สัตว์ในตำนาน ในอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์

         สัตว์ในตำนาน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับสัตว์ในตำนานกันมาบ้างซึ่งในประเทศไทยนั้นมีตำนานมากมายหลายตำนานโดยในบทความนี้เราจะมีการพูดถึงสัตว์ในตำนานที่อยู่ในป่าหิมพานต์ว่ามีอะไรบ้างและมีที่มาที่ไปอย่างไร

กินรี

   กินรีนั้นเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ซึ่งใช้เรียกตัวเมียแต่ถ้าเป็นตัวผู้จะเรียกว่ากินนอนมีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์อันล่างเป็นนกมีปีกบินได้ตามตำนานเล่าว่าอาศัยอยู่ที่เชิงเขาไกรลาสในป่าหิมพานต์ในเทวประวัติของพระพุทธกล่าวไว้ว่าเมื่อเช้าอินทราชประพาสป่าแล้วหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของพระศิวะนั้นท้าวอิลราช

และบริวารถูกสาปให้แปลงเพศเป็นหญิงทั้งหมดต่อมานางอิลาคือท้าวอิลราชถูกสาปและบริวารที่มาเล่นน้ำอยู่ใกล้อาศรมของพระพุทธ เมื่อพระพุทธเห็นนางเข้าก็ชอบรับนางเป็นชายาและเสกให้บริวารของนางกลายเป็นกินรีโดยบอกว่าจะหาพละหาญให้กินและจะหากินบุรุษให้เป็นสามีแสดงว่ากินบุรุษหรือกินนอนและกินรีมีต้นกำเนิดมาจากการเสกของพระพุทธ 

มักรีผล

 มักกะลีผลนารีผลไม่ใช่สัตว์โดยตรงแต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตตามความเชื่อเนื่องจากป่าหิมพานต์ด้วยเป็นพืชที่ออกลูกเป็นหญิงสาวสวยงามในวรรณคดีบอกไว้ว่ามักกะลีผลอ่อนจะเหมือนคนนั่งคุกเข่าอยู่เมื่อโตขึ้นขาจะเหยียดออกเหมือนคนยืนตัวตรงจึงจะมีลักษณะเหมือนหญิงสาวที่มีอายุระหว่าง 16 ปีแต่ที่หัวใจยังมีขั้วติดอยู่นิ้วมือทั้ง 5 ยาวเท่ากันผมยาวสีทอง

ตากลมโตคอเป็นปล้องไม่มีโครงกระดูกส่งเสียงได้เหมือนมนุษย์จริงๆแล้วจะอยู่ได้แค่ 7 วันก็จะเน่าเปื่อยไปแม้จะมีอายุที่สั้นแต่ก็เป็นที่ต้องการอย่างมากของบรรดาฤาษีกินนอนวิทยาธรคนธรรพ์จึงจะมารอยัลคิงส์กันเด็กไปเป็นภรรยาบางหว้าทำร้ายกันถึงตายก็มีเรียกว่ามักกะลีผลทำเอาตบะแตกกันไปเลยทีเดียว 

 ปักษาวายุภักษ์

ปักษาวายุภักษ์หรือนกการะเวกเป็นนกในเทพปกรณัมของตะวันออกปรากฏในป่าหิมพานต์เช่นกันโดยในวรรณคดีเรื่องไตรภูมิพระร่วงจะเรียกว่านกกรวิกบินได้สูงเหนือเมฆและมีเสียงไพเราะยิ่งนักสัตว์ทุกชนิดไม่ได้ยินแล้วจะต้องหยุดฟังส่วนขนนกการะเวกนั้นก็เป็นที่ต้องการเพราะกลายเป็นทองคำได้โดยปักษาวายุภักษ์หรือนกการะเวกจะกินน้ำมะม่วงสุก

เป็นอาหารแต่เพราะนกชนิดนี้หายากและทำให้เข้าใจกันว่านกการะเวกอยู่แต่บนท้องฟ้าและกินลมเป็นอาหารนอกจากนี้ยังปรากฏมีมาในพระบาลีว่าเสียงของพระพุทธเจ้านั้นเหมือนเสียงพรหมแจ่มใสชัดเจนอ่อนหวานสำเนียงเสนาะไม่แตกลึกซึ้งมีกังวานไพเราะและเหมือนเสียงนกการะเวก

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บหลัก

ประวัติของว่าว เกิดขึ้นมากกว่า 3 พันปี

       ประวัติของว่าว  เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักว่าวและเคยเล่นว่าวกันมาบ้างแล้วซึ่งอันที่จริงแล้วว่านั้นมีประวัติเป็นมาอย่างยาวนานโดยอันที่จริงเราไม่สามารถบอกได้ว่าจุดกำเนิดของว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นมาจากไหนแต่ก็ว่ากันว่าจุดกำเนิดของว่าวนั้นเกิดขึ้นมากกว่า 3 พันปีก่อนแล้วซึ่งครั้งแรกที่มีจุดกำเนิดของว่าวนั้นเกิดมาจากการที่กองทัพของประเทศจีนนั้น

ต้องการที่จะมีการติดต่อสื่อสารกันถึงสร้างเราขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธลับในกองทัพและเพื่อใช้ในสนามรบทำจากไม้มีน้ำหนักเบาต้านทานลมได้ดีใช้สำหรับส่งจดหมายวัดระยะทางดูทิศทางลมและส่งสัญญาณสื่อสารกันในระยะไกลก่อนที่จะพัฒนามาใช้เพื่อการละเล่นสนุกสนานโดยโครงของว่าวทำจากไม้ไผ่และใช้กระดาษมาเป็นตัวตกแต่ง

