ตำนานตุ๊กตา แฮโรลด์ 

สำหรับเรื่องเล่าของตุ๊กตา  แฮโรลด์  มันเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาในช่วงประมาณปี ค.ศ. 2004 โดยเรื่องเล่าในครั้งนี้เกิดขึ้นจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาได้มีการซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาจากร้านค้าที่มีการประมูลขายตุ๊กตาในเว็บไซต์ eBay โดยลักษณะตุ๊กตานั้นเป็นตุ๊กตาเด็กอายุไม่เกิน 2 ขวบซึ่งตำนานตุ๊กตาตัวนี้เกิดขึ้นในครั้งแรกเป็นช่วงที่ผู้คนกำลังหันมาสนใจการซื้อขายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์กัน

โดยช่วงเวลานั้นมีการประมูลสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ eBay เป็นจำนวนมากและหนึ่งในนั้นก็คือการประมูลตุ๊กตาตัวนี้นั่นเองหลายคนมองว่าตุ๊กตาตัวนี้มีความเก่าแก่และคนที่ประมูลได้ก็นิยมที่จะประมูลของเก่ามาเก็บสะสมเอาไว้โดยมีการเชื่อกันว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นตุ๊กตาที่ใช้สำหรับประกอบการถ่ายทำภาพยนตร์โดยอายุของตุ๊กตาตัวนี้น่าจะถูกผลิตมาเมื่อประมาณปีค.ศ 1930

และเมื่อใช้งานจนหมดประโยชน์แล้วจึงถูกนำมาประมูลขายในเว็บไซต์ eBay ในช่วงประมาณปีค.ศ 2004 อย่างไรก็ตามได้มีครอบครัวหนึ่งเขาได้ทำการประมูลตุ๊กตาตัวนี้เพื่อเอาไปให้ลูกของเขาได้เล่นซึ่งคนที่ประมูลตุ๊กตาตัวนี้ได้ไปเขาได้ให้ข้อมูลว่าหลังจากที่เขาได้ตุ๊กตาตัวนี้มาครอบครองก็เริ่มสังเกตเห็นว่าตุ๊กตา  แฮโรลด์  นั้น

มันสามารถขยับเขยื้อนตัวได้เองหลังจากที่ครอบครัวนี้เห็นเรื่องของตุ๊กตาขยับเองได้เขาจึงได้นำตุ๊กตา แฮโรลด์  ซึ่งตุ๊กตาตัวนี้ถูกขายทอดตลาดอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากว่าใครก็ตามที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้ไปก็มักจะพบเห็นเรื่องของความประหลาดโดยเฉพาะเรื่องที่มันนั้นสามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เองทำให้คนที่ซื้อตุ๊กตาตัวนี้ไปเกิดความหวาดกลัวและพวกเขากลัวกันว่าจะเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเขา

ดังนั้นเขาจึงได้มีการขายทอดตลาดตัวนี้ไปเรื่อยๆจนล่าสุดคนที่ประมูลตุ๊กตาตัวนี้มาได้ได้นำตุ๊กตา แฮโรลด์ ไปซ่อมแซมเนื่องจากว่าสภาพของตุ๊กตานั้นมีความชำรุดอย่างมากนั่นเองแนะนำตั้งแต่คนล่าสุดที่ประมูลตุ๊กตาตัวนี้ไปและดูแลรักษามันอย่างดีซ่อมแซมให้มันกลับมามีร่างกายที่สมบูรณ์และเปลี่ยนเสื้อผ้าทำความสะอาดร่างกายให้สะอาดตุ๊กตา แฮโรลด์ ก็ไม่เคยขยับเขยื้อนร่างกายให้ใครได้เห็นอีกเลย

สำหรับเรื่องราวความน่ากลัวของตุ๊กตาตัวนี้ได้มีการนำมาเสนอเป็นข่าวออกหน้าหนังสือพิมพ์และบางคนยังมีการถ่ายคลิปเอาไว้ได้เป็นคลิปตอนที่มีเสียงตุ๊กตาตัวนี้ขยับนิ้วรวมถึงชื่อเสียงของมันนั้นคุณสามารถค้นหาได้จากทางอินเตอร์เน็ตเพราะหลายคนได้เคยพบเจอกับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเป็นความน่ากลัวของตุ๊กตาตัวนี้ และได้นำเรื่องเล่าของความน่ากลัวมาเขียนเล่าไว้ในอินเตอร์เน็ตนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เวปยูฟ่าเบท

