Yohji Yamamoto 1 ใน 15 ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

นักออกแบบเสื้อผ้ารายนี้เป็นรายที่พิเศษมากๆ โยจิ ยามาโมโตะ เป็นสุดยอดดีไซเนอร์เสื้อผ้าแฟชั่นที่เป็นคนเอเชียแดนปลาดิบ

แต่กลับสนใจในการออกแบบเชิงตะวันตกแล้วก็ได้แสดงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์มากๆจนทำให้เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์เสื้อผ้าตะวันตกที่เปลี่ยนแปลงการแต่งกายของเหล่าสุภาพบุรุษได้อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็จะรู้ได้ทันทีว่าเป็นงานดีไซน์ของเขาผู้นี้

คุณ โยจิ นั้นเป็นชาวญี่ปุ่นโดนกำเนิด แต่ว่าได้สนใจและศึกษาการแต่งการแบบสุภาพบุรุษในแบบตะวันตกอย่างจริงจัง

เขาได้สร้างสรรค์สไตล์ของเขาอย่างยาวนาน แรกๆนั้นอาจจะไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักเพราะยังดูแปลกตา แต่นั้นก็เป็นอะไรที่สร้างความคุ้นตาให้กับเหล่าผู้ได้เห็น แล้วเมื่อเขาได้ดีไซน์ออกมาเรื่อยๆจนทำให้เป็นชุดคอเรคชั่นที่เริ่มติดตาเรื่อยๆ แล้วพอเริ่มมีเหล่าผู้ชายที่ชื่นชอบงานของเขา รวมถึงเหล่าคนดัง แล้วก็ในวงการภาพยนต์ได้นำเสื้อผ้าที่เขาออกแบบไปใช้อยู่บ่อยๆทำให้วันนึงเสื้อผ้าเขาก็กลายเป็นการครองตลาดในรูปแบบใหม่ สไตล์ของเขานั้นเป็นเอกลักษณ์และดูออกง่ายมากๆ นั้นคือ การดีไซน์ที่ใช้สีดำ เทา แล้วก็มีสีแดงแซมอยู่บ้าง ทำให้เป็นลักษณ์ที่คนใสจะดูลึกลับพิศวง

นั้นเป็นรายละเอียดของเสื้อผ้าที่ทำให้เกิดความลึกลับขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกนั้นเอง แล้วเทคนิคในการเย็บของเขานั้นก็เป็นอะไรที่เอกลักษณ์เข้าไปอีกด้วยการผสมผสานการจัดเรียกการเย็บแบบดีคอนสตรัก นั้นก็เลยสร้างเป็นความซับซ้อนของงานดีไซน์ของเขา ใครๆต่างมองเห็นว่างานดีไซน์ของเขานั้นเป็นงานมาสเตอร์พีทที่เต็มไม่ด้วยความละเอียดอ่อน นั้นอาจะเป็นเพราะความใสใจของที่เป็นพื้นฐานของชาวญี่ปุ่นนั้นเอง

ทุกวันนี้เสื้อผ้าเขาก็ยังมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลาเป็นกระแสที่ไม่มีวันลงจริงๆกับงานดีไซน์เสื้อผ้าแฟชั่นของเขา แล้วนั้นก็ทำให้เหล่าสุภาพบุรุษทั้งโลกต่างสนใจและติดตามเสื้อผ้าของเขาอยู่ตลอด นั้นกลายเป็นความคลั่งไคล้ไม่มีที่สิ้นสุด

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

ประเพณีการเดินเต่า

      ในประเทศไทยเรานั้นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

ซึ่งในหนึ่งภูมิภาคนั้นก็จะมีประเพณีต่างๆแยกย่อยกันไปอีกตามความเชื่อ หรือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ได้ทำการสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน โดยในบางประเพณีก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยทำกันมา แต่ในบางประเพณีที่เกิดขึ้นใหม่นั้นก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันกันเสียมากกว่า ทั้งนี้ก็เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาและการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันด้วย และประเพณีเดินเต่าเองถือเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เป็นประเพณีดั้งเดิมและมีมาอย่างยาวนานควรค่าแก่การสืบทอดต่อไป

         ประเพณีการเดินเต่านั้นถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวจังหวัดภูเก็ต โดยที่มีการเรียกว่า “การเดินเต่า”