     สำหรับเรื่องราวของประวัติขอว่าวนั้นมีการถูกค้นพบจากบันทึกซึ่งมีการบันทึกเอาไว้โดยบุคคลที่มีการบันทึกเอาไว้ก็คือนายพล  หาน ซิ่น

ซึ่งเป็นพลทหารที่อยู่ในช่วงของราชวงศ์ฮั่นนั่นเอง  ตามบันทึกมีการระบุว่านายพลท่านนี้ได้มีการใช้ว่าวส่งเข้าไปในเขตของพื้นที่ของข้าศึกโดยต้องการที่อยากจะรู้ว่าพวกเขานั้นจะต้องมีการขุดอุโมงค์ไปกันในขนาดยาวมากแค่ไหนและลึกมากเพียงใดถึงจะสามารถเข้าไปยังในเขตพื้นที่ของศัตรูได้

         ดังนั้นจึงใช้ว่าวเป็นตัววัดระยะทางนั้นเองอย่างไรก็ตามต่อมาการใช้ว่าวนั้นก็เริ่มมีการแพร่หลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเผยแพร่ไปยังประเทศอินเดียหรือแม้แต่เกาหลีรวมถึงประเทศไทยก็ตามซึ่งแต่ละประเทศนั้นก็จะมีการใช้งานและวัฒนธรรมรวมถึงประเพณีการเล่นว่าวที่แตกต่างกันออกไป 

        สำหรับตามประวัติการใช้งานว่าวของประเทศเกาหลีนี้มีการระบุว่าในช่วงสมัยสงครามของเกาหลีในราชวงศ์ชินลานั้นก็เคยมีการใช้ว่าวนั้นช่วยในการกอบกู้ขวัญกำลังใจให้กับทหารเช่นเดียวกันโดยว่ากันว่าในช่วงเวลานั้นเกิดการกบฏหัวรุนแรงขึ้นและจะต้องมีการนำทหารออกไปรบทัพจับศึกแต่ปรากฏว่าในระหว่างที่ทหารนั้นกำลังพากันเดินทางออกไปยังการทำสงครามปรากฏว่าบนท้องฟ้าเกิดปรากฏการณ์ดาวตกทำให้ทหารเกิดขวัญกำลังใจเสีย

       ดังนั้นนายพล คิมยูซินจึงได้ตัดสินใจใช้กลยุทธ์นำเข้าลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วจุดไฟเพื่อเป็นการหลอกให้ทหารเหล่านั้นเชื่อได้ว่าดาวที่ตกลงมานั้นได้ 100 กับขึ้นท้องฟ้าแล้วเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารและเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็สามารถทำให้ปราบกบฏได้เป็นผลสำเร็จนั่นเอง 

  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ว่าวนั้น ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพียงแค่เป็นของเล่นเพียงเท่านั้น เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ว่าวสามารถสร้างคุณประโยชน์ในกองทัพในหลายประเทศได้มากมาย

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร Gclub

วัฒนธรรมการสักของชาวตะวันตก

    ประวัติศาสตร์ของการสักนั้นมีเรื่องราวบนแผ่นดินตะวันตกมาอย่างยาวนาน 

วัฒนธรรมการสัก โดยมีการค้นพบว่าในสมัยโบราณนั้นนักปราชญ์ชาวกรีกได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ว่าเมื่อจารบุรุษหรือใครก็ตามที่จะทำหน้าที่เพื่อเข้าไปสืบความลับในดินแดนของข้าศึกศัตรู  ในสมัยนั้นหากว่าผู้ที่รู้ความลับสำคัญของฝ่ายศัตรูได้แล้วก็จะโกนหัวแล้วทำการสักข้อความ เรื่องราวต่างๆที่สืบได้เอามาไว้ลงที่กลางหัวแล้วปล่อยผมยาวตามเดิมเพื่อลักลอบนำข้อความดังกล่าวกลับไปบอกความลับกับฝ่ายของตนเอง

        สำหรับวิธีการนี้จะทำให้ผู้ที่เข้ามาสืบความลับนั้นสามารถที่จะฝ่าแนวของข้าศึกศัตรูออกมาจากศัตรูได้อย่างสะดวก และยังสามารถทำหน้าที่สำคัญให้ผ่านลุล่วงเป็นผลสำเร็จดังนั้น การสัก ในสมัยโบราณนั้นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตามในยุคกรีกโบราณนั้น การสักยันต์แสดงออกอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการเป็นทาส 

          โดยจะเห็นได้จากเหล่าบรรดาอาชญากร หรือผู้ที่กระทำความผิดทั้งหลายนั้นจะถูกสั่งให้มีการสั่งลงที่ใบหน้าของคนนั้นซึ่งจะทำให้รู้ว่าบุคคลเหล่านี้เคยผ่านการเป็นคนไม่ดีหรือคนทำความผิดมาก่อนนอกจากนี้ต่อมาอย่างในยุคสำรวจในช่วงศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมานักเดินเรือได้ค้นพบวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆจึงได้นำความรู้เกี่ยวกับการสักกลับมาเผยแพร่ในสังคมยุโรป 

      โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 17-18 กะลาสีเรือในสมัยกัปตันคุก นักเดินเรือชาวอังกฤษก็นิยมการสัก ซึ่งจะเห็นได้ว่านักเดินเรือต่างๆนั้นพากันกลับเป็นจำนวนมากและทำให้กลายมาเป็นที่นิยมกันอย่างมากจนแพร่หลายทั้งในหมู่สามัญชนทั่วไปจนถึงชนชั้นสูงกว่ากันว่ากะลาสีนักเดินเรือ

และทหารเรือในยุคนั้นเป็นจุดเริ่มต้นสไตล์การสักที่เรียกกันว่า  Old School Tattoo เนื่องจากต้องออกทะเลเป็นเวลายาวนานการกลับมาขึ้นฝั่งจึงมีความหมายต่อคนพวกนี้อย่างมากกับประสบการณ์ที่ผ่านมา จึงทำการสั่งซื้อบันทึกความทรงจำทั้งตอนที่อยู่บนเรือหรืออาจจะขึ้นฝั่งแล้วก็ตาม

        นอกจากนี้ในปี ค.ศ.  1999 มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้  สำหรับธุรกิจ  ผลสำรวจภายในวิทยาเขต พบว่า 90% นั้นให้มุมมองต่อรอยสักในแง่ลบ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ชอบคนที่มีการสักดังนั้นจึงค่อนข้างที่จะมีการแอนตี้เกี่ยวกับเรื่องของการรับคนที่สมัครเข้าทำงาน

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปในปัจจุบันการสักของชาวตะวันตกมีความหลากหลายและถูกยอมรับกันมากขึ้นกันในวงกว้างจะเห็นได้จากคนที่มีชื่อเสียงมากมายจากทุกวงการก็จะมีรอยสักกันไม่มากก็น้อยการแสดงทุกยอมรับให้เป็นศิลปะชนิดหนึ่งและช่างสักถือเป็นศิลปินในอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

 

ผลงานด้านศิลปะที่นำเลโก้มาต่อให้ใหญ่ที่สุดในโลก 

 

หอยคอยเลโก้ ใหญ่ที่สุดในโลก 

      สำหรับหอคอยโลโก้ที่มีการต่อออกมา และต่อได้ที่สูงที่สุดในโลก   เจ้าของสถิติที่สร้างหอคอยที่สูงที่สุดในโลกนี้สร้างขึ้นเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมานี้เองอยู่ที่เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เอาไข่นี้สูงประมาณ 118 ฟุตหรือ 36 เมตรซึ่งสามารถทำลายสถิติเดิมของหอคอย Lego ที่เมืองมิลานอิตาลีลงได้หอคอย Lego นี้ประกอบไปด้วยตัวต่อมากกว่า 500 ตัวสีสันสดใส

ที่รับบริจาคมาจากชาวเมืองโดยที่มาหรือแรงบันดาลใจในการทำสถิติโลกในครั้งนี้มาจากเด็กชายวัย 8 ขวบชื่อ Over ชัยยะป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตลงเมื่อปี 2557 โดยคุณครูของเด็กชายต้องการจะสร้างหอคอยเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับเด็กน้อยที่ชอบต่อเลโก้เล่นในระหว่างที่เข้าพักรักษาตัวจากการเจ็บป่วย 

     เครื่องบินจำลองใหญ่ที่สุดในโลก 

    ตัวต่อเลโก้ชิ้นนี้หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันไม่น้อยเพราะว่ามันคือ airstream Fighter Jet อากาศยานที่ปรากฏอยู่ในสตาร์วอร์หนังสายฟ้าชื่อดังและมีการนำมาทำเป็นเครื่องบินจำลองหรือ Lego model ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักต่อเลโก้เป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันบริษัทเลโก้ก็ได้ต่อเลโก้ออกมาเป็น x wing Fight jet ที่ว่ากันว่ามีขนาดเท่ากับที่ได้ระบุไว้ในหนัง

และกลายเป็นเลโก้โมเดลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใช่ Lego กว่า 5 ล้าน 3 แสนชิ้นน้ำหนัก สี่หมื่นหกพันปอนด์ หรือ กว่า 20 ตันใหญ่จนถึงขนาดที่ว่าหากเราจินตนาการว่าตัวเองเป็นลุคสกายวอล์คเกอร์ ก็จะสามารถเข้าไปนั่งภายในเครื่องบินจำลองนี้ได้ 

       โลกไซไฟในจินตนาการ

     ผลงานเลโก้ระดับมาสเตอร์พีซนี้เป็นของ ดอยล์  ศิลปินชาวอเมริกันที่ตั้งใจจะใช้เลโก้ประมาณ 2แสน ชิ้นสร้างเป็นผลงานที่มีขนาดความสูง 5 ฟุตกว้าง 6 ฟุต โดยชิ้นงานที่ดอยส์นำออกมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้เห็นนั้นเป็นโลกในจินตนาการที่ถูกขนานนามว่าโอฬารมีเมืองหลวงชื่อว่าไคร์อึน  เป็นชิ้นงานแนวไซไฟนิยายวิทยาศาสตร์   โดยดอยล์ นำเสนอโครงการนี้ผ่าน Kick Starter ด้วยการขายรูปประกอบและโมเดลเล็กๆจำลองส่วนของชิ้นงานขนาดใหญ่เพื่อระดมทุนมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน  โดยตั้งใจจะทำงานออกมาเป็นซีรีย์

