ประวัติลัดดาแลนด์  หมู่บ้านดังที่ถูกนำมาสร้างเป็น ภาพยนตร์ 

 

        ประวัติลัดดาแลนด์    หากพูดถึงชื่อหมู่บ้านลัดดาแลนด์หลายคนอาจจะคิดถึงภาพยนตร์เรื่องลัดดาแลนด์ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังมากในช่วงหนึ่งโดยภาพยนตร์ดังกล่าวได้มีการพูดถึงความน่ากลัวของหมู่บ้านซึ่งในเรื่องนั้นเป็นการพูดถึงหมู่บ้านนี้มีผีและหลอกคนในหมู่บ้านจนไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ในที่สุดหมู่บ้านนี้ก็กลายเป็นหมู่บ้านร้างนั้นเอง

          แต่ประวัติความเป็นมาในความเป็นจริงของหมู่บ้านลัดดาแลนด์แล้วหมู่บ้านนี้ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีหรือเกี่ยวกับการถูกฆาตกรรมครั้งใหญ่มาก่อนซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นความทรงจำอันสวยงามของคนในจังหวัดเชียงใหม่เลยก็ว่าได้โดยหมู่บ้านนี้ว่ากันว่าสร้างขึ้นมาในช่วงปีพุทธศักราช 2520

             ซึ่งในขณะนั้นในจังหวัดเชียงใหม่หมู่บ้านนี้นับเป็นหมู่บ้านแรกที่เป็นหมู่บ้านของสังคมคนรวยเป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการมากทำให้เป็นที่ฮือฮาของคนในจังหวัดเชียงใหม่มากเลยทีเดียวและผู้ที่สร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมานั่นก็คือนักธุรกิจหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยทุกคนเรียกนักธุรกิจหญิงคนนี้ว่าคุณนายลัดดานั่นเอง

          สำหรับประวัติครอบครัวของคุณนายลัดดานั้นเป็นนักธุรกิจหญิงที่ชอบทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในขณะที่สามีของเธอนั้นเป็นนายทหารนอกจากนี้   สามีของคุณนายลัดดานั้นยังเป็นเจ้าของกิจการโรงหนังเวียงพิงค์ซึ่งเป็นโรงหนังขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีทั้งสามีและภรรยาเลยทีเดียว 

           ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างหมู่บ้านลัดดาแลนด์ขึ้นมานั้นคุณนายลัดดาไม่มีที่ดินผืนหนึ่งที่ปล่อยรกร้างเอาไว้ซึ่งที่ดินผืนดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่ในทำเลที่สวยๆจากว่าเป็นทางขึ้นของดอยสุเทพจึงอยากจะพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้มีความเจริญ ซึ่งคุณนาย ลัดดามองว่าหากพัฒนาได้

             จะทำให้ที่นี่กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ได้อีกด้วยเพราะในอดีตนั้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากนักดังนั้นคุณนายลัดดาจึงได้มีการพัฒนาที่ดินของตนเองเพื่อให้กลายเป็นที่รู้จักแล้วจึงผุดโครงการลัดดาแลนด์นี้ขึ้นมาแน่นอนว่านอกจากการสร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่แล้วยังมีการแบ่งพื้นที่สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวเขา

             ซึ่งได้นำเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวเขามาแสดงในพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแกะสลักไม้ การแสดงเครื่องเขิน   การทอผ้าไหมหรือแม้แต่การแสดงการรำฟ้อนรำต่างๆเป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นการนำเอาศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นการแสดงให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้ชมกันจนกลายเป็นสถานที่โด่งดังและสถานที่แห่งนี้ยังได้มีการนำสวนสนุกมาเพื่อให้เด็กๆนั้นได้ท่องเที่ยวมีทางรถไฟให้นั่งเล่นและยังมีบริการให้ขี่ช้างขี่มาอีกด้วย 

             และนี่คือประวัติที่แท้จริงของหมู่บ้านลัดดาแลนด์ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของการฆาตกรรมและภูตผีปีศาจอะอย่างไร 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ National  Gallery of London  