นั้นเป็นเพราะว่า ชาวบ้านได้มีการออกไปเดินหาไข่เต่าที่ได้ขึ้นมาทำการวางไข่เอาไว้บนหาดทราย ซึ่งสำหรับบริเวณที่เต่าจะขึ้นมาทำการวางไข่ก็คือในส่วนของบริเวณฝั่งชายทะเลด้านตะวันตกหรือในบริเวณฝั่งทะเลอันดามันนั่นเอง ประเพณีการเดินเต่านั้นเป็นประเพณีที่มีมาอย่างยาวนานเป็นประเพณีดั้งเดิมที่แสดงให้ได้เห็นถึงการอาศัยอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอย่างเต่าทะเล โดยฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากประเพณีนี้แน่นอนว่าก็ต้องเป็นฝั่งของมนุษย์อยู่แล้ว

โดยที่มาของประเพณีการเดินเต่านี้ได้เกิดมาจากวิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่น

ชาวประมงที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลอันดามันได้มีการดำรงชีวิตด้วยการออกหาอาหาร จับสัตว์ทะเลต่างๆมาทำเป็นอาหาร ซึ่งในช่วงเวลาที่เต่าทะเลถึงฤดูวางไข่ แม่เต่าก็จะขึ้นมาทำการวางไข่เอาไว้บนชายหาดกันในปริมาณมาก ทำให้ชายหาดบริเวณนั้นได้กลายมาเป็นแหล่งอาหารของชาวประมงที่อุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาในการเดินหาไข่เต่านั้นจะนิยมเดินหากันในช่วงเวลากลางคืน โดยเริ่มกันตั้งแต่เวลาพลบค่ำไปจนถึงเวลาสว่าง หากคนที่ไม่ชำนาญแล้วเพิ่งมาทำการเดินหาไข่เต่าทะเลก็อาจจะต้องเดินหาอยู่ทั้งคืนแล้วก็มีโอกาสที่จะไม่เจอหลุมของไข่เต่าได้

ชาวประมงที่มีความชำนาญแล้วก็จะอาศัยลักษณะพิเศษของเต่าในการออกไปเก็บไข่เต่า โดยจะมีการคำนวณเวลาว่าเวลาไหนที่ควรออกไปเก็บไข่เต่า มีการคำนวณว่าวันที่จะครบกำหนดของการวางไข่จะเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรมกี่ค่ำ จึงทำให้ได้รู้วันและเวลาที่น้ำจะขึ้นครึ่งฝั่ง น้ำลงครึ่งฝั่ง ซึ่งนั่นจะเป็นช่วงเวลาที่เต่าทะเลจะขึ้นมาวางไข่ และหลังจากนั้นชาวประมงก็จะนำเอาตะกร้าออกไปรองไข่เต่าได้ถูกเวลาโดยที่ชาวประมงนั้นจะได้ไม่ต้องเดินไปมาให้ต้องเสียเวลาในการออกไปเดินหาหลุมไข่เต่าทะเล

          ปัจจุบันเมื่อมีการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวขึ้นในทุกชายหาดของภูเก็ตตลอดจนของทางฝั่งของจังหวัดพังงาเอง

ได้มีจำนวนเต่าทะเลลดลงอย่างไปรวดเร็ว อีกทั้งเต่าทะเลเองก็ไม่ค่อยขึ้นมาวางไข่ตามชายหาดแล้ว ประเพณีนี้จึงกลายเป็นกิจกรรมที่ทำกันเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น และไม่มีการเดินเต่าในความหมายของประเพณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกแล้ว ประเพณีการเดินเต่าถือว่าเป็นประเพณีที่ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ชาวประมงที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้นถึงการพึ่งพาอาศัยธรรมชาติในการหาอาหาร ปัจจุบันการเก็บไข่เต่านั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดตามกฎหมาย

ซึ่งหากมีผู้ใดไปเก็บไข่เต่าก็จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้มีปรับเปลี่ยนจากกิจกรรมประเพณีเดิมที่ไปเดินเก็บไข่เต่ามาเป็นการช่วยกันในการอนุรักษ์เต่าทะเลให้ยังอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Zoom Lens พื้นฐานเลนส์ที่ควรรู้

เลนส์ประเภทนี้เป็นเลนส์ที่สำคัญอย่างมาก ทั้งในการทำงานและในการพกพาไปเที่ยว เลนส์ซูมเป็นเลนส์ที่ช่วงทางยาวโฟกัสหลายช่วงในตัวเดียว