       เมื่อปี 2556 ดอยล์ ระบุว่างานมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์และต้องใช้เวลาในการทำงานประมาณ 600 ชั่วโมงจนถึงปี 2561 แล้วก็ยังไม่ปรากฏว่าผลงานของดอยล์แล้วเสร็จแล้วจริงหรือไม่หรือยังคงเป็นเพียงโครงการที่ถูกทิ้งร้างไป ดอยล์  เคยมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงเป็นบ้านทรงวิคตอเรียที่ถูกทำลายด้วยความโดดเด่นของสีทั้งหมดของเลโก้ที่ใช้และความสร้างสรรค์จากจินตนาการทำให้ผลงานของดอยล์ดูแตกต่างของชิ้นงานที่สร้างขึ้นจากเลโก้ทั่วๆไปที่มันจะมีสีสันที่สดใส 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

Museum of Modern Art

    Museum of Modern Art  สามารถแปลได้แบบตรงตัวก็คือ  พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่

สำหรับที่นี่นั้นถูกก่อตั้งเมื่อปี 1929 โดยผู้ที่ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือคุณนายแอปบี้แล้วก็เพื่อนๆของเธอซึ่งพวกเขาได้ตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไว้บริเวณในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก 

       นอกจากที่นี่จะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วยังเป็นหอศิลป์อีกด้วยซึ่งภายในนั้นที่นี่จะมีการนำศิลปะมาจัดแสดงเอาไว้อย่างมากมายเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานและเก็บรวบรวมสะสมผลงานศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยหลากหลายสื่อทั้งจิตรกรรมประติมากรรมภาพพิมพ์ภาพถ่ายและสิ่งสะสมไว้มากมาย   

         พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงถูกยกย่องให้เป็นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่มีการถ่ายทอดถึงผลงานของศิลปะสมัยใหม่

และศิลปะร่วมสมัยของโลก โดยมีผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมายรวมไว้ที่นี่อย่างเช่นภาพเขียน The Starry Night ของแวนโก๊ะภาพเขียน The assistance of Memories of alhambra ดาลีผลงานป๊อปอาร์ตชื่อแคมเบล  You can ของ andy warhol 

      สถานที่ที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์แห่งนี้นั้นเป็นอาคารที่มีทั้งหมด 10 ของชั้นด้วยกันซึ่งในส่วนที่เป็นชั้นที่เป็นหอศิลป์นั้นจะมีทั้งหมด 6 ห้อง ภายหลังจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้มีการเปิดให้บริการมานานถึง 10 ปีด้วยกันก็เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินเนื่องจากว่าทางด้านคุณนายแอบบี้

และเพื่อนๆของเธอนั้นไม่ได้มีเงินเก็บมากนักที่จะมาใช้ในการดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เธอจึงได้มีการติดต่อของคู่เงินจากทางธนาคารแต่อย่างไรก็ตามด้วยหลักทรัพย์ที่มีอยู่ทรัพย์สินของเธอนั้นไม่เพียงพอต่อมาการค้ำประกันในการกู้เงินทำให้ธนาคารปฏิเสธที่จะให้เธอกู้เงินนั้นเองทำให้ที่นี่นั้นมีปัญหาด้านการเงินจึงจำเป็นที่จะต้องย้ายพิพิธภัณฑ์เป็นการชั่วคราว

        อย่างไรก็ตามเมื่อมีเศรษฐีใจบุญคนนึงรู้เรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะมีการเข้ามาช่วยเหลือโดยการบริจาคซึ่งก็ได้มีการเข้ามาปรับปรุงให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เหมือนเดิมเรียกได้ว่าผู้ใจบุญคนนี้นั้นถือว่าเป็นผู้มีพระคุณอย่างยิ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยทีเดียวซึ่งเขาก็คือจอห์นดีร็อกกี้เฟลเลอร์ JR นั่นเอง 

        อย่างไรก็ตามพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการดูแลและปรับปรุงมาเรื่อยๆมีการนำภาพศิลปะต่างๆร่วมสมัยมากมายมาทำการจัดแสดงทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศและด้วยที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มักจะมีการจัดนิทรรศการอยู่บ่อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่นิทรรศการที่จัดนั้นจะเป็นภาพในอดีตของจิตรกรชื่อดังทำให้ที่นี่กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นและกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทรงอิทธิพลแห่งหนึ่งทางด้านศิลปะของประเทศสหรัฐอเมริกานั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้ายูฟ่าสล็อต

สุดยอดตำนานคำสาปแช่งของโลก ที่มีการบอกเล่ากันมาถึงตอนนี้

ตำนานเกิดเรื่องราวที่ถูกกล่าวขานต่อกันมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อน บางเรื่องพิสูจน์ได้และก็บางเรื่องก็ยังคงทิ้งปัญหาไว้ ซึ่งก็คือสุดยอดตำนานคำแช่งของโลก ที่มีการบอกเล่ามาถึงตอนนี้ ที่ผู้คนจำนวนมากยังมั่นใจว่ามีสิ่งลึกลับ รวมทั้งเป็นคำสาปแช่งที่กระตุ้นให้เกิดเรื่องราวต่างๆขึ้น

  1. เพชรโฮป (Hope Diamond)

