัดงานบั้งไฟเนื่องจากงานบุญบั้งไฟคืองานที่ประชาชนจะไปชมความงามของลูกไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำคืนหนึ่งวิธีการเห็นไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำจำนวนหลายสิบลูกด้วยกันซึ่งหลายครั้งที่มีคนพยายามที่จะไปพิสูจน์ว่าดวงไฟเหล่านี้มาจากที่ไหนก็ไม่มีใครหาข้อสรุปได้โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการพ่นไฟออกมาจากปากพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคเอาไว้ว่าทิศใต้เมืองบาดาลแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของพญานาคตนหนึ่งที่มีนิสัยดุร้ายชอบรังแกผู้อื่นอยู่มาวันหนึ่งพญานาคตัวนี้อยากจะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถบวชได้

เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์ซึ่งทำให้พญานาคตอนนี้โกรธมากที่ไม่สามารถบวชพระได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องก็เดินทางมาพบกับพญานาควันนี้และได้สอนพระธรรมเทศนาจนพญานาคตอนนี้บรรลุในทางธรรมจึงขอปวารณาตนเป็นพุทธมามกะซึ่งมีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ขึ้นไปยังสูงสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่บนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลาหนึ่งพรรษาจึงค่อยกลับลงมาที่โลกมนุษย์

แล้วหน้าพญานาคตอนนั้นทราบเรื่องว่าพระเจ้ากำลังจะเสด็จกลับลงมาในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 พญานาคตนนั้นจึงได้พ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเป็นการฉลองที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกับและนี่เองคือตำนานความเชื่อเกี่ยวกับบุญบั้งไฟที่เกิดขึ้นเรามักจะเห็นทุกวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีมักจะมีลูกไฟเกิดขึ้นมาเป็นประจำโดยหาเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันขึ้น 15 เดือน 11 นี้จะไม่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาให้เห็นเลยจึงทำให้ความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลายปีจวบจนมาถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub

เทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจ ถือเป็นประเพณีของไทยเชื้อสายจีน บางจังหวัดก็จะมีการจัดพิธีที่ยิ่งใหญ่ และจะมีการกินเจรวมทั้งสิ้น 9วัน 9 คืน ผู้ที่กินเจจะต้องสวมชุดขาว สิ่งที่ควรรู้ของการกินเจ การกินเจห้ามกินเนื้อสัตว์ ห้ามพูดโหก ห้ามกินอาหารที่มีกลิ่นฉุน รวมไปถึงของมึนเมา งดอาหารรสจัด เปรี้ยว หวานเผ็ด เค็ม หรือพวกนม เนยก็กินไม่ได้ คนในจังหวัดภาคใต้ให้ความสำคัญกับประเพณีกินเจนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญกับเทศกาลกินเจมาก โดยจะจัดให้มีงานใหญ่โต มีการแห่ขบวนเทพต่างๆ มีการลุยไฟ แสดงอภินิหารให้ประชาชนได้ดู และจะมีนักเที่ยวพากันไปชมเทศกาลกินเจของชาวภูเก็ต นำรายได้เข้าจังหวัดอีกด้วย

การล้างท้องก่อนกิน

วิธีล้างท้องก่อนที่เราจะกินเจ วิธีนั้นไม่ได้ยุ้งยากมากมายอาไร แค่เราหยุดทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์และผักต้องห้ามในเทศกาลการกินเจ จะต้องหยุดก่อนวันกินเจจะมาถึง ล่วงหน้าสักหนึ่งถึงสองวันก็ได้ เพราะเชื่อกันว่าจะล้างอาหารที่ตกค้างที่อยุ่ในท้องเราออกให้หมด

เมนูที่เหมาะกับการเทศกาลกินเจ

เมนูง่ายที่เหมาะกับเทศกาลกินเจ และง่ายกับการทำและเป็นที่นิยมของคนกินเจ ไปไหนก็หาซื้อสะดวก หรือจะทำทานเองก็ง่ายจะยกตัวอย่างสักสองสามเมนู ต้มจับฉ่าย ปกติจับฉ่ายก็ใส่ผักเยอะอยู่แล้วและจะต้องมาทำในช่วงกินเจ ทำได้สบายๆเลย มาเมนูทอดหนีไม่พ้นพวก เผือกทอด เต้าหูทอด ข้าวโพดทอด อย่างพวกผัดก็พวกหมี่ซั่ว และผัดไทยเจ และมาในยุคปัจจุบันได้มีพัฒนาอาหารเจ ให้มีรูปร่างหน้าตา น่ารับประทานเข้าไปอีก

ประโยชน์ของการกินเจ

การกินเจมีประโยชน์ คือช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ลดการท้องผูกเพราะเราได้รับประทานผักเยอะ และยังช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยทำให้จิตใจสบายผ่อนคลาย และยังช่วยลดการฆ่าสัตว์ได้ด้วย การกินเจทำให้เราได้รับอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้ลดการเสี่ยงของการเกิดโรคได้หลายอย่าง 