      สำหรับ National  Gallery of London แห่งนี้มีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1824   โดยที่ผู้ที่ตั้งใจก่อสร้างแกลลอรี่แห่งนี้ขึ้นมานั่นก็คือรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั่นเอง  โดยความตั้งใจของรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นต้องการที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่จัดเก็บของรูปภาพของบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกดังนั้นหลังจากที่มีการก่อสร้างอาคารแห่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีการตั้งชื่อว่าเป็นหอศิลป์แห่งชาติประจำกรุงลอนดอน

       ภาพส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาเก็บไว้ภายในแกลอรี่แห่งนี้นั้นจะเป็นภาพที่ทางรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นได้ซื้อมาซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพเขียนโดยภาพทั้งหมดที่มีการแสดงอยู่ในแกลอรี่แห่งนี้มีทั้งสิ้น 2300 ภาพในจำนวนนี้มีถึง 38 ภาพด้วยกันที่ทางรัฐบาลอังกฤษซื้อมาจากนายธนาคารชาวรัสเซียที่ได้ย้ายมาอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยเจ้าของภาพวาดดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า  John Julius Angerstein 

      ในขณะเดียวกันใน 38  หาที่นำมาจาก John Julius Angerstein 

นั้นมีผ้าที่เป็นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก อย่างราฟาเอลและโฮการ์ธด้วย  ซึ่ง 38 ภาพนี้ถือว่าเป็น 38 ภาพแรกที่ถูกนำมาไว้ที่แกลลอรี่แห่งนี้หลังจากนั้นทางรัฐบาลก็เริ่มที่จะสรรหาภาพอื่นๆมาเก็บไว้ในแกลอรี่แห่งนี้เพิ่มเติมซึ่งกลายเป็นว่าแกลลอรี่แห่งนี้เป็นสถานที่สะสมภาพของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงและในแต่ละปีก็จะมีการนำภาพต่างๆเหล่านี้ที่มีการจัดเก็บไว้ในหอศิลป์แห่งนี้มาจัดแสดงให้กับบรรดาประชาชนได้เข้าชมกัน

          อย่างไรก็ตามว่ากันว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นที่หอศิลป์แห่งนี้ได้ประสบกับปัญหามากมายจนถึงขนาดที่ว่าอาจจะต้องมีการปิดตัวลงแต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลหอศิลป์ก็ได้มีการแก้ไขปัญหาจนสามารถที่จะดำเนินเปิดกิจการหอศิลป์นี้ต่อไปได้และภายหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นก็ทำให้ที่นี่กลับมาเจริญรุ่งเรืองใหม่และได้รับความนิยมใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้   National  Gallery of London   จึงกลายมาเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากจากบรรดาผู้ที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะและมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศอังกฤษนั่นเอง 

          สำหรับผลงานที่มีการจัดแสดงเอาไว้ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินดังระดับโลกซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดียกตัวอย่างเช่น The Arnolfini Portrai ซึ่งเจ้าของผลงานก็คือ  Jan Van Eyck   หรือจะเป็นผลงาน   The  Modonna of the Pinks และ The Virgin of the Rocks โดยเจ้าของผลงานทั้ง 2 ชิ้นนี้เป็นคนคนเดียวกันนั่นก็คือลีโอนาโด ดาวินชีนั่นเอง  ซึ่งผลงานที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นผลงานที่มีอายุมากกว่า 500 ถึง 600 ปีเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

การท้วงคืนดินแดนของชาวยูดาห์สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อชาวฮิบรูกลับมาเขาก็สามารถสร้างอาณาจักรเป็นของตัวเองขึ้นมาได้เราจะเรียกอาณาจักรนี้ว่า อาณาจักรยูดาห์ แต่อาณาจักรยูดาห์ก็ประสบปัญหาอยู่มากมาย