เป็นเพชรที่มีสีนํ้าเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักถึง 45.52 กะรัต ซึ่งจะเป็นเพชรที่พ่อค้าจากประเทศฝรั่งเศสชื่อ จอห์น แบ็บติส ทราวิเนียร์ ได้ลักขโมยมาจากหน้าผากของเทวรูปฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งของประเทศอินเดีย เมื่อประมาณ คริสต์ศักราช 1600

โดยที่ไม่ได้รู้ว่าเพชรอันนี้มีคําสาปติดมาด้วย นั่นก็คือถ้ามันคนไหนที่ลักขโมยหรือครองเพชรโฮป ต้องเผชิญความวอดวายทุกรายไปแล้วก็จริงตามคําสาปทุกรายด้วย ตั้งแต่เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งทรงซื้อเพชรนี้จากนายทราวิเนียร์ พระองค์และ ราชวงศ์ก็ทรงประสบภัยร้ายจากการเปลี่ยนแปลงของประเทศฝรั่งเศสตลอด

จนถึงนาย เฮนรี่ ฟิลิป โฮป (ผู้ครอบครองเพชรเม็ดนี้) นายปิแอร์ คาร์เทียร์ (พ่อค้าเพชรมีชื่อเสียงที่ที่เป็นที่รู้จักกันดี) อื่นๆอีกมากมาย ล้วนเผชิญกับสิ่งโชดร้ายจนกระทั่ง ผู้ครอบครองรายท้ายที่สุดเป็น เครือญาติของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน ได้มอบให้ผู้หญิงไฮโซ คนหนึ่งยืมสร้อยคอเพชรโฮป

นี้ไปใส่ในงานกลางคืน สองเดือนถัดมา ลูกที่ยังเล็กของผู้หญิงคนนี้ก็ตายอย่างลึกลับ สามีก็ได้เป็นบ้าแล้วก็จำเป็นต้องหย่าร้างกัน สุดท้าย ผู้สืบสกุลเชื้อสายวินสตันก็เลยได้ให้เพชรโฮปกับสถาบันสมิธ โซเนียนของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้รักษาแทน

  1. วิหารกระดูก แห่งเมือง อีโวรา ประเทศโปรตุเกส

วิหารนี้สร้างในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ที่แปลกประหลาดเป็น ฝาผนังข้างในวิหารนี้ผลิตจากกระดูกของผู้คนกว่า 5,000 คนเลย เท่านั้นยังไม่พอ มีศพ 2 ร่าง แขวนอยู่ที่ติดฝาผนังด้านหนึ่งด้วยตํานานได้มีการบอกเอาไว้ว่า ครั้งนั้นมีสตรีนางหนึ่ง ซึ่งถือมั่นในโรมันคาทอลิก แต่ว่าได้ถูกสามีผู้โหดร้ายกับลูกชายของ เธอเองช่วยกันเฆี่ยนตีจนตาย

ก่อนที่เธอจะตาย เธอได้สาป ให้วิญญาณของเขาทั้งยัง 2 ตกนรก แม้กระทั้งพื้นพสุธา ก็จะไม่ยอมที่จะทำการรับร่างของเขาไว้ ไม่นานนัก ชายทั้งคู่ก็ถึงแก่มรณกรรม ชาวบ้านที่ทำการพยายามที่จะขุด หลุมศพของเขา แต่ว่าขุดลงไปที่ไหนก็เจอแต่หิน เมื่อหมดหนทาง พวกเขาก็เลยนําเอาศพทั้งคู่ขึ้น ไปแขวนห้อยไว้กับ ฝาผนังวิหารดังกล่าวข้างต้น เพื่อที่จะทำให้ให้นักบวชได้ใช้ปลง ในระหว่างทําสมาธินั้นเอง ซึ่งนับเป็นคําสาปที่ร้ายแรงมากๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    สมัคร sbobet โดยตรง

ซอมบี้ในประวัติศาสตร์

ซึ่งหลายคนก็อยากจะรู้ว่าความเชื่อของชาว voodoo มันเป็นยังไงแล้ว  ซอมบี้ในประวัติศาสตร์  มันต่างจากความเชื่อซอมบี้ในทุกวันนี้หรือเปล่าก็บอกเลยว่าต่างเพราะความเชื่อของซอมบี้ของ voodoo ไม่เหมือนในหนังซอมบี้ทุกวันนี้เลยคือถามว่ามันเริ่มยังไงต้องบอกเลยว่ามันเริ่มมาจากที่ชาวเฮติในสมัยนั้นหรือว่าพวกทาสในเฮติสมัยนั้นมีคนเยอะมากมาอยู่รวมกัน

จากนั้นสุขอนามัยมันไม่ค่อยดีทำให้มีคนตายบ่อยใช้แรงงานทำอะไรหลายอย่างเกิดล้มตายกันจำนวนมากและที่สำคัญเมื่อเกิดมีคนล้มตายถามว่ากลุ่มคนที่ตายมีความเชื่ออะไรเชื่อเรื่องไสยศาสตร์เชื่อเรื่องมนต์ดำดังนั้นมันก็เลยเกิดเหตุการณ์ที่ไปขโมยศพคนที่ตายเอาไปทำไสยศาสตร์เอาไปทำมนต์ดำค่อนข้างบ่อย