สิ่งที่ควรรู้ในการกินเจ

 การจะกินอาหารเจได้นั้นจะต้องทานจากคนที่ถือศีล หรือกินเจเท่านั้น จาม ชามก็ห้ามใช้ปะปน และในสถานที่โรงเจห้ามให้ไฟในตะเกียงดับโดยเด็ดขาด ในเวลาเก้าวันนี้จึงต้องมีคนเฝ้าตะเกียงไว้ตลอด

การถือศีลกินเจนั้นจึงเป็นประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ได้ให้ความสำคัญในการรักษาศีล การถือศีลกินเจนี้ควรที่จะถือด้วยใจบริสุทธิ์ และควรถือด้วย กาย วาจา ใจ ไม่ว่าร้ายหรือคิดร้ายกับใคร 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ฝากขั้นต่ำ 100 บาท

พัฒนาการถ่ายภาพด้วยการฝึกทุกวัน

จริงอยู่ว่าการถ่ายภาพนั้นเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำกันได้เพียงแค่คุณมีกล้องสักตัว แต่การถ่ายภาพที่ดีนั้นมันจำเป็นต้องมีกล้องสักตัวที่มีราคาแพงด้วยหรือไม่ สิ่งแรกที่ทุกคนต่างก็เข้าใจผิดว่าการที่เห็นภาพสวยๆ นั้นเป็นว่าคุณภาพของกล้องทั้งหมด ถ้าในปัจจุบันนั้นคงสามารถตอบได้เลยว่า ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน

เพราะในความเป็นจริงแล้วภาพทุกๆภาพนั้นต้องผ่านกระบวนการตัดต่อ หรือตกแต่งแก้ไขภาพในโปรแกรมมาแล้ว ถ้าจะมีภาพที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเข้ามาช่วยก็คงจะมีน้อยมากเลยก็ว่าได้ ถ้าเราจะเรียกมันว่า Capture The Moment ของจริงเลยนั้นก็คงจะเป็นกล้องฟิล์มเสียมากกว่า เพราะกล้องฟิล์มจะเป็นการถ่ายภาพที่คุณจะต้องรู้พื้นฐานตั้งแต่การใส่ฟิล์มจนกระทั่งค่าแสงต่างๆ เรียกได้ว่ายากมากถ้าหากเปรียบเทียบกับกล้องสมัยใหม่ พูดถึงการถ่ายภาพอะไรให้สวยแล้วนั้นก็กล่าวง่ายๆ เลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อกล้องตัวใหญ่ๆ ราคาแพงๆ

หรือคุณสมบัติของกล้องดีเลิศประเสริฐอะไรมากมายหรอก ลองจับกล้องตัวเล็กอย่างกล้องโทรศัพท์ หรือจะลองการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ หรือมีความฝันอยากที่จะทำงานในสายงานของช่างภาพนี้ สิ่งแรกเลยคือคุณจะต้องทำความเข้าใจของเรื่องมุมมองเสียก่อน แล้วค่อยๆ ทำความเข้าใจในเรื่องอื่นตามมา หรือจะลองหาหนังสือภาพ หนังสือสอนถ่ายภาพมาเป็นตัวช่วยเพื่อเปิดมุมมองของคุณให้กว้างขึ้น และลองถามตัวเองว่าคุณชอบการถ่ายภายมากน้อยแค่ไหน

ถึงต่อให้คุณไม่ได้อยากทำงานในสายงานนี้แต่แค่อยากจะถ่ายภาพสวย หลักการเดียวกันของคนที่อยากถ่ายภาพสวยไม่ว่าเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นคือ การที่คุณนั้นต้องฝึกการถ่ายภาพทุกวัน เพราะการฝึกถ่ายภาพทุกวันมันจะทำให้คุณสร้างความต่อเนื่องจากเมื่อวาน และวันก่อนๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ คุณจะมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นทีละนิด คุณจะสามารถหาจุดผิดจุดถูกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหากคุณทำมันแค่นานๆ ครั้ง การเรียนรู้มันจะไม่ต่อเนื่อง และอาจจะทำให้คุณลืมครั้งก่อนที่คุณได้เรียนรู้ หรือไม่เข้าใจจนต้องกลับไปทำความเข้าใจใหม่อีกรอบ

เรียกได้ว่ามันเสียเวลาเลยทีเดียว การถ่ายภาพทุกวันมันช่วยส่งเสริมศักยภาพของตัวคุณเอง และพัฒนาไปข้างหน้าเพิ่มขึ้น เพราะการถ่ายภาพจริงๆ แล้วนั้นมันแทบไม่ต้องมีหลักการอะไรมากมาย สิ่งแรกที่ทุกคนควรเข้าใจคือ การสร้างมุมมอง ยังไม่ต้องไปคำนึงถึงเรื่อง องค์ประกอบภาพ แสง หรือความหมายของภาพ เพราะความผิดพลาดต่างๆ ที่คุณได้เริ่มฝึกนี่แหละที่จะทำให้คุณเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆ ของการถ่ายภาพได้เอง