เพราะว่าในยุคสมัยนั้นเป็นยุคที่มีการต่อสู้ยึดครองกันมากมายแล้วมหาอำนาจในยุคนั้นล้วนแต่นับถือพระเจ้าหลายพระองค์ยกตัวอย่างเช่น ชาวเปอร์เซีย ชาวโรมัน หรือว่า พวกเมโสโปรเตเมีย ก็นับถือพระเจ้าหลายองค์ทั้งนั้นเลยดังนั้นหลายๆชาติก็จะต้องมามีปัญหากับยูดาห์ไม่ว่าจะเป็น แคลเดีย อัสซีเรีย โรมัน เปอร์เซีย ก็มีการผลัดกันเข้ามายึดครองของชาวยูดาห์

นอกจากนี้ก็ได้มีการสรางชาติใหม่วนกันไปเรื่อยๆและครั้งสุดท้ายที่โดนยึดครองต้องบอกว่าพวกชาวฮิบรูอะไรต่างๆที่เป้นบรรพบุรุษของชาวยิวก็แตกกระจายไปตามที่ต่างๆมากมายแต่ละส่วนก็ได้ไปตั้งถิ่นฐานกันตรงนั้นตรงนี้มากมายเหลือแค่กลุ่มคนเล็กๆที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่อไป 

จากสมัยนู้นมาเป็นสมัยปัจจุบันค่อนข้างที่จะใหม่มากๆดินแดนบริเวณนี้กลายมาเป็นที่อยู่ของชาวหรับเป็นชนกลุ่มใหญ่เลยโดยชาวอาหรับนี้ก็คือคนที่เขาพูดภาษาอาหรับอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเป็นอิสลามเอาเป็นว่าถ้าพูดภาษาอาหรับเรียกว่าชาวอาหรับ

สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ส่วนชาวยูดาห์หรือว่าชาวยิวก็กลายมาเป็นคนกลุ่มเล็กมากๆที่อาศัยค้างอยู่ที่บริเวณนี้แต่ว่าอย่างไรก็ตามชาวยิวที่เดินทางออกไปที่ต่างๆทั่วโลกก็ไปตั้งถิ่นฐานในตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ขอบๆแล้วตอนนี้ชาวยิวก็ไปอยู่สหรัฐอเมริกาอยู่ในยุโปรอังกฤษอีกมากมาย

ซึ่งชาวยิวพวกนี้ก็เป็นชาวยิวที่ยังคิดอยู่ตลอดเวลาด้วยความเชื่อว่าอยากกลับJerusalemของเรานี่คือดินแดนที่พระเจ้าได้มอบให้กับบรรพบุรุษสุดท้ายแล้วเราจะต้องกลับมาอยู่ที่นี่ให้ได้ดังนั้นมันก็เลยมีกระบวนการแบบการกู้ชาติยิวเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด

จนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปัญหาก็ได้เกิดขึ้นเพราะว่ามีจักรวรรดิหนึ่งที่ชื่อว่าจักรวรรดิ The Ottoman Empire เป็นอาณาจักรขนาดใหญ่เกิดไปอยู่ในฝ่ายที่แพ้สงครามทำให้ดินแดนบริเวณนี้ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษโดยอังกฤษดันไปสัญญากับชาวยิวกลุ่มหนึ่งในอังกฤษไว้บอกว่าฉันจะฟื้นรัฐชาติยิวให้

สุดท้ายพอจนสงครามโลกอังกฤษได้บอกว่าเราจะตั้งรัฐชาติยิวขึ้นตรงนี้แน่นอนแล้วว่าพอตั้งลงไปปัญหาเกิดทันทีเพราะว่าชาวอาหรับที่ได้อาศัยอยู่ในดินแดนนี้เขาได้บอกว่าอยู่ดีๆเข้ามาแบ่งดินแดนให้ใครไม่รู้ได้ยังไงตรงนี้มันเป้นดินแดนของเราในขณะที่ชาวยิวบอกว่าไม่จริงนี่มันเป็นดินแดนของฉันตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษและนี่คือดินแดนที่พระเจ้าได้มอบเอาไว้ให้