ซึ่งนั้นคือข้อดีที่สุดของเลนส์ประเภทนี้ถ้าจะนำไปเทียบกับเลนส์ฟิกซ์ที่มีทางยาวโฟกัสเดียว  ซึ่งก็แล้วแต่การจัดทางยาวโฟกัสของแต่ละค่ายอะนะ มีทั้งเลนส์ที่ครอบคุมช่วงมุมกว้าง ครอบคุมช่วงมุมสายตา ครอบคุมช่วงเทเล

หรือบางรุ่นก็ครอบคุมทั้งหมดเลยก็มีนะ นั้นก็คือจุดเด่นที่ทำให้คนเลือกใช้เลนส์ประเภทเลนส์ซูมนี้ เพราะสามารถทำให้เกิดความคล่องตัวสูงมากในการเก็บภาพ ไม่ผลุงผลังเปลี่ยนเลนส์ไปมา ยิ่งสายท่องเที่ยวแล้วยิ่งเหมาะ นั้นเป็นที่มาของคำว่า “เลนส์ตัวเดียว เที่ยวรอบโลก”

 

เลนส์ประเภทนี้ก็ต้องใช้เทคนิคในการคิดสูตรเลนส์ยากกว่าเลนส์ฟิกซ์พอสมควร

นั้นเลยเป็นเหตุให้ชุดเลนส์ภายในนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าเลนส์ฟิกซ์ เพราะเรื่องการเป็นระยะทางยาวโฟกัสนี่แหละที่ทำให้มันยาก แล้วนั้นจึงเป็นเหตุผลให้เลนส์ซูมเมื่อนำมาเทียบกับเลนส์ฟิกซ์ที่เกิดในยุคเดียวกันแล้ว

คุณภาพของภาพถ่ายจะด้อยกว่าเลนส์ฟิกซ์เล็กน้อย แต่นั้นก็เป็นการแลกกับความคล่องตัวที่มีมากกว่าเลนส์ฟิกซ์หลายขุมเลยทีเดียว แล้วด้วยกลไกของแก้วเลนซ์รวมกับชุดมอเตอร์ออโต้โฟกัส แล้วก็ต้องบวกชุดปรับความยาวโฟกัส นั้นทำให้เลนซ์ซูมนั้นมีขนาดใหญ่แล้วยาวกว่าเลนส์ฟิกซ์ที่อยู่ในช่วงความยาวโฟกัสเดียวกัน

แล้วก็เป็นผลให้ไม่สามารถสร้างสูตรเลนซ์ที่รูรับแสงกว้างๆได้ ซึ่งเลนซ์ที่มีรูรับแสงกว่าที่สุดส่วนมากนั้นอยู่ที่ 2.8 เท่านั้น มีเพียง Canon ที่สามารถทำรูรับแสงได้ 2 ซึ่งนั้นก็ถือว่าหรูสุดๆแล้วในยุคนี้

เลนซ์ซูมราคาประหยัดส่วนมากก็จะเป็นค่ารูรับแสงที่ปรับแคบลงด้วยถ้าปรับทางยาวโฟกัสให้ไกลขึ้น ดังนั้นข้อด้อยของเลนส์ซูมอีกเรื่องก็คือการสร้างภาพหนั้ดหลังเบลอ ที่จะทำได้หน่อยกว่าเลนส์ฟิกซ์ในยุคเดียวกันเสมอ

อันนี้ก็สุดแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละงาน อย่างตัวผมเองเลือกใช้เลนส์ฟิกซ์ในทุกๆที่ ทำให้เวลาเดินเที่ยวก็ลำบากใช้ได้เลย ที่จะต้องเปลี่ยนเลนส์ไปมา เสี่ยงต่อการทำเลนส์ตก หรือทำให้ฝุ่นเข้าไปในตัวกล้องและเลนส์อีกด้วย

สร้างเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

นี่คือจุดที่จะบอกได้ว่าคุณนั้นเป็นนักออกแบบที่แตกต่างจากคนอื่นยังไง

นั้นก็คือความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแพทเทริน ลายเส้น หรือสไตล์ ซึ่งจุดนี้แหละที่เป็นตัวที่จะทำให้คุณมีฐานแฟนๆที่จะคอยติดตามทุกผลงานของคุณถ้าเกิดว่าโดนใจพวกเขาเหล่านั้นอะนะ