ตำนานหินตาหินยาย

          ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีหินตาหินยายซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนที่เดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีและที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็มีประวัติเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการเกิดหินตาหินยายเอาไว้ด้วยดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าตำนานของการเกิดหินตาหินยายนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง 

          สำหรับที่ตั้งบริเวณของหินตาหินยายนั้นจะอยู่ตรงบริเวณชายหาดละไมซึ่งถ้าหากเราเดินผ่านร้านค้าเข้าไปก็จะเห็นหินตาหินยายอยู่ทางบริเวณนั้นโดยทางด้านขวามือนั้นจะเป็นหินตาส่วนทางด้านซ้ายมือนั้นจะเป็นหินยาย ซึ่งเป็นตานั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือนหินแกรนิตขนาดใหญ่อยู่บริเวณริมทะเลและถูกน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ซึ่งลักษณะของหินตานั้นจะมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายตั้งชี้ฟ้าอยู่ ส่วนหินยายน้ำจะอยู่ทางด้านซ้ายมือซึ่งก็เป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่มหึมาเช่นเดียวกันโดยลักษณะของหินยายนั้น จะมีลักษณะของผู้หญิงที่มีร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวลงไป

กำลังนอนฮอดตัวลงอยู่ในทะเลหันหน้าให้คลื่นซัดสาดอยู่เป็นระยะ สำหรับตำนานหินตาหินยายนั้นเรากันว่าเมื่อนานมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเป็นตายายชื่อว่าตาเครงกับยายเรียม ซึ่งทั้งสองคนนั้นเป็นชาวปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทั้งสองคนนั้นกำลังจะเดินทางไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องลาย ให้กับลูกชายของพวกเขาที่ชื่อว่าคง

ซึ่งพวกเขาได้มีการแล่นเรือสำเภาออกไปทางทะเลเพื่อที่จะเดินทางไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง ซึ่งในเรือลำนั้นนอกจากจะมีตายายและลูกชายของเขาแล้วยังมีเพื่อนของลูกชายที่ชื่อว่านายปราบช่วยคัดท้ายเรือไปเป็นเพื่อนด้วย เมื่อเรือมาถึงตรงบริเวณหาดละไมเกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นทำให้เรือนั้นเกิดล่มทรัพย์สินเงินทองที่ขนมาเพื่อที่จะเอาไปขอลูกสาวของตาม่องลายก็จมน้ำหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ลูกชายของตายายที่ชื่อว่าคงถูกซัดไปทาง หาดเชิงมนและเขาเสียชีวิตลงล่างของเขานั้นกลายเป็นเกาะกงในปัจจุบันนี้เอง

ส่วนทางด้านนายปราบที่เป็นเพื่อนของนายคงเขาได้เกาะเรือสำเภาของเขาลอยไปทางด้านอ่าวบ้านดอน ซึ่งพอมาถึงบริเวณนี้ปรากฏว่าเรือได้จมลงทำให้นายปราบนั้นเสียชีวิตและกลายเป็นเกาะปราบ ส่วนทางด้านตาเครงกับยายเรียมนั้นถูกคลื่นซัดมาทางหาดละไม ทั้งตาและยายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและยังกลัวด้วยว่าตาม่องลายจะคิดว่าตนเองนั้นไม่รักษาคำพูด

จึงชักชวนกันอธิษฐานให้มีสัญลักษณ์เกิดขึ้นเพื่อให้แสดงให้ตาม่องลายเห็นว่าพวกตนเองนั้นไม่ได้มีการคิดเบี้ยวและไม่ทำตามที่พูด หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พากันการหายใจและกระโดดน้ำฆ่าตัวตายตรงหาดละไมซึ่งปัจจุบันต่อมาก็กลายเป็น หินตาและหินยายมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

ถ้ำขุนหลวงน้ำนางนอน 

ถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งมีความสวยงามในเรื่องของด้านธรรมชาติและความธรรมชาติที่แปลกประหลาดมากที่สุดในประเทศไทยที่หนึ่งที่เราจะไม่นึกถึงไม่ได้คือถ้ำขุนหลวงน้ำนางนอนซึ่งว่ากันว่าภูเขานั้นมีรูปร่างที่เหมือนกับหญิงสาวนอนอยู่โดยตัวภูเขานั้นเมื่อมองดูรวมๆแล้วมีส่วนของขาสบู่รวมไปถึงใบหูภูเขานั้นเกิดมาแบบมีรูปร่างที่เหมือนกับหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ที่พื้นเป็นอย่างมากจึงทำให้คนเฒ่าคนแก่ได้มาเล่าเรื่องให้ฟังว่าจริงๆแล้วนั้น