ดังนั้นเหตุการณ์ที่ศพหายก็เลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปกติในนั้นแต่ศพหายก็ยังไม่ใช่ซอมบี้แล้วถามว่าซอมบี้นั้นมันคืออะไรคือชาวเฮติตอนนั้นเขาเชื่อเรื่องการทำไสยศาสตร์ทำมนต์ดำใส่ศพโดบนักบวชศาสนา voodoo สามารถทำไสยศาสตร์เสกเวทมนต์อะไรใส่ศพได้ให้ศพสามารถลุกขึ้นมาได้อีกครั้งนึงแต่ว่าศพที่ลุกขึ้นมาจะมีวิญญาณแล้วถามว่าลุกขึ้นมาทำไมก็ลุกขึ้นมาเป็นทาสของนักบวชนี่แหละสั่งให้ทำอะไรก็ต้องไป

เพราะฉะนั้นแล้วนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ซอมบี้เดินท่าแปลกๆเพราะว่าซอมบี้มีแต่ร่างไม่มีวิญญาณนั่นเองโดยชาวพื้นเมืองตอนนั้นเขาจะเรียกซอมบี้ว่าBokorเป็นภาษาพื้นเมืองแล้ว

ถามว่าซอมบี้มันเหมือนในหนังหรือเปล่ามีการไปกัดคนหรือเปล่าต้องบอกเลยว่าไม่เหมือนเลยเพราะว่าในสมัยเฮติเขาบอกว่าเหมือนคนปกติทุกอย่างเลยแค่ไม่มีวิญญาณแล้วก็เดินในท่าแปลกๆเท่านั้นคือไม่ได้ไปกัดคนอื่น

แต่ถามว่าแล้วใช่ชีวิตอยู่ยังไงซอมบี้ก็กินอาหารเหมือนกับเรานี่แหละแต่ว่าจะไม่กินอาหารทั่วไปจะกินแต่อาหารที่หมอผีให้คือจะกินอาหารจากเจ้านายตัวเองเท่านั้นและจะเชื่อฟังคนสั่งดังนั้นซอมบี้พวกวนี้ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนปกติทั่วไปที่เป็นแรงงานทั่วไปได้

นอกจากนี้ถามว่ามันมีคนเชื่อว่าตัวเองเป็นซอมบี้มันมีความเชื่อเรื่องซอมบี้กันแล้วถามว่าเรื่องราวเขาได้อธิบายซอมบี้เอาไว้ว่ายังไงเขาบอกว่าซอมบี้จริงๆแล้วไม่ใช่ศพหรอกที่โดนปลุกขึ้นมาให้มีชีวิตอยู่แต่เป็นคนเป็นๆนี่แหละที่โดนหมอผีอมยาและให้ยาต่างๆที่มียาฤทธิ์กดประสาทอะไรต่างๆถ้าให้ยาไปแล้วคนๆนั้นจะไม่รู้เรื่องไม่มีสติไปเลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

อาณาจักรมอญในสมัยพุทธการ

อาณาจักรมอญในสมัยพุทธการ ชนชาติมอญสันนิฐานว่าเป็นชาวมองโกลได้อพยพมาจากดินแดนที่เป็นสาธารณะรัฐประชาชนจีนในปัจจุบันและได้เข้ามาตั้งภูมิลำเนาอยู่ชายทะเลใกล้ปากแม่น้ำสาละวินต่อมาได้เรียกตัวเองว่า มอญ ได้ขยายอาณาเขตขึ้นไปทางเหนือไปจนถึงแม่น้ำสะโตงและแม่น้ำอิระวดี

ภายหลังได้รวมประเทศรามัญตั้งเมืองสะเทิมเป็นเมืองหลวง สะเทิมถึงเป็นเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองมากมีการติดต่อซื้อขายใกล้กับอินเดียและรังกาเพราะมีเขตแดนใกล้ชิตกันได้รับเอาอารยธรรมของอินเดียเช่นอักษรศาสตร์ศิลปะกรรมและศาสนาเข้ามา

โดยเฉพาะพุทธศาสนานิกายเถรวาท มอญเป็นชาติแรกที่ได้ถ่ายทอดอารยธรรมต่างๆของอินเดียให้แกชนชาติอื่นในดินแดนเอเชียเช่นพม่าไทยลาวไปจนถึงชาชาติเล็กกลุ่มอื่นๆอีกด้วยอาณาจักรสะเทิมเจริญรุ่งเรือง

มากว่าพันปีด้วยความร่มเย็นจนกระทั่งมีชนชาตินักรบชาวพม่าได้อพยพลงมาทางเหนือและได้ตั้งเป็นปึกแผ่นที่เมืองพุกามจึงได้รุกรามอาณาจักรมอญจนมอญต้องเสียอาณาจักรจักรให้แก่พม่าในปีคริสต์ศักราช1057

กษัตริย์พม่าจากเมืองพุกามได้กวาดต้านทั้งผู้คนข้าราชการชีพรามคหบดีและช่างศิลปะต่างๆพาไปไว้ที่เมืองพุกามประมาณ30,000คนขนพระไตรปิฎกและอิยะวดีวัตถุกับทรัพย์สินมีค่าต่างๆเอาไปไว้ที่เมืองพุกามทั้งให้ลือทำลายรั้ววังและป้อมปราการเมืองสะเทิมเสียหมดแล้วได้แบ่งอาณาเขตมอญเป็นหลายหัวเขตเมือง