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า w88

เรือไททานิคจมเพราะอะไรไขถูกไขปริศาสนาแล้ว

ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์เขาได้สันนิษฐานกันเอาไว้ว่าจุดที่ยึดกับตัวเรือไททานิคหรือว่าหมุดยึดมันอาจจะเกิดควาไม่แข็งแรงหรือว่าโครงสร้างในบริเวณนั้นอาจจะมีความบกพร่องอะไรอยู่หรือเปล่าแต่ตรงนี้มันก็ยังยืนยันไม่ได้เพราะเขาได้ไปค้นพบอีกภาพหนึ่งว่ามันได้มีภาพที่เป็นตัวแผงเหล็กเหมือนกันและได้มีหมุดยึดอยู่ครบเลยแต่ภาพนั้นเป็นภาพที่ที่ตัวเรือมีการโค้งงอผิดรูปผิดร่างไปแล้ว

โดยหมุดที่ได้ยึดอยู่กับตัวเหล็กมันก็ยังไม่ได้หลุดออกจากกันทีนี้เขาก็เลยสรุปกันไม่ได้ว่ามันได้เกิดมาจากอะไรสุดท้ายเขาก็ต้องทำการวิจัยและได้หาผลรับมันออกมาว่าทำไมตรงจุดนี้มันถึงได้หลุดออกมาเป็นแผงและอีกจุดหนึ่งมันถึงไม่หลุดออกมาเลย

นอกจากนี้แล้วหากเอาตามหลักทฤษฎีแล้วเขาได้บอกว่าถ้าหมุดยึดตัวใดตัวหนึ่งมันหลุดออกมาจากแผ่นเหล็กที่ถูกยึดกับเรือเพียงแค่ตัวเดียวตัวอื่นๆมันก็จะหลุดตามกันออกมาหมดเลยเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆคือเราตั้งไผ่ขึ้นไปสูงๆถ้าเรายึดไผ่ตัวใดตัวหนึ่งออก

แน่นอนว่าไผ่ที่อยู่บบนสุดมันจะต้องหล่นลงมาหมดเลยและรวมถึงไผ่ที่อยู่ด้านล่างมันก็ต้องหล่นลงมาอีกเช่นกันเพราะมันคือความต่อเนื่องมันคือสิ่งที่ต่อกันออกมาหมดเลย

ซึ่งตรงนี้มันก็คือตามหลักทฤษฎีตรงนี้เขาเลยต้องมีการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้มันจริงหรือเปล่าด้วยการจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาจริงๆจากการทำแผ่นเหล็กจำลองขึ้นมารวมถึงการยิงหมุดให้ตรงกับส่วนหนึ่งในแบบไททานิคเลยและก็นำแผ่นเหล็กที่ยึดหมุดมาทำการบิดอัดแรงดันเข้าไปเพื่อที่จะดูว่าตัวหมุดที่ถูกยึดอยู่จะถูกดีดออกมาหรือไม่

ดังนั้นหากตัวหมุดถูกดีดออกมาตัวหนึ่งตัวอื่นมันจะหลุดตามหรือเปล่าถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริงแสดงว่าจุดนี้เรือไม่ได้แข็งแรงอย่างที่บอกแน่นอนและผลการทดลองที่ออกมาคือต่อให้อัดแรงดันเข้าไปที่ตัวเหล็กสูงขึ้น4หมื่นปอนด์ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ตัวหมุดที่ถูกยึดเอาไว้กับตัวเหล็กดีดออกมา

เพราะฉะนั้นแล้วมันมีแต่เพียงเหล็กที่มีการบิดผิดรูปเพียงเท่านั้นเองแต่ในเวลาต่อมาเขากลับพบว่ามีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงลักษณะบางส่วนในเรือไททานิคเป็นจดหมายเหตุที่บันทึกเอาไว้ที่หอจดหมายเหตุประเทศอังกฤษโดยเป็นเอกสารต้มนฉบับของทางผู้ช่วยนักออกแบบอย่างThomas Angrewsที่เขาได้เปิดเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์ปี1912ตะเข็บบนเรือไททานิคได้ถูกเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะมีการออกเดินเรือจริงๆอย่างเป็นทางการ

 

ขอขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

มโนราห์

 