ตำนานของถ้ำขุนหลวงน้ำนางนอนนั้นเป็นอย่างไรที่ทุกคนพูดถึงมันตำนานเกี่ยวกับพญานาคและพญาครุฑด้วยว่ากันว่ามีอยู่วันนึงที่ลูกสาวของพญานาคได้ต้องการที่จะไปเล่นบนโลกมนุษย์เธอจึงได้ขึ้นไปเหนือน้ำและเล่นน้ำที่ป่าแห่งนึงอยู่ในป่าลึกซึ้งป่าแห่งนั้นเป็นที่ที่อยู่ใกล้กับถิ่นอยู่อาศัยของมนุษย์ซึ่งเมื่อคืนได้ยินเสียงเล่นน้ำมันจึงได้แอบบินมาดูและหลบหลังที่ต้นไม้จึงได้เห็นจับพญานาคตัวนี้ด้วยความโกรธที่เข้ามาในถิ่นของมัน

โดยไม่ได้รับอนุญาตมันจึงบินเข้าไปหาพญานาคสาวและรีดจิกพญานาคขึ้นมานำไปขังเอาไว้ที่ทำให้อยู่ตามลำพังไม่มีอาหารให้กินน้ำเปล่าไม่กี่ขวดเท่านั้น โดยเมื่อพ่อของพญานาคสาวหรือว่าลูกสาวของตัวเองนั้นถูกพญาครุฑจับตัวไปก็เศร้าเสียใจเป็นอย่างมากและรีบเดินทางไปหาพญาครุฑตัวที่จับลูกสาวของเขาไปโดยขอร้องให้พญาครุฑนั้นปล่อยตัวลูกสาวของตัวเอง

โดยครุฑก็มีข้อเสนอเครื่องมาแลกจับตัวลูกสาวของพญานาคพญานาคไม่รอช้ารีบตอบทันทีว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะยอมให้ เมื่อพญานาคได้ยินดังนั้นจึงตอบว่ามันต้องการทองคำ 200 แท่งจากพญานาคโดยห้ามให้พญานาคนั้นไปหยิบยืมใครเป็นอันขาดแจ้งความที่พญานาคตัวนี้นั้นมีความร่ำรวยอยู่แล้วมันจะจ่ายเงินด้วยทองคำ 200 แท่งอย่างไม่รีรอเพื่อที่จะเอาลูกสาวกลับมา

นอกจากนั้นยังมีตำนานกันอีกว่าทุกๆวันทุกๆครั้งที่ลูกสาวของพญานาคแอบหนีขึ้นมาเล่นน้ำที่ด้านบนรู้พ่อของพญานาคสาวก็จะนำทองคำ 200 แท่งมาให้เสมอการวาดการวาดพญาครุฑนั้นได้นำทองที่พญานาคให้ให้เอาไว้ไปไว้ที่ถ้ำแห่งหนึ่งโดยชาวบ้านจะเรียกถ้ำกันว่าถ้ำทรายทอง 

และนี่คือตำนานที่ชาวบ้านมองเป็นว่ามันคือตำนานที่แท้จริงและมีอยู่จริงนอกจากจะมีเพียงแค่ภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายผู้หญิงแล้วที่นี่ยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงามอีกด้วยหากใครสนใจลองขับรถไปเที่ยวกันได้นะคะ

 

 

ขอขอบคุณ  สมัคร Sagame ฟรี

ตำนานผาวิ่งชู้

ตำนานผาวิ่งชู้ ที่บริเวณแม่น้ำปิงจะมีหน้าผาอยู่ที่หนึ่งซึ่งหน้าผาแห่งนี้เรียกว่าผาวิ่งชู้หน้าผาแห่งนี้ได้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของความรักของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งกับชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกของอำมาตย์ท่านหนึ่ง

ซึ้งชายหนุ่มคนนั้นได้หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาที่สะสวยงดงาม โดยผู้หญิงคนนั้นคือองค์หญิงที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ้งทั้งชายหนุ่มและองค์หญิงต่างก็รักกันทั้งสองนั้นแอบคนกันมาสักพักแล้ว โดยถึงแม้ว่าทั้งสองอยากจะแต่งงานกันมากเพียงใดก็ทำไม่ได้เพราะว่าชายหนุ่มนั้นมีความร่ำรวยที่ไม่มากพอที่จะคู่ควรต่อเจ้าหญิง ทั้งสองจึงจำเป็นที่จะต้องแอบคบกันอย่างลับๆ