ซึ่งหลังจากนั้นมอญก็ได้พยายามตั้งอาณาจักรมอญขึ้นมาอีกครั้งโดจพระเจ้าฟ้ารั่วผู้ที่สถาปนาเมืองเมาะตะมะขึ้นเป็นเมืองหลวงในปีคริสต์ศักราช 1281 และต่ออมาก็ได้ขับไล่ผู้ที่สำเร็จราชการชาวพม่าออกจาเมืองหงสาวดีของมอญและได้กษัตริย์ขึ้นครองปกครองอาณาจักรมอญในบริเวณพม่าตอนใต้และได้ตั้งอาณาจักรมอญได้สำเร็จในปีคริสต์ศักราช 1287

โดยมีเมืองเมาะเตะมะเป็นเมืองหลวงเมื่อสิ้นพระเจ้าพระรั่วแล้วกษัตริย์องค์อื่นๆได้สืบราชสมบัติต่อมาจนมาถึงรัชสมัยของพระยาอู่ได้ทรงย้ายราชธานีมาที่เมืองหงสาวดีในปีคริสต์ศักราช 1369 และได้ดำรงรักษาราชอาณาจักรมอญเอาไว้ได้จนมาเสียหัวเมืองหงสาวดีให้กับพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้กษัตริย์พม่าในปีคริสต์ศักราช 1531

อาณาจักรมอญได้ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของพม่าจนในภายหลังนายทหารมอญที่เมืองเมาะตะมะได้รวมกำลังแข็งข้อและได้ทำการเข้าสู้รบกับทหารพม่าจนได้รับชัยชนะสามาสรถกำจัดทหารพม่าได้ในที่สุดอาณาจักรมอญได้เป็นอิสระภาพอีกครั้งนึง

สมิงทอพุทธเกตนายทหารชาวมอญได้ตั้งตัวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งกรุงหงสาวดีในปีคริสต์ศักราช1714กษัตริย์มอญองค์ต่อมาได้ทำสงครามขยายอาณาเขตจนไปถึงเมืองตองอูเมืองแปลและยึดเมืองอังวะได้ในที่สุดเมื่อในปีคริสต์ศักราช1752

 

สนับสนุนโดย.  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

เรื่องแปลกในสงครามโลก

เรื่องแปลกในสงครามโลก หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ในช่วงนั้นได้สร้างความเสียหายให้กับคนทั้งโลกเป็นอย่างมากและวันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับเรื่องราวที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่คนนั้นยังไม่เคยได้รับรู้มาก่อน 

อันดับที่ 1 เช็ดชู่ของทหาร นี่อาจจะฟังดูแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องขำขันแต่ในช่วงเวลานั้นมันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆกับทิชชู่หรือกระดาษชำระที่มีเอาไว้ให้ทหารใช้ในสงครามโดยที่ช่วงเวลานั้นทหารได้รับทิชชูกันน้อยมากๆหรือบางส่วนก็แทบจะไม่มีให้ใช้เลย

ซึ่งจะยกตัวอย่างเช่นทหารของสหราชอาณาจักรเฉลี่ยแล้วพวกเขาได้รับเช็ดชู่เอาไว้ใช้วันละ 3 แผ่นเท่านั้นในขณะพี่ทหารสหรัฐได้มีเอาไว้ใช้ 22 แผ่นต่อวันและก็พอจะเข้าใจได้เลยว่า ภายใต้ภาวะของสงคราม การแจกจ่ายทิชชูให้กับทหารคงมีความสำคัญไม่เท่ากับงานด้านอื่นและทรัพยากรของแต่ละประเทศก็มีอยู่อย่างจำกัด 

อันดับที่ 2 ระเบิดลูกแรกที่ทิ้งใส่ เบอร์ลิน ในบรรดาเมืองต่างๆของเยอรมันที่เมืองเบอร์ลินถูกทิ้งระเบิดใส่มากกว่าเมืองไหนๆจนมีผู้เสียชีวิตกว่า  50,000 คน และมีผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยอีกประมาณแสนกว่าคนก่อนที่จะถึงจุดนั้นระเบิดลูกแรกที่ทิ้งสายเบอร์ลินได้ถูกทิ้งลงมาจากเครื่องบินของสหราชอาณาจักร 

ซึ่งเป็นการทิ้งใส่สวนสัตว์ที่อยู่ภายในเมืองโดยที่ระเบิดลูกแรกนี้ไม่สามารถสังหารผู้คนแต่อย่างใดเนื่องจากว่ามีเพียงแค่ช้างในสวนสัตว์เท่านั้นที่เสียชีวิต 

อันดับที่ 3 อายุน้อยที่สุดในสหรัฐ เท่าที่เคยมีการบันทึกอย่างเป็นทางการ ชายที่มีชื่อว่า Galvin Graham คือทหารที่มีอายุน้อยที่สุดในกองทัพสหรัฐโดยทหารคนนี้ฝันว่าอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็กและเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นเขาได้ไปสมัครเข้าร่วมกองทัพแต่ในประเด็นนั้นเขาได้ปลอมลายเซ็นของแม่จนได้รับเลือกให้เป็นทหารจริงๆแล้วได้ประจำการบนเรือทั้งที่ในเวลานั้นเขามีอายุแค่เพียง 12 ปีเท่านั้นเองและเรือลำนี้ก็ได้แล่นเข้าสู่สมรภูมิลบที่เพิร์ลฮาร์เบอร์และถูกโจมตีไม่ต่ำกว่า 40 ครั้ง 