 

ขอบคุณ Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ  ที่ให้การสนับสนุน

การปลุกต้นไม้ประจำของแต่ละราศี 

สำหรับการปลุกต้นไม้เราควรจะดูราศีของคนที่ปลูกแล้วหรือต้นไม้ที่เหมาะสมกับราศีนั้นนั้นเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนที่ปลูกมาดูกันว่าราศีไหนเหมาะกับต้นไม้อะไรบ้าง 

ราศีมังกรสำหรับชาวราศีมังกรต้นไม้ที่ควรปลูกจะมีต้นวาสนาและต้นกุหลาบซึ่งต้นไม้ทั้งสองชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะเสริมสร้างความร่ำรวยความเจริญรุ่งเรืองและเน้นเกี่ยวกับโชคลาภวาสนา 

ราศีกุมภ์คุณจะปลูกต้นเข็มเตือนเน้นเรื่องของความเฉลียวฉลาดส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับตัวเองและควรปลูกต้นเฟื่องฟ้าเพื่อเป็นการเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับคนในครอบครัวและตัวเองมีชื่อเสียงกว้างไกลดังกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ 

ราศีมีนเหมาะอย่างยิ่งที่จะปลูกต้นวาสนาเพื่อเพิ่มความมีโชคมีราบและมีอำนาจบารมี 

ราศีเมษควรจะปลูกมะยมเพื่อที่จะช่วยส่งเสริมให้มีแต่คนนิยมชมชอบให้คุณได้เป็นเจ้าคนนายคนคนใหญ่คนโตและควรปลูกต้นวาสนาเพื่อที่จะได้เป็นการส่งเสริมวาสนาที่มีอยู่ให้ดีขึ้นมากยิ่งกว่าเดิม 

ราศีพฤกษกควรที่จะปลูกต้นโมกข์เพื่อจะช่วยให้ชีวิตของคุณมีแต่ความสุขสุขใสมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งยิ่งขึ้นไป 

ราศีเมถุนเหมาะกับการปลูกต้นทับทิมเพื่อให้คนในบ้านมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองและไม่มีอุปสรรคทั้งในเรื่องของหน้าที่การงานและชีวิตในครอบครัว 

ราศีกรกฎเหมาะกับการปลูกต้นกล้วยเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจให้กับคนถลอกข้างเป็นการเรียกโชคลาภเข้ามาหาคนภายในบ้านและอุดมไปด้วยบุญทานบารมี 

ราศีสิงห์เน้นให้ปลูกต้นขนุนเพื่อเป็นการเสริมสร้างบริเวณเรียกทองเรียกซับและความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ให้กับคนในบ้าน 

ราศีกันย์ควรจะปลูกต้นโป๊ยเซียนเพื่อความร่ำรวยมีอำนาจวาสนามีเงินทองไหลมาเทมามีคนช่วยเหลือเกือบกูลควรปลูกต้นโมกข์เพื่อค้ำจุนให้ชีวิตมีแต่ความสดใสเจริญรุ่งเรือง 

ราศีตุลคุณจะปลูกต้นพูด่างหรือต้นโกศลเพราะจะช่วยเสริมสร้างอำนาจบารมีและความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมีเงินทองไหลมาเทมาเป็นการเรียกทรัพย์สินเข้าบ้าน 

ราศีพิจิกคุณจะปลูกต้นว่านสี่ทิศเพื่อให้ช่วยแล้วคาดปลอดภัยจากภยันอันตรายต่างๆรวมถึงเป็นการเพิ่มพูนทรัพย์สินเงินทองให้ไหลมาเทมาเข้าบ้าน ราศีธนูเหมาะกับการปลูกต้นแก้วเป็นการกวักเรียกโชคลาภวาสนาและในการขจัดปัญหาสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่ไม่เป็นมงคลออกจากชีวิตและยังเป็นการกวาดเรียกเงินเรียกทองเรียกทรัพย์สินความมั่งมีศรีสุขให้กับคนที่ปลูก 

หากใครต้องการปลูกต้นไม้ที่ช่วยเสริมบารมีให้กับตัวเองก็สามารถไปเลือกซื้อต้นไม้ดอกไม้ตามหลักของราศีเพื่อเพิ่มพูนบารมีให้กับราศีของตัวเองได้นะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนจาก เล่นบาคาร่าให้ได้เงิน

ตำนานเทพอสูรท้าวเวสสุวรรณ

วันเราจะมาพูดถึงเรื่องเล่าตำนานของท้าวเวสสุวรรณซึ่งเป็นมหาเทพแห่งความมั่งคั่งและคลุมครองและจากสิ่งอันตรายท้าวเวสสุวรรณนั้นหลายคนก็อาจจะใครได้ยินกันมาบ้างแล้วหลายคนก็อาจจะมีเอาไว้บูชาสักการะเอาไว้กราบไหว้และยังเป็นที่ยื่นทางติดใจ