และระหวาดระแวงว่าจะมีคนมารู้เรื่องของพวกเขา โดยยิ่งเวลานั้นผ่านไปมากเท่าไหร่ โอกาศที่พวกเขาจะได้เจอกันก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวจึงพากันคิดหาวิธีที่จะหลบนี้ไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่อื่น พวกเขานั้นคิดมาหลายวันแต่ก็คิดไม่ออก หลังจากผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ชายหนุ่มก็ได้คิดวิธีที่จะหลบนี้ไปที่อื่นกับองค์หญิงได้สำเร็จ

โดยชายหนุ่มนั้นได้เสนอว่า ชายหนุ่มนั้นจะนัดองค์หญิงไปที่ป่าลึก โดยชายหนุ่มนั้นจะขี่ม้าไปรอองค์หญิงในป่าและหลังจากนั้นก็จะเล่าแผนต่อ วันต่อมาองค์หญิงก็ได้รีบออกจากวังและเข้าไปในป่าและเดินทางไปในจุดที่ชายหนุ่มได้นัดเอาไว้และองค์หญิงก็ได้ไปเจอชายหนุ่ม ชายหนุ่มนั้นยืนอยู่พร้อมกับม้าของเขา

โดยชายหนุ่มนั้นได้เล่าแผนต่อว่า จะต้องขึ้นขี่ม้าไปพร้อมกับชายหนุ่มแล้วพวกเขานั้นก็จะขี่ม้าหนีไปที่เมืองอื่นและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่เมืองอื่นและไม่คิดที่จะกลับมาที่นี่กันอีกซึ่งองค์หญิงก็ตอบตกลงที่จะหนีไปจากเมืองแห่งนี้เมื่อทั้งสองนั้นออกไปได้สักพักเมื่อพระราชาตื่นขึ้นในตอนเช้าเมื่อพระราชาหรือว่าองค์หญิงนั้นได้หายไปแล้วและได้ข่าวมาว่าชายหนุ่มก็หายไปเช่นกันราชาจึงคิดว่าทั้งสองนั้นคงจะแอบหนีไปด้วยกันแล้ว

พระราชาจึงรีบสั่งกับทหารทุกนายให้ออกไปจากพระราชวังและตามตัวองค์หญิงมาซะพระราชานั้นเสกให้ทหารรีบออกไปจากวังโดยทั้งหมดและทหารก็ได้ขี่ม้าไปตามรอยเท้าของกีบม้าที่เป็นมาของชายหนุ่มซึ่งสุดท้ายเหล่าทหารก็ได้เจอกับชายหนุ่มในที่สุดโดยชายหนุ่มนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

เพราะพวกเขานั้นขี่ม้ามาจนสุดทางแล้วโดยด้านหลังของพวกเขาก็จะเป็นหน้าผาที่มีหุบเหวลึกมาก ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะทำใจได้ที่จะขี่ม้าตรงไปที่หุบเหว องค์หญิงจึงได้ให้เจ้าชายนั้นไปนั่งที่นั่นหลังแทนและองค์หญิงก็ขยับตัวเองไอ้ตรงด้านหน้าของม้าแล้วรีบควบม้าลงไปที่หน้าผาอันสูงชันจนทำให้ทั้งสองนั้นตกลงไปในหน้าผาเมื่อตกถึงพื้นทั้งสองคนก็เสียชีวิตในที่สุด

โดยชาวบ้านนั้นจะได้ทำการ ขาตรงจุดนั้นว่าหน้าผาวิ่งชู้ โดยก็ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุของชื่อคำว่าหน้าผาวิ่งชู้นั้นมาจากอะไร แต่ที่ทางชาวบ้านนั้นได้ตั้งชื่อขึ้นมาก็เพราะว่าพวกเขานั้นตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าทั้งชายหนุ่มและองค์หญิงนั้นรักกันมากเพียงใด

 