ซึ่งก็ทำให้เขาได้รอดชีวิตกลับมาได้และเมื่อสงครามได้สิ้นสุดลงตัวเขางั้นก็ได้รับเหรียญรางวัลอย่างมากมายแต่สุดท้ายแล้วความก็แตกเมื่อแม่ของเขาได้เปิดเผยความจริงกับกองทัพจึงทำให้เขาถูกยึดเหรียญรางวัลและไปชดใช้ความผิดในคุกทหารและในเวลาต่อมาหลังจากที่เขาได้พ้นโทษแล้วทางการทหารผ่านศึกก็ได้คืนเหรียญให้กับเขาและเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ทำให้ชื่อของนาย Galvin Grahamได้ถูกบันทึกในฐานะทหารอเมริกันที่มีอายุน้อยที่สุดในสงครามโลกครั้งที่ 2

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานเขานางหงส์

ซึ่งถ้าพูดถึงถนนที่เปลี่ยวๆหรือว่าทางโค้งที่อันตรายๆบนเขาที่จังหวัดพังงาแล้วก็ต้องนึกถึงที่นี่เลย ตำนานเขานางหงส์  โดยเส้นทางนี้เส้นทางเขานางหงส์ชาวบ้านหลายๆคนมักจะไม่มีใครใช้เส้นทางนี้ในช่วงเวลากลางคืนกันเลยเพราะเขาว่ากันว่าบนถนนเส้นเขานางหงส์นี้มีแต่คนเจอแต่เรื่องราวแปลกๆกันทั้งนั้นเลย

นอกจากนี้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างจะอันตรายมักจะมีข่าวพวกอุบัติเหตุรถหลุดโค้งรถตกข้างทางหรือแมกระทั่งการพบศพปริศนาที่อยู่บนเขานางหงส์นี้เหมือนกันจนผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรนี้ต่างก็พากันพบเห็นดวงวิญญาณพบเจอเรื่องราวแปลกๆอะไรต่างๆเยอะแยะมากมายจนหลายๆคนไม่กล้าที่จะใช้ถนนเส้นนี้ในตอนกลางคืน

เหมือนอย่างเรื่องราวที่เราจะเล่าให้คุณอ่านในวันนี้แหละเป็นเรื่องราวของบุคคลนึงที่ได้ใช้เส้นทางเขานางหงส์ในช่วงเวลากลางคืนแล้วก็พบเจอกับเรื่องราวแปลกๆชนิดที่เรียกได้ว่าต้องจบจำเรื่องราวเรื่องนี้ไปตลอดกาลเลยเรื่องจะเป็นอย่างไรไปดูกัน

สำหรับเรื่องราวนี้จะต้องตั้งใจอ่านให้ดีๆเลยเพราะว่าเป็นเรื่องประสบการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ชายท่านหนึ่งเขามีชื่อว่าคุณเอกตัวของเขามีอาชีพเป็นนักดนตรีอิสระมักจะเดินทางไปเล่นดนตรีตามร้านอาหารบ้างตามร้านอาหารบ้างเวลามีคนมาจ้าง

ซึ่งวงดนตรีของพวกเขามีโอกาสไปเล่นในที่หลากหลายจังหวัดเลยเวลาที่เดินทางไปเล่นดนตรีในที่ต่างๆพวกเขาจะมีรถตู้ประจำวงคันนึงคนขับก็เป็นสมาชิกภายในวงที่ผัดเปลี่ยนกันขับไปในแต่ละที่ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือลงใต้ไปที่จังหวัดใกล้หรือไกลพวกเขาก็จะขับกันเองทั้งนั้น

ดังนั้นได้มีอยู่คืนนึงที่วงดนตรีของเขาต้องเดินทางไปเล่นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่พวกเขาอยู่ที่จังหวัดพังงากันก็ได้นัดกันว่าเดี๋ยวจะเดินทางจากบ้านที่พังงาไปถึงที่กระบี่ให้ทันเวลาที่เขากำหนดเอาไว้พอไปถึงที่งานต่างก็จัดเครื่องดนตรีอะไรต่างๆ

ในวันนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นวันปกติทั่วไปของชีวิตนักดนตรีระหว่างเล่นก็มีกินมีดื่มกันบ้างแต่บางจังหวะที่แขกเขาชงเหล้ามาให้ก็จะดื่มบ้างเล็กน้อยและจะมีมือกลองคนนี้ไม่ดื่มเหล้าและเขาก็จะอาสาขับให้เพื่อนๆทุกครั้งเวลาที่เพื่อนไปแสดงหรือว่าไปเล่นดนตรี

ตามงานต่างๆในช่วงเวลากลายคืนเพราะว่าเพื่อนดื่มเหล้าไม่สามารถขับรถได้บางเส้นทางจะมีด่านหลังจากนั้นกได้พากในกลับเตรียมกลับบ้านช่วงเวลานั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนสิบห้านาทีพอดีก็ขับรถเดินทางกลับที่พังงาและเส้นทางนั้นเป็นถนนเส้นหนึ่งที่มีชื่อว่าเขานางหงส์และคนขับก็ไม่รู้เลยว่าเส้นทางของเขานางหงส์เป็นอย่างไรในเวลากลางคืน

 

สนับสนุนโดย.  UFABET เว็บหลัก