ท้าวเวสสุวรรณนั้นเป็นเทพยักที่ปรากฏอยู่ในทั้งศาสนาพุทธ และ ศาสนาพราหมณ์มีผู้นิยมกราบไหว้สักการะมากที่สุดองค์หนึ่งตามคติความเชื่อทางพุทธศาสนากล่าวไว้ในพระสูตรชื่อว่า อาตานาติยะ ท้าวเวสสุวรรณเป็นหนึ่งในท้าวจาตุมหาราชผู้ครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาทรงมีอนุภาพมากมียักเป็นบริวานท้าวเวสสุวรรณนั้นมีหลายชื่อเช่น ธนบดี หมายถึงผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์ ธเนศวร หมายถึงผู้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์ ส่วนในวรรณคดีรามเกียรติ์ชื่อท้าวเวสสุวรรคเป็นต้นท้าวเวสสุวรรณเป็นหนึ่งในสี่ของจัดตุโลกกบาผู้เป็นเทวดาดูแลรักษาสุขทุกข์ของมนุษย์โลก

เอาไว้ทั้งสี่ทิศและทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่มนุษย์โลกทั้งหลายสธิอยู่ชั้นสวรรค์จาตุมหาราชิการักษาพื้นที่ทางทิศเหนือซึ่งมีอสูรและผู้ผีปีศาจเป็นบริวานโดยขนาเขตที่ท้าวเวสสุวรรณนั้นปกครองนั้นใหญ่มหาสารท้าวเวสสุวรรณยังเป็นหัวหน้าของงท้าวมโลกจัตุบานทั้งสี่

ซึ่งประกอบไปด้วยพระอินทร์ซึ่งปกครองทางด้านทิศตะวันออก

พระยมปกครองทางด้านทิศใต้ พระวิรุณปกครองทางด้านทิศตะวัวนตก มาพูดถึงทางทิศตะวันออกทิศตะวันออกเป็นที่อยู่ของพระอินทร์มีรูปร่างสูงโป่รและก็ยังสูงกว่าทุกๆองค์ทั้งสี่ของจัดตุโลกาบมีผิวกายสีเขียวมือซ้ายถือพินมือขาวดีดพินมีพวกคนทันเป็นบริวานคนทันนี้เป็นเทวดาพวกหนึ่งซึ่งมีความถนัดด้านทางดนตรีศิลปะละบำและก็ชำนานในการร้องเพลงเมื่อใดที่เทวดาทั้งหลายได้มาชุมนุมกันเมื่อนั้นพวกคนทันก็จะไปทำหน้าที่ขับร้องเพลงและก็ระบำเพื่อความสนุกของเทวดา

ด้านทิศใต้เป็นที่อยู่ของท้าววิรุฬหกหรือว่าพระยมรูปกลายสีขาวรูปร่างสมส่วนงดงามและมีใบหน้าแดงด้านมือซ้ายมีงูเลื้อยฝามือจับคองูเอาไว้มือขาวถือพระขันมีมงกุฎประดับด้วยรูปนาคมีพวกอสูรนั้นเป็นบริวานนอกจากนี้พระองค์ยังมีบริวานที่เรียกว่าเหล่ายมทูตทำหน้าที่ไปเก็บเหล่าดวงวิญญาณต่างๆให้พระองค์อีกทีนึงซึ่งเราชาวโลกจะเรียกว่าท่านพญามัจจุราชนั้นเองนอกจากนี้พญายมราชยังมีบริวานที่ทำหน้าที่บันทึกความดีความชั่วของมนุษย์ที่เรียกว่าสุวรรณ สุวาน ที่คอยบันมึกความดีความชั่วของเหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายที่มีกรรม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่มีสิ่งต่างๆที่สวยงามช่วยสัมผัส?

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นที่ติดอาเซียนแล้วประเทศเพ่อนบ้านเรานั้มีอะไรที่แตกต่างจากบ้านเราบางที่ก็มีภูเขาที่สวยงามและมีรูปทรงต่างๆให้หน้าตื่นเต้นและยังรวมไปถึงประเทศอาเซียนที่มีหิมะตกอยู่ตลอดทั้งปีอีกด้วยซึ่งบ้านเราบอกเลยว่าไม่มีเหมือนประเทศบ้านเขาอย่างแน่นอน

ภูเขาไฟช็อคโกแล็ตที่พิลิปบินส์    

พิลิปบินส์นั้นเป็นอีกประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเราอีกประเทศหนึ่งที่มีสถานที่สวยๆหน้าท่องเที่ยวหลายแห่งและยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูแปลกตาซึ่งได้เกิดจากการสร้างสรรค์ของของธรรมชาติอย่างช็อคโกแล็ตทิวซึ่งได้จัดตั้งอยู่บนเกาะเกาะโบโฮลในทางตอนใต้ของกรุงมะนิลาของประเทศฟิลิปปินส์เกาะนี้ได่ชื่อว่าเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดที่มีความงดงามตามธรรมชาติที่สมบูรณ์รูปทรงของช็อคโกแล็ตทิวนั้น