สนับสนุนโดย   gclub

ตำนานวัดปทุมคงคา 

      ตำนานวัดปทุมคงคา       สำหรับวัดปทุมคงคานั้นปัจจุบันนี้อยู่ในเขตสัมพันธวงศ์ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีอายุยาวนานมาหลายร้อยปีเป็นวัดเก่าแก่ที่มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและว่ากันว่าที่วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่นี่ใช้สำหรับประหารชีวิตของคนในสมัยโบราณหลังจากนั้นจึงถูกนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นวัดในกรุงเทพฯนั่นเองซึ่งที่วัดแห่งนี้แต่เดิมนั้นการประหารชีวิตนั้นจะใช้การประหารชีวิตด้วยการตัดหัวและการใช้ท่อนจันทุบหัว

โดยนักโทษที่จะถูกประหารชีวิตที่วัดแห่งนี้จะเป็นนักโทษทั่วๆไปตลอดไปจนถึงนักโทษในชั้นเจ้านายเลยทีเดียว แต่เดิมนั้นวัดแห่งนี้ชื่อว่าวัดสำเพ็ง ซึ่งมีลักษณะของวัดที่มีความทรุดโทรมเป็นอย่างมากจนได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงได้มีพระราชทานชื่อให้กับว่าสำเพ็งนี้ใหม่ว่าชื่อวัดปทุมคงคา

จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 วัดปทุมคงคาแห่งนี้ก็ทรุดโทรมใหม่อีกครั้งหนึ่ง พระองค์จึงได้ทรงอนุญาตให้มีการปรับปรุงวัดนี้อีกครั้งหนึ่งแต่เนื่องจากใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเสร็จก็เกือบขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 นั่นเอง ซึ่งในสมัยนั้นได้มีการเพิ่มยกพระพุทธรูปให้สูงขึ้นเพื่อให้ดูสง่างามมากยิ่งขึ้นและพระพุทธรูปองค์นั้นก็ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง

ส่วนตำนานของความน่ากลัวที่ชาวบ้านเล่าสืบสานต่อกันมานั้น คือความน่ากลัวของต้นอโศกผีสิงซึ่งชาวบ้านบอกกันว่าต้นอโศกนี้ถูกตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งในช่วงยุค 2400 ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็เล่าลือเหมือนกันหมดว่าพวกเขาเห็นใครบางคน มักจะเดินหายเข้าไปในต้นอโศกใหญ่ต้นนั้นและต้นอโศกต้นนั้นก็ยังเป็นที่ที่คนมักจะไปผูกคอตายทำให้กลายเป็นต้นอโศกที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว

และนั่นคือสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ชาวบ้านนั้นไม่กล้าเดินเข้ามาทำบุญที่วัดปทุมคงคาจนเป็นสาเหตุให้วัดปทุมคงคานั้นทรุดโทรมนั้นเอง ดังนั้นทางวัดจึงได้ตัดสินใจที่จะโค่นต้นอโศกยักษ์นี้ออกไปในปีพศ. 2495 และหลังจากต้นอโศกยักษ์นี้ถูกโค่นไปแล้วทั้งวันก็ได้มีการสร้างวิหารเล็กๆมาทับเอาไว้และนำหลวงพ่อขาวมาประดิษฐานเพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ

และหลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็ไม่เคยเห็นวิญญาณชายคนดังกล่าวนั้นอีกเลย ปัจจุบันวัดปทุมคงคานั้นเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเป็นวัดที่ผู้คนมักจะไปทำบุญกันไม่ขาดสายโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆชาวบ้านก็จะพากันไปทำบุญและกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปภายในบริเวณวัด

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

เรื่องเล่าสยองขวัญของแม่

เรื่องเล่าสยองขวัญของแม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ 10 ปีมาแล้วในตอนนั้นแม่ของฉันยังเป็นสาวซึ่งเธอนั้นอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัดซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ยังมีการล่าสัตว์อยู่เลยซึ่งครอบครัวของแม่นั้นมีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 4 คนซึ่งแม่ของฉันเป็นลูกสาวคนที่ 2 ฉันถึงแล้วยายของฉันนั้นเคยมีลูก 8 คนแต่ลูก 4 คนที่เสียชีวิตไปทั้งหมดเลยซึ่งยังอายุไม่ถึงวัยรุ่นก็ป่วยเป็นไข้อะไรไม่รู้จะสุดท้ายก็เสียชีวิตไปซึ่งในสมัยนั้นมีหมอดูดวงที่แม่นคนนึงได้มาบอกยายคนนั้นว่าเธอนั้นเป็นคุณยายหรือเป็นหญิงสาวที่มีดวงของผีเสื้อสมุทร