แล้วการที่จะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมานั้น ก็ต้องบอกอีกเช่นกันว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เรียกได้ว่ายากที่สุดก็เป็นได้ เพราะมันไม่ได้จะออกมาตามเราต้องการหรอกนะ มันอาจจะมาตอนไหนก็ได้ในช่วงที่คุณฝึกฝนอยู่ แต่ว่าที่รู้ๆถ้ามีคนมีติดผลงานของคุณ คุณก็จะทราบได้เองว่าอะไรที่ทำให้คุณแตกต่างเป็นเอกลักษณ์มากกว่าคนอื่น

การที่เราจะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองนั้นจำเป็นต้องอาศัยการลองผิดลองถูก ผสมกับการหาประสบการณ์หาความรู้จากคนอื่น

กว่าที่เราจะเอาทักษะเหล่านั้นมาฝึกจนเข้าใจชำนาญก็ต้องใช้เวลาเยอะแล้ว ยังต้องเอาแต่ละเทคนิคแต่ละความรู้มาอแดปเข้าหากันจนเป็นสไตล์มีแตกต่างออกมา ก็จะยิ่งต้องใช้เวลา สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่เวิคก็เป็นได้

อาจไม่มีฐานลูกค้าที่ชอบก็เป็นได้เช่นกัน นั้นแหละมันถึงยากยังไงล่ะ แต่มีจุดนึงที่ควรจะยึดไว้ นั้นก็คือควรออกมาจากความเป็นตัวเอง เมื่อมาออกมาจะได้ไม่รู้สึกฝืนที่จะทำมันต่อๆไป แล้วก็ไม่ใช่ว่าออกแบบมาจนดังเปรี้ยงแต่เราทำไปโดยไม่มีความสุข นั้นก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย 

เอกลักษณ์มักจะมาจากอารมณ์ของเราแรงบันดาลใจของเราเวลาเราเห็นผลงานของคนอื่นหรือว่าผลงานจากธรรมชาติก็ตามที แต่นั้นก็เป็นที่รู้กันว่า 100 คน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่จะมีเอกลัษณ์ได้ เพราะว่าคนที่จะถีบตัวเองออกมาได้จนมีเอกลักษณ์นั้นมักจะต้องอาศัยความมุ่งมั่นระดับที่เหลือเชื่อเลยล่ะ

ไม่งั้นก็แทบจะยอมแพ้กันไปหมดก่อนอย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าอยากประสบความสำเร็จ ก็ต้องเอาจริงเรืองนี้กันหน่อยนะครับ

Fitting พื้นฐานของนักออกแบบเสื้อผ้า

เมื่อการทำแพทเทิร์นหรือว่าแม่พิมพ์เป็นไปตามที่เราต้องการทุกประการแล้ว

ก็ถึงเวลาที่ต้องนำมาตัดผ้าจากแพทเทิร์นเหล่านั้นแล้วก็นำมาลองกับตัวแบบจริงๆ ถ้าเกิดว่าคุณเป็นคนที่สั่งตัดเสื้อผ้า คุณคงจะเข้าใจดีกับการโดนเรียกมายังร้านอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนมากที่โดนเรียกไปหลังจาการวัดตัวเพื่อนำไปทำแพทเทิร์นแล้ว นั้นก็คือขั้นตอนนี้แหละ การฟิตติ้ง หรือ การสร้างชุดจำลองเพื่อลองสวมใส่กับตัวแบบจริงๆ ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญอย่างมาก เพราะชุดจะพอดีกับตัวแบบหรือว่าพอดีกับที่เราคิดออกมาเป็นภาพสเก็ตไหม ก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้เลย เพราะฉนั้นขั้นตอนนี้ก็เลยเป็นขั้นตอนที่อาจจะเรียกได้ว่าใช้เวลาบมากที่สุดสำหรับบางกรณี

ขั้นตอนทดลองสวมจริง คอนเซ็ปก็คือทำให้ผ้าที่ตัดออกมาจากแพทเทิร์นนั้นเข้ากับตัวแบบอย่างลงตัวมากที่สุด