ซึ่งได้ขึ้นเป็นจุดๆและมีรูปทรงกลมรูปทรงกรวยซึ่งได้เรียงกันเป็นบริเวณกว้างและได้ครบคุมพื้นบริเวณกว้างกว่า50ตารางกิโลเมตรซึ่งก็มีนับพันลูกเลยทีเดียวโดยเนินเขาเหล่านี้ได้เกิดจากฝีมือทางธรรมชาติล้วนๆในส่วของที่มาที่ได้เรียกว่าเนินเขาช็อคโกแล็ตนั้นมาจากลักษณะคล้ายกับก้อนช็อคโกแล็ตกลมๆเล็กๆหลายๆลูกและได้มาอยู่รวมกันในที่เดียวแหมเห็นรูปร่างของภูเช็อคโกแบบนี้แล้วนึกอยากกินขึ้นมาเลยทีเดียว

 

 

เมียนม่า หิมะตกตลอดทั้งปี 

รู้หรือไม่ว่าที่ประเทศเมียนม่านั้นซึ่งเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มี หิมะตกตลอดทั้งปีในรัฐคอนซินซึ่งตั้งอยู่ทางตอนบนของประเทศเมียนม่ามีสภาพอากาศหนาวเย็นทั้งตลอดทั้งปีในบางปีก็ถึงขั้นอุณหภูมิติดลบและอย่างในนี้ในปี2018ถือได้ว่าหิมะตกหนักที่สุดในรอบ50ปีจจนทำให้อุณหภูมิติดลบถึง 10 15องศาเลยทีเดียวจึงทำให้บรรยากาศของที่นี้ดุไม่แตกต่างไปจากยุโรปสักเท่าไรและนอกจากอากาศที่หนาวมากตลอดทั้งปีแล้วยอดเขาคากาโบราซี

ซึ่งได้ตั้งอยู่บริเวณรัฐคอนซินนั้นมันยังเป็นยอดเขาที่มีขนาดสูงที่สุดสำหรับเอเซียนตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียวและภูเขาคากาโบราซีนั้นซึ่งมันมีขนาดสูงประมาณ5881เมตรและบนยอดเขานั้นยังปกคลุมไปด้วยทานของน้ำแข็งซึ่งยอดเขาคากาโบราซีนั้นก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่กั้นพรมแดนระหว่างเมืองปูเตาและนอกจากนี้รัฐคอนซินยังก็ยังได้ติดกับมณฑลยูนนานของประเทศจีนอีกด้วยเห็นแบบนี้แล้วคูรเองก็อยากให้ประเทศไทยมีหิมะตกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

อารยธรรมโบราณถิ่นอีสาน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นดินแดนที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานมานานหลายพันปี

นับแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์และได้มีการพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถรวมตัวสร้างชุมชนขยายกลายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ในสมัยต่อๆมาเราจพบเห็นหลักฐานมากมายในจังหวัดพื้นที่ทางภาคอีสานซึ่งเป็นประวัติศาสตร์และความเป็นมาของหลักฐานต่างๆเราจะมาพูดถึงสิ่งของสำคัญที่ถูกค้นพบในแถบภาคอีสาน

การที่แผ่นดินอีสานอยู่ในช่วงของเวลาคาบเกี่ยวระหว่างอารยธรรมทวาลาวดี กับ ขอม

เมืองโบราณบางแห่งจึงมีวัฒนธรรมร่วมแบบผสมผสาน นครจําปาศรี จังหวัดมหาสารคาม คือตัวอย่างที่เด่นชัดเนื่องจากมีการค้นพบหลักฐานความรุ่งเรืองในสองยุคสมัย คือ ทวาลาวดี และ ลพบุรี นครจําปาศรี เป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ในช่วงพุทธศตวรรษที่12 ถึง 18ตัวเมืองนั้นมีร่องรอยคูน้ำล้อมรอบซึ่งพบซากโบราณสถานใหญ่น้อยกระจายอยู่ทั่วไปกว่า30แห่งแต่ที่ยังมีเค้าโครงเด่นชัดและได้ทำการขุดแต่งศึกษาไปแล้วนั้นมีเพียงไม่กี่แห่ง เช่น คูน้อย คูสันตรัน

ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกำแพงเมืองส่วนโบราณสถานที่พบในเขตคูเมือง คือ ศาลานางขาว ศาลานางขาวเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจสร้างจากศิลาแลงขนาดกว้างประมาณ100เมตรยาวประมาณ200เมตรแต่มีความสูงรูปร่างไม่แน่ชัดเนื่องจากตัวอาคารพังทลายจนหมดซึ่งคาดว่าตัวอาคารหน้าจะเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องนอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าอาจมีโรงม้าโรงช้างอยู่ไกล้และที่สำคัญยังมีการขุดพบเทวรูปนางอุมาและหลักศิลาจารึกหนึ่งหลักแต่หลักศิลานั้นได้แตกหักจนเหลือเพียงอักษรขอม14บันทัดซึ่งมีเนื้อหาพระเจ้าชัยวรมันที่ 6แห่งอาณาจักรขอม

เมื่อได้มีการพิจารณาจากโบราณสถานเหล่านี้จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างจากวัฒนธรรมที่สร้างสถานของทวาลาวดีที่เน้นอิฐเป็นหลักเพราะโบราณ3แห่งกลับใช้ศิลาแลงเป็นวัตถุหลักและบางแห่งยังมีลักษณะศิลปะขอมแบบบายนที่ชัดเจนส่วนโบราณวัตถุที่พบก็มีความผูกพันขติความเชื่อทั้งทางทวาลาวดีและขอม เช่น พระพิมดินเผา ประติมากรรมพระศิวะ พระนาลาย และที่สำคัญคือ สถูปบันจุพระบรมสารีริกธาตุ

ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในพระธาตุนาดูนอันเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นมาภายหลังพระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ค้นพบในปีพุทธศักราช2522โดย ประดิษฐานอยู่ใน สถูปโลหะทรงกลมคล้ายระฆังสร้างเป็นสามชั้นสูงซ้อนทับกัน ชั้นนอกสำริด ชั้นกลางทำด้วยเงิน ชั้นในสุดเป็นทองคำส่วนยอดของสถูปทำด้วยสำริดกลมตันสำหรับเรื่องที่น่าสนใจเหล่านี้กลายเป็นประวัติศาสตร์สำหรับช่วงในเหตุการณ์ต่างๆ

ซึ่งเรานั้นสามารถมองหาสิ่งที่ดีเกี่ยวกับประวัติเหล่านี้โดยการตามรอยและบันทึกจดจำแต่เรื่องที่ควรสนใจทำให้เรื่องราวถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์จนทุกวันนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆโดย ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

ประวัติของเสือผาด หรือ นายผาด แก้วสนธิ

ประวัติของเสือผาด หรือ นายผาด แก้วสนธิที่มีชื่อเสียง

เสือผาด หรือ นายผาด แก้วสนธิ หลังจากที่นายผาดนั้นได้ใช้ปืนของตัวเองยิง นายยิ้ม อยู่รอด ซึ่งเป็นลูกชายของนายบาง รอดอยู่ที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสำหรับการจบชีวิตของนายยิ้ม อยู่รอกนั้นทำให้นายบางผู้เป็นพ่อนั้นรู้สึกแค้นเป็นอย่างมากและได้ถือตนเองเป็นคนในทุ่งบางพับก็ได้คิดจะล้างแค้นเอาคืน

นายผาดให้ได้และสำหรับการที่จะให้ตำรวจนั้นจัดการเห็นเป็นว่าหน้าจะช้าเกินไปนายบางก็เลยคิดที่จะล้างแค้นด้วยวิธีของเขาเอง นายบางได้เขียนจดหมายส่งไปหานายบัว อยู่รอดซึ่งเป็นลูกคนที่สองได้อยู่อำเภอบางนางบวชจังหวัดสุพรรณบุรี นายบัวซึ่งเป็นพี่คนโตถือว่าเป็นนักเลงอีกคนหนึ่งพอได้ยินข่าว ว่านายยิ้มถูกนายผาดฆ่าตายก็โมโหใหญ่และได้เดินทางกลับบางพับในวันนั้นเลย

ต่อมาแผนการครั้งนี้นายบางได้วางแผนคิด่าครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน

เพราะคิดว่านายผาดนั้นยังวนเวียนอยู่ในอำเภอบางพับนายผาดนั้นก็ได้ยินข่าวการล้างแค้นของนายยิ้มต่อมานายผาดกับพวกลูกน้องก็ได้รอบฆ่าพี่ชายคนโตของนายยอิ้มและแม่ของเขาแต่ไม่สำเร็จตำรวจนั้นได้เข้ามาเสียก่อนจากนั้นนายผาดจึงหลบหนีเข้าป่าไปจากนั้นตำรวจได้ตามหาตัวนายผาด อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านบางพับนั้นต่างก็กลัวกันเป็นแถวนอกจากนี้นายบัวพี่ชายคนโตของนายยิ้มก็ได้เดินเล่นการพนันอย่างสบายใจในบางพับโดยที่ไม่เกงกลัวนายผาด