เป็นดวงที่ถ้าเกิดว่ามีลูกลูกทุกคนก็จะเสียชีวิตไปซึ่งวิธีการแก้เคล็ดให้อีก 4 คนสามารถรอดชีวิตได้คือจะต้องนำศพของเด็กทั้ง 4 คนนั้นนำมาตัดหั่นเป็นชิ้นส่วนเล็กๆและหลังจากนั้นให้นำไปฝังไว้ทั่วทุกสารทิศแล้วหลังจากนั้นเด็กทั้ง 4 คนที่เหลือก็จะสามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้และยายของฉันก็ยอมเสียสละเพื่อที่จะให้แม่ของฉันได้มีชีวิตจนถึงทุกวันนี้กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะในตอนนั้นเราทำนากันว่าไม่มีงานอะไรที่จะทำให้เรามีรายได้มากกว่านี้แล้วซึ่งนาข้าว และไร่ข้าวโพดนั้นตั้งอยู่ไกลจากบ้านของเรามากๆดังนั้นเราจะต้องเดินทางไกลมากเป็นกิโลกิโลเลยซึ่งหลายครั้งเลย

ที่เราเหนื่อยอ่อนจนไม่สามารถที่จะเดินทางกลับไว้ดังนั้นบางทีเราก็จะนอนค้างบ้านของคนที่เรารู้จักและพอเช้าขึ้นต่อมาจึงเดินทางกลับซึ่งจริงๆแล้วเราก็สร้างที่พักที่เป็นเพลิงเอาไว้แต่จริงๆแล้วเราก็เคยพักที่เพลิงแต่มีเรื่องอยู่ว่าเราเคยโดนผีหลอกที่เพลิงโดยการที่ตอนนั้นพ่อของฉันได้ไปอาบน้ำอยู่ตรงหน้าบ้านส่วนแม่ของฉันก็อยู่ที่หลังบ้านกับฉันเพื่อทำกับข้าวให้ฉันกินตอนนั้นแม่กำลังจะทอดปลาทูให้พวกเรากินซึ่งแม่ก็วางปลาทูสดไว้ แต่หลังจากนั้นแม่ก็หันหลังและเข้ามาคุยกับฉันน้ำจากผ่านไปประมาณ 10 นาทีพอแม่หันหลังไปแม่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก

เพราะว่าสาเหตุที่ปลาทูสดเต็มทั้งตัวเคยวางอยู่บนจานตรงนั้นแต่ตอนนี้กับเหลืออยู่แค่หัวเท่านั้นเรากลัวมากพ่อรีบหยุดอาบน้ำแล้ววิ่งไปค้างบ้านญาติฉันทีเพราะว่าจะโดนผีหลอกอีกครั้งก่อนในตอนนั้นแม่ของฉันต้องการที่จะเดินทางกลับแต่เราเหล่าพี่น้องยายและพ่อของฉันจะเหนื่อยอ่อนเราไม่มีแรงพอที่จะเดินกลับบ้านแล้วนั้นเราจึงปล่อยให้แม่ไปคนเดียวจะไปนอนค้างบ้านญาติแทนหลังจากนั้นก็เดินไปได้สักพักแม่ก็ปวดเข้าห้องน้ำแต่นั้นแค่สถานที่ที่จะสามารถทำธุระได้หลังจากนั้นแม่ก็เห็นขอนไม้ที่ใหญ่มากพอที่จะสามารถบังตัวแม่ได้อยู่ด้านหลังนั้นและเข้าไปทำธุระตรงนั้นแล้วหลัง

จากนั้นพ่อแม่จะเดินออกไปแม่ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเรียกซึ่งแม่ก็ขานรับกลับไปแต่พอขากลับไปก็ไม่มีเสียงเลยตอบกลับไม่สนใจแล้วเดินทางต่อไปหลังจากนั้นแม่ก็กลับมาถึงบ้านหายไปประมาณ 3 วันแม่ก็ป่วยโดยไม่มีสาเหตุใส่เสื้อผ้าให้เท่าไหร่ก็บอกว่าร้อนๆถ้ายังจะถอดเสื้อผ้าอยู่อย่างนั้นตลอดเวลารักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักทีและแม่ก็ยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีกด้วยแต่เราก็สามารถทำให้แม่ไปจนได้แต่พอถึงโรงพยาบาลปุ๊บยังไม่ทันไปหาหมอแม่ก็อาการดีขึ้นจะพากลับมาบ้านอีกครั้ง