ไม่ว่าจะต้องแก้สักกี่ทีก็ตามที เพราะการทำแพทเทิร์นนั้นเป็นการลองทำจากหุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกับตัวแบบที่ช่างได้นัดมาวัดตัวไว้ครั้งแรกนั้นเอง จึงทำให้ผ้าที่ออกจากแพทเทิร์นนั้นต่อให้ทำตามแบบเปะก็ตาม ก็อาจจะเรียกได้ว่าไม่พอกับตัวแบบจริงๆสักเท่าไหร่ จึงต้องมีการตัดผ้าออกมาเพื่อทำการสวมใส่จริงอีกครั้งแล้วจริงจะนำไปแก้ในจุดที่ไม่พอดี ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีไม่มากก็น้อยที่ต้องแก้ หายากนั้นคนที่ทำแพทเทิร์นออกมาแล้วตรงเปะไปทุกส่วน นั้นคงเรียกไปเลยว่าเทพช่างตัดเสื้อแล้วล่ะ ซึ่งการแก้นี้อาจจะยืดยาวไปหลายต่อหลายครั้งจนกว่าทุกส่วนจะพอดีกับตัวแบบอย่างแท้จริง 

แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอกว่าขั้นตอนนี้จะทำให้เหนื่อยแสนสาหัส จริงๆแล้วการทำ Fitting นั้นจะทำการตัดผ้าออกมาแบบลวกๆ ยังไม่ถึงขั้นปราณีต

แล้วก็จะยังไม่เย็บทุกจุดอาจจะไม่ต้องเย็บเลยแต่ใช้พวกเข็มกลัดแทน เพื่อที่จะแก้ได้เลย ถ้าช่างที่ชำนาญจริงๆ อาจะแก้กันเดียวนั้นจนเสร็จสิ้น หรือไม่ก็เจอช่างทำงานลวกๆ แบบทำแค่นี้แหละ ก็ซวยไปนะจ๊ะ

Pablo Picasso หนึ่งในสุดยอดจิตรกรเอกของโลก

บุรุษผู้นี้ถือเป็นจิตรกรเอกของยุคใหม่ ถึงแม้ว่าจะเรียกยุคใหม่แต่ก็เก่าพอที่จะเกิดไม่ทันเขายังอยู่กัน

ปีกัสโซ ชื่อนี้ใครๆก็ต้องเคยได้ยิน และชื่อนี้ก็ถูกเอาไปใช้กับชื่อหลายๆอย่าง

ไม่แปลกเลยเพราะเค้าเป็นศิลปินที่โด่งดังที่สุดในยุคใหม่นี้แล้วก็ยังสร้างผลงานไว้มากมายถึงหนึ่งหมื่นสามพันภาพ เยอะขนาดที่เรียกว่าแกลอรี่เดียวเอาไม่อยู่แน่ๆล่ะ

ปีกัสโซ ส่วนมากเขาจะเป็นผู้สร้างผลงานเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเรื่อยๆทำให้เขาเป็นศิลปินที่เป็นผู้นำของแนวทางการวาดรูปใหม่ๆอยู่เสมอๆ เขานั้นจริงแล้วเป็นคนเมืองมาลากา เกิดมาช่วงปี 1881 แล้วต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ปารีสแบบตั้งรกรากที่นั้นเลยล่ะ เขาได้ฝึกฝนและสร้างสรรค์ผลงานวาดรูปอยู่เสมอๆ แต่ในระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เทรนที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆเขากลับปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

ช่วงที่เทรนมาเป็นสีน้ำเงินภาพวาดของเขาก็จะอารมณ์หม่นๆไปในทางลึกลับๆและมีอารมณ์ที่โศกเศร้าอยู่เสมอๆ แล้วพอถึงยุคที่คนนิยมสีชมพู ปีกาโซ่ ก็ได้สร้างสรรค์งานออกมาได้หวานและเต็มไปด้วยความสดใสอยู่เสมอๆ

แต่ละภาพที่เขาวาดมักจะมีส่วนผสมเดิมอยู่เสมอๆอย่างเช่น

สัญญาลักษณ์ข้าวหลามตัดที่มีอยู่เสมอในทุกๆภาพที่โด่งดังของเขาในช่วงเดียวกัน แล้วต่อมาเขาดันไปเข้าถึงสไตล์การวาดที่เป็นเอกลักษณ์อย่างจากศิลปะที่ประเทศแอฟริกา นั้นทำให้เขานำมาประยุคเข้ากับศิลปะของเขากลายเป็นศิลปะแนวใหม่ที่มีชื่อว่าคิวบิสม์ น้ำทำให้ชื่อของปีกัสโซ่ดังระเบิดไปทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งเขาได้นำศิลปะแบบใหม่เขามาเล่าเรื่องความทุกษ์ยากจากสงคราม นั้นเลยเกิดเป็นผลงานอันแสนยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เป็นภาพที่มองดูแล้วพูดไม่ถูกจริงๆว่าจะรู้สึกยังไงดี