จนมาถึงค่ำวันที่12 พฤษภาคม พ.ศ2498

นายบัวได้ชวนเพื่อนไปเล่นการพนันแถวบางพับและหลังจากนั้นก็ได้เดินทางกลับแต่ในระหว่างทางได้เจอกับนายผาดได้ชักปืนยิงสวนกันไปมาเสียงปืนนั้นดังสนั่นกลางทุ่งบางพับชาวบ้านต่างก็พากันปิดบ้านเพราะคิดว่าเสือผาดออกมาไล่ยิงคนอีกแล้วสักพักสิ้นเสียงปืน นายบัว อยู่รอด ไม่ได้อยู่รอดสมชื่อเลยโดนลูกปืนของนายผาดเอาไปดับชีวิตเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการตายของลูกชายทั้งสามคนนี้ทำให้ผู้เป็นแม่ของทั้งสามแถบจะเป็นบ้า

ต่อมาตำรวจส่วนกลางก็ได้ออกไล่ล่านายผาดแต่เวลาผ่านไปเป็นวันเป็นเดือนก็ยังจับเสือผาดไม่ได้เสือผาดนั้นเป็นคนฉลองทุกครั้งที่จะไปจับเสือผาดนั้นเป็นอันว่าผิดหวังเพราะเสือผาดรู้ทันตลอดไม่ว่าโจรที่ไหนมาจากต่างถิ่นนายผาดนั้นจะปกป้องชาวบ้านทุ่งบางพับทำให้ชาวบ้านนั้นต่างก็พอใจนายผาดและได้ยอมสมัครเป็นพวกนายผาดและยังเป็นสายให้กับนยผาดอีกด้วย

ทำให้ตำรวจนั้นไม่สามารถจับกุมนายผาดได้หากผู้ใหญ่บ้านแม้นและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนายบางยังไม่ตายนายผาดนั้นจะไม่หยุดและจะกลับมาล้างแค้นอีกแน่นอน

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100

Yohji Yamamoto 1 ใน 15 ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

นักออกแบบเสื้อผ้ารายนี้เป็นรายที่พิเศษมากๆ โยจิ ยามาโมโตะ เป็นสุดยอดดีไซเนอร์เสื้อผ้าแฟชั่นที่เป็นคนเอเชียแดนปลาดิบ

แต่กลับสนใจในการออกแบบเชิงตะวันตกแล้วก็ได้แสดงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์มากๆจนทำให้เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์เสื้อผ้าตะวันตกที่เปลี่ยนแปลงการแต่งกายของเหล่าสุภาพบุรุษได้อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นงานดีไซน์ของเขาผู้นี้

คุณ โยจิ นั้นเป็นชาวญี่ปุ่นโดนกำเนิด แต่ว่าได้สนใจและศึกษาการแต่งการแบบสุภาพบุรุษในแบบตะวันตกอย่างจริงจัง

เขาได้สร้างสรรค์สไตล์ของเขาอย่างยาวนาน แรกๆนั้นอาจจะไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักเพราะยังดูแปลกตา แต่นั้นก็เป็นอะไรที่สร้างความคุ้นตาให้กับเหล่าผู้ได้เห็น แล้วเมื่อเขาได้ดีไซน์ออกมาเรื่อยๆจนทำให้เป็นชุดคอเรคชั่นที่เริ่มติดตาเรื่อยๆ แล้วพอเริ่มมีเหล่าผู้ชายที่ชื่นชอบงานของเขา รวมถึงเหล่าคนดัง แล้วก็ในวงการภาพยนต์ได้นำเสื้อผ้าที่เขาออกแบบไปใช้อยู่บ่อยๆทำให้วันนึงเสื้อผ้าเขาก็กลายเป็นการครองตลาดในรูปแบบใหม่ สไตล์ของเขานั้นเป็นเอกลักษณ์และดูออกง่ายมากๆ นั้นคือ การดีไซน์ที่ใช้สีดำ เทา แล้วก็มีสีแดงแซมอยู่บ้าง ทำให้เป็นลักษณ์ที่คนใสจะดูลึกลับพิศวง

นั้นเป็นรายละเอียดของเสื้อผ้าที่ทำให้เกิดความลึกลับขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกนั้นเอง แล้วเทคนิคในการเย็บของเขานั้นก็เป็นอะไรที่เอกลักษณ์เข้าไปอีกด้วยการผสมผสานการจัดเรียกการเย็บแบบดีคอนสตรัก นั้นก็เลยสร้างเป็นความซับซ้อนของงานดีไซน์ของเขา ใครๆต่างมองเห็นว่างานดีไซน์ของเขานั้นเป็นงานมาสเตอร์พีทที่เต็มไม่ด้วยความละเอียดอ่อน นั้นอาจะเป็นเพราะความใสใจของที่เป็นพื้นฐานของชาวญี่ปุ่นนั้นเอง

ทุกวันนี้เสื้อผ้าเขาก็ยังมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาเป็นกระแสที่ไม่มีวันลงจริงๆกับงานดีไซน์เสื้อผ้าแฟชั่นของเขา แล้วนั้นก็ทำให้เหล่าสุภาพบุรุษทั้งโลกต่างสนใจและติดตามเสื้อผ้าของเขาอยู่ตลอด นั้นกลายเป็นความคลั่งไคล้ไม่มีที่สิ้นสุด