อาการก็กำเริบใหม่เหมือนเดิมเรางงมากหลังจากนั้นก็ต้องตามหมอผีพอมาถึงหมอผีก็ได้บอกฉันทีว่ามีวิญญาณมาสิงแม่เจ้าดังจากนั้นเขาก็ยังเล่าอีกว่าตรงที่แม่ไปฉี่มีวิญญาณตรงนั้นวิญญาณตัวนั้นโกรธดังนั้นจึงเข้ามาสิงร่างแม่และพยายามที่จะทำให้แม่ตายหลังจากนั้นหมอผีได้ทำพิธีกรรมจนแม่หายเป็นปกติแล้วหลังจากนั้นแม่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ส่วนตรงนั้นอีกเลย

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนฝากขั้นต่ำ 20 บาท

ตำนานนางเงือกจะแก้แค้น

ตำนานนางเงือกจะแก้แค้น แม่ทัพซ่งหยูเป็นแม่ทัพที่มีความหล่อเหลาอันดับหนึ่งของประเทศจีนโบราณยังเป็นคนที่มีความสามารถชื่อยากที่จะหาใครมีความเก่งกาจเท่า ท่านแม่ทัพได้มีลูกชาย 1 คนและมีภรรยา 1 คนซึ่งภรรยาของเขามีหน้าตาที่สวยมากมีอยู่วันหนึ่งที่แม่ทัพได้นอนหลับไปและฝันว่ามีนางเงือกสาวคนหนึ่งมาขอร้องให้ไม่ฆ่าลูกสาวของตนที่วันต่อมาจะไปว่ายน้ำที่เรือของแม่ทัพ

ตำนานนางเงือกจะแก้แค้นซึ่งตอนที่แม่ทัพตื่นมาท่านแม่ทัพก็ตกใจจะความฝันให้ตัวเองได้ฝันไว้แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งวันต่อมาตอนที่แม่ทัพกำลังจะจับปลาเขาได้ลืมคำขอของนางเงือกที่มาเข้าฝันและเขาก็ได้ไปจับปลาทันทีโดยไม่ได้นึกถึงว่าหนังเงือกขอร้องอะไรไว้ เมื่อถึงเวลาที่จะจับปลาเขาก็พบว่ามีนางเงือกมาว่ายน้ำเล่นและเขาต้องการที่จะจับนางเงือกทันทีและนางเงือกคนนั้นก็เป็นลูกของนางงเงือกสาวที่มาเข้าฝันนั้นเองเขาจึงโยนพรวนใส่นางเงือกและนางเงือกก็จมลงไปในทะเลแตี่เมื่อมีคนลงไปหาศพก็หาศพนางเงือกเด็กคนนั้นไม่เจอ

ดังนั้นท่านแม่ทัพจีนเดินทางกลับบ้านและไม่ได้สนใจนางเงือกอีกต่อไปและใช้ชีวิตวันปกติตลอดมาผ่านไปสักพักมีข่าวร้ายเกิดขึ้นทหารคนนึงได้เดินมาหาท่านแม่ทัพจีนและบอกว่าตอนนี้น้ำทะเลขึ้นสูงมากจนแตะถึงปริมของท่าน้ำแล้ว และหลังจากนั้นลูกของท่านแม่ทัพจีนและท่านแม่ทัพและบาปอีก 1 คนก็มาดูน้ำเพียงแค่ยืนดูอยู่สักพักอยู่ๆมันอันหนึ่งลอยขึ้นมาจากน้ำและแข่งไปที่ใจกลางอกของลูกของท่านแม่ทัพจีนจีนเสียใจมาก

ร้องไห้จนแทบน้ำตาจะกลายเป็นเลือดส่วนบ่าวก็พยายามที่จะขอโทษท่านแม่ทัพจีนที่พาเลือดออกมาให้ลูกของท่านแม่ทัพจีนเสียชีวิตลงและหลังจากที่ลูกของท่านแม่ทัพจีนโดนสวนแค่ครั้งเดียวลูกของท่านแม่ทัพจีนก็ตายสิ้นใจฉันทีเพราะเหตุการณ์นี้ทำให้ท่านแม่ทัพจีนนึกถึงนางเงือกที่เขาเคยฆ่าขึ้นมาได้ และจึงรูสึกผิดกับสิ่งที่ตนไดทำลงไปทั้งหมด