ศิลปินผู้นี้มีความโด่งดังยาวนานมากๆ มากพอที่ช่วงชีวิตการที่เขาจะเสียชีวิตนั้นเขายังพอได้ดื่มด่ำกับชื่อเสียงที่เขาได้รับแล้วก็ได้ใช้ชีวิตเลิศหรรูกับเงินที่เขานั้นหามาได้อย่างมหาศาล ถือว่าเป็นศิลปินที่โชคดีจริงๆ

บุ๊ง ทศพล บุญญธนาภิฒน์ สุดยอดช่างภาพของประเทศไทย

 

 

บุ๊ง ทศพล บุญญธนาภิฒน์ สุดยอดช่างภาพของประเทศไทย

นักสถาปัตย์ ดีกรีมอลาดกระบัง ช่างภาพที่แต่งตัวได้เจนจัดอย่างมากช่างภาพที่มีความรักให้กับงานถ่ายภาพอย่างยิ่ง
เขามักสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ๆเพื่อให้เกิดการพัฒนาในสายงานที่ตัวเองรักผลงานของเขาทั้งหมดนั้นเป็นมีเอกลักษณ์ในแบบของเขาอยู่เสมอ

ถ้าเกิดว่าคุณได้อ่านนิตรสารอยูบ่อยๆ

แล้วสายแฟชั่นจะได้เห็นชื่อของเขาอยู่บ่อยบนหัวนิตรสารแฟชั่นต่างๆแล้วผลงานเขาก็ได้อยู่หัวของวงการตลอด 10 ปีทำให้ตอนนี้เขานั้นก็ต้องถือว่าเป็นช่างภาพสายแฟชั่นที่ชื่อดังที่สุดในเวลานี้แล้วล่ะจุดเริ่มต้นของเขาคือการที่เขาสนใจในการวาดภาพแล้วก็ได้ลงเรียนวิชาจิตรกรรม ซึ่งก็เป็นปกติของคนที่มีหัวอินดี้เช่นเดียวกันทุกคนที่เขาอยากวาดภาพได้นั้นก็เพราะเขาคิดว่ามันเท่ดี

แต่นั้นก็ทำให้เขาตระหนักว่าเขาคงไปแข่งกับใครไม่ทันถ้ายังมามัวจับดินสอวาดภาพอยู่แบบนี้ แล้วก็ได้พบเส้นทางการสร้างสรรค์ภาพที่รวดเร็วที่สุดที่เรียกว่าการถ่ายรูปนั้นทำให้เขาหันมาจับกล้อง โดยเริ่มจาการเป็นฟรีแลนซ์ให้กับนิตรสารต่างๆซึ่งเขานั้นโดดเด่นจากสไตล์การถ่ายแบบที่มีความขัดแย้งในภาพ เช่น แบบ เสื้อผ้าและฉากหลัง แล้วจากนิสัยเขาที่เป็นคนชอบเข้าสังคมนั้น
ทำให้เขามักได้ไอเดียวความคิดต่างๆใหม่ๆจากผู้อื่นที่มาจากหลากหลายสายอาชีพ

แล้วเขาก็เอาไอเดียวเหล่านั้นไปสร้างสรรค์งานได้อย่างมากมายเขาก็มีคติความคิดเหมือนช่างภาพหลายๆท่านที่ประสบความสำเร็จคือการที่คิดว่างานต้องเฟอร์เฟคห้ามชุ่ยแม้แต่งานเดียวเขานั้นถือว่าเป็นช่างภาพที่มีความสุขกับการถ่ายภาพอยู่เสมอๆ
ซึ่งก็เป็นปกติในทุกสายงานที่เราควรมีความสุขกังานที่ทำก่อนที่จะถามว่าทำได้ไหมซึ่งเขาก็ไม่หยุดแค่นี้แน่พี่บุ๊งยังมีแพลนที่จะขยายสายงานตัวเองไปเป็นนักตกแต่งภาพให้กับหลายๆบริษัทอีกด้วย แล้วก็อยากจะเปิดครอสหรือการสอนสำหรับช่างภาพมือใหม่ในประเทศ