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

ประเพณีการเดินเต่า

      ในประเทศไทยเรานั้นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

ซึ่งในหนึ่งภูมิภาคนั้นก็จะมีประเพณีต่างๆแยกย่อยกันไปอีกตามความเชื่อ หรือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ได้ทำการสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน โดยในบางประเพณีก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยทำกันมา แต่ในบางประเพณีที่เกิดขึ้นใหม่นั้นก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันกันเสียมากกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาและการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันด้วย และประเพณีเดินเต่าเองถือเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เป็นประเพณีดั้งเดิมและมีมาอย่างยาวนานควรค่าแก่การสืบทอดต่อไป

         ประเพณีการเดินเต่านั้นถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวจังหวัดภูเก็ต โดยที่มีการเรียกว่า “การเดินเต่า”

นั้นเป็นเพราะว่า ชาวบ้านได้มีการออกไปเดินหาไข่เต่าที่ได้ขึ้นมาทำการวางไข่เอาไว้บนหาดทราย ซึ่งสำหรับบริเวณที่เต่าจะขึ้นมาทำการวางไข่ก็คือในส่วนของบริเวณฝั่งชายทะเลด้านตะวันตกหรือในบริเวณฝั่งทะเลอันดามันนั่นเอง ประเพณีการเดินเต่านั้นเป็นประเพณีที่มีมาอย่างยาวนานเป็นประเพณีดั้งเดิมที่แสดงให้ได้เห็นถึงการอาศัยอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอย่างเต่าทะเล โดยฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากประเพณีนี้แน่นอนว่าก็ต้องเป็นฝั่งของมนุษย์อยู่แล้ว

โดยที่มาของประเพณีการเดินเต่านี้ได้เกิดมาจากวิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่น

ชาวประมงที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลอันดามันได้มีการดำรงชีวิตด้วยการออกหาอาหาร จับสัตว์ทะเลต่างๆมาทำเป็นอาหาร ซึ่งในช่วงเวลาที่เต่าทะเลถึงฤดูวางไข่ แม่เต่าก็จะขึ้นมาทำการวางไข่เอาไว้บนชายหาดกันในปริมาณมาก ทำให้ชายหาดบริเวณนั้นได้กลายมาเป็นแหล่งอาหารของชาวประมงที่อุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาในการเดินหาไข่เต่านั้นจะนิยมเดินหากันในช่วงเวลากลางคืน โดยเริ่มกันตั้งแต่เวลาพลบค่ำไปจนถึงเวลาสว่าง หากคนที่ไม่ชำนาญแล้วเพิ่งมาทำการเดินหาไข่เต่าทะเลก็อาจจะต้องเดินหาอยู่ทั้งคืนแล้วก็มีโอกาสที่จะไม่เจอหลุมของไข่เต่าได้

ชาวประมงที่มีความชำนาญแล้วก็จะอาศัยลักษณะพิเศษของเต่าในการออกไปเก็บไข่เต่า โดยจะมีการคำนวณเวลาว่าเวลาไหนที่ควรออกไปเก็บไข่เต่า มีการคำนวณว่าวันที่จะครบกำหนดของการวางไข่จะเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรมกี่ค่ำ จึงทำให้ได้รู้วันและเวลาที่น้ำจะขึ้นครึ่งฝั่ง น้ำลงครึ่งฝั่ง ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่เต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่ และหลังจากนั้นชาวประมงก็จะนำเอาตะกร้าออกไปรองไข่เต่าได้ถูกเวลาโดยที่ชาวประมงนั้นจะได้ไม่ต้องเดินไปมาให้ต้องเสียเวลาในการออกไปเดินหาหลุมไข่เต่าทะเล

          ปัจจุบันเมื่อมีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวขึ้นในทุกชายหาดของภูเก็ตตลอดจนของทางฝั่งของจังหวัดพังงาเอง

ได้มีจำนวนเต่าทะเลลดลงอย่างไปรวดเร็ว อีกทั้งเต่าทะเลเองก็ไม่ค่อยขึ้นมาวางไข่ตามชายหาดแล้ว ประเพณีนี้จึงกลายเป็นกิจกรรมที่ทำกันเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น และไม่มีการเดินเต่าในความหมายของประเพณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกแล้ว ประเพณีการเดินเต่าถือว่าเป็นประเพณีที่ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ชาวประมงที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้นถึงการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติในการหาอาหาร ปัจจุบันการเก็บไข่เต่านั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดตามกฎหมาย

ซึ่งหากมีผู้ใดไปเก็บไข่เต่าก็จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้มีปรับเปลี่ยนจากกิจกรรมประเพณีเดิมที่ไปเดินเก็บไข่เต่ามาเป็นการช่วยกันในการอนุรักษ์เต่าทะเลให้ยังอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100