และอยากที่จะให้นางเงือกสาวตนนั้นให้อภัยตนและต้องการให้นางเงือกนั้นเสกแลร่ายเวทมนต์ให้ลูกชายกลับมามีชีวิตอีกครั้งและหลังจากที่ท่านแม่ทัพเดินกลับมาบ้านพร้อมกับที่ศพลูกนั้นท่านแม่ทัพก็เล่าเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่เขาฝันจนถึงตอนที่นางเงือกต้องการแก้แค้นภรรยาของท่านแม่ทัพ ทนเศร้าไม่ไหวจึงตรอมใจ

 

สนับสนุนโดย  holiday palace

การจับกุมเสือแป้น

จับกุมเสือแป้น เสือแป้นเป็นโจร ชื่อดังของราชบุรี เมื่อสมัยก่อนนั้นเสือรับการสักยันต์จากท่าน ในเวลาไม่นานนักจึงเกิดการหักเหของชีวิตทำให้เสือแป้นนั้นต้องมากลายเป็นโจร เที่ยวออกปล้นชาวบ้านจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว แต่ทางตำรวจก็ไม่สามารถจับตัวของเสือแป้นได้ ด้วยความที่มีหนังคงกะพันฟันแทงไม่เข้านั่นเอง ไม่ว่าอาวุธอาไรก็ไม่สามารถทำอันตรายเสือแป้นได้เลย

ทางการจึงได้ปรึกษากันว่าจะให้ลูกน้องของเสือแป้นช่วยเหลือในการจุบกุมเสือแป้นนั่นเอง โดยการให้เงินก้อนใหญ่และเมื่อลูกน้องของเสือแป้นเห็นเงินจึงเกิดความโลภ และได้ทำการหักหลังลูกพี่ด้วยการ รอให้เสือแป้นหลับเสียก่อน แล้วจึงใช้ไม้ตีเสือแป้นจนสลบ 

การจับกุมเสือแป้น

เมื่อเสือแป้นโดนลูกน้องใช้ไม้ทุบจนสลบแล้ว คนขมาดูในการประหารเสือแป้น นับหมื่นคน การประหารนักโทษนั้นองทางการก็ได้กรูเข้าไปจับกุมเสือแป้นทันที และเมื่อเสือแป้นถูกตัดสินคดีด้วยการประหารชีวิตโดยการถูกตัดหัวประจาน จึงมีชาวบ้านให้ความสนใจในคดีของเสือแป้นอย่างมากจึงได้แห่กันต้องทำการผูกมัดตัวนักโทษไว้กับเสา แต่การถูกตัดหัวนั้นก็ไม่สามรถทำการตัดหัวของเสือแป้นได้ ทั้งที่ดาบของเพชฌฆาตได้เคยทีการตัดหัวนักโทษมาเยอะแล้วก้อตามและได้การฟันดาบลงไปที่คอแล้วหลายหนก็ตาม ก็ไม่สามารถฆ่าเสือแป้นได้

ในที่สุดจึงได้มีการปรึกษากันว่าควรทำอย่างไรดี และมีคนเสนอให้มีการใส่กระทะต้มน้ำ และเมื่อแม่ของเสือแป้นทรายข่าวก็กลัวลูกของตนนั้นจะทรมาน จึงบอกกับทางการว่าตนขอเป็นผู้เกลี่ยกล่อมลูกชายของตนเอง เมื่อมารดาเข้าไปเกลี่ยกล่อมสักพักเสือแป้น จึงบอกให้มารดาไปตักน้ำมาขันหนึ่ง

แล้วจึงทำเป็นน้ำมนต์ เสร็จแล้วให้มารดาเอาน้ำมนต์นั้นมารดร่างของตัวเองและได้ใช้น้ำมนต์นั้นลูบตรงรอยสักสามหน และได้ทำการก้มกราบมารดาของตนเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นเพชฌฆาตก็ได้ทำการตัดหัว เมื่อมีดถูกที่ลำคอทำให้หัวของเสือแป้นกระเด็นและมีเลือดพุ่งออกมามากมาย จบชีวิตโจรของเสือแป้น 

แต่เรื่องของเสือแป้นก็ยังเป็นที่เล่ากล่าวสืบต่อมาในเรื่องของความหนังเหนียว ตีฟันไม่เข้า และจึงมีคนมาขอสมัครเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อห้องมากมาย และขอร้องให้ท่านสักยันต์ให้ การทำตัวเป็นคนดี มีจิตใจดีก็เพียงพอแล้ว แต่จะเสริมความแข็งแกร่งและหนังเหนียวไปด้วยนั้นก็ควรใช้ให้ถูกวิธี

 

 

ขอบคุณ  ระบบฝากถอนเงิน Gclub  ที่ให้การสนับสนุน