 มโนราห์ เป็นการเเสดงของภาคใต้ทุกจังหวัดที่ เป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้ มโนราห์มีตำนาน เเละถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ชาวใต้เรียกมโนราห์ว่า โนราห์ ส่วนคนภาคกลางหรือภาคอื่นๆก็จะชินเเละถนัดเรียกว่า มโนราห์มากกว่า หลายๆคนคงมองว่าเป็นเเค่ศิลปะการเเสดงที่มีเอกลักษณ์ของภาคใต้เเต่ในความเป็นจริงของคนใต้ คือมีความละเอียดลออมาก มโนราห์เป็นศิลปะการเเสดงของภาคใต้ที่มีมานานเเล้ว

มีการสืบทอดผ่านลูกหลานต่อกันมา มโนราห์ จะมีพิธีกรรมหลากหลาย อย่างเช่น โรงครูโนราห์ ไม่ว่าจะจัดพิธีกรรมอะไร ก็ต้องเป็นไปตามตำราทุกอย่างเเบบถูกต้องตามตำราเลย เพราะเชื่อว่า เเม้เเต่การเดิน หรือ การร่ายรำ ทุกท่าล้วนมีอาคม การที่จะเเสดงโนราห์ได้นั้น จะต้องได้รับการฝึกฝนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมโนราห์ ถือเป็นศิลปะเเละวัฒนธรรมหนึ่งที่ชาวใต้ได้ไห้การยกย่อง เพราะมโนราห์ จะมีครูเเต่ละสายตระกูล เเละมีทายาทไห้สืบทอดมโนราห์นี้ด้วย มโนราห์ เป็นการเเสดงที่สำคัญเเละเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในภาคใต้ เพราะนอกจากหนังตะลุงเเล้ว ก็ยังมีมโนราห์ ที่เป็นเอกลักษณ์ที่จะทำไห้คนนึกถึงภาคใต้โดยทันทีทันใด

ในการเเสดงนั้น ต้องมีคนเล่นดนตรี เเละผู้ที่เเสดงเป็นมโนราห์นั้น ต้องร่ายรำไห้เข้ากับจังหวะดนตรี เรียกได้ว่า ล็อคลงล็อคเลยก็ว่าได้ เเละผู้ที่บรรเลงดนตรี จะต้องขับกลอน ไปพร้อมกับมโนราห์ เรียกได้ว่า การด้นสดกลอนนั่นเอง เป็นการร้องกลอนเเบบรับส่งไปมา ได้อย่างทันทีทันใด คือ ถ้าคนบรรเลงดนตรีร้องขึ้นมา คนที่เเสดงเป็นมโนราห์ก็ต้องต่อกลอนไปด้วยนั่นเอง

 จึงเป็นการเเสดงที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เพราะการต่อกลอน ที่เป็นภาษาถิ่นใต้ของตัวเอง เเละการบรรเลงดนตรีของชาวภาคใต้อย่างเป็นเอกลักษณ์ สำหรับเรื่องกลอน เเละเรื่องดนตรีไปเเล้ว สิ่งที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้เลย คือ การรำที่อ่อนช้อยเเละสร้างความตะลึงไห้กับผู้ที่พบเห็น ยังเป็นเอกลักษณ์ของท่วงท่ารำของมโนราห์อีก

ซึ่งการรำเเละท่วงท่ารำของมโนราห์นั้น ก็จะเป็นการใช้ท่วงท่าลีลาการทำตัวอ่อน ซึ่งการทำตัวอ่อนไม่ได้เป็นสูตรดั้งเดิมของมโนราห์ เเต่เป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้ในปัจจุบัน เพื่อทำไห้เป็นเอกลักษณ์มากขึ้นเท่านั้น เเต่ถ้าเป็นมโนราห์เเบบดั้งเดิมเเท้ๆ จะต้องใช้ท่วงท่าเเละลีลา ที่ตามเเบบเเผนมโนราห์ได้จารึกเอาไว้ เป็นต้นตำหรับนั่นเอง

มโนราห์ จึงเป็นศิลปะสูงสุดเเละเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศไทย ซึ่งถ้ากล่าวถึงมโนราห์ จะนึกถึงได้เลยว่า มันเป็นศิลปะการเเสดงของภาคใต้ ที่มีมาตั้งเเต่สมัยอดีต จนถึงสมัยปัจจุบัน ซึ่งก็เเบ่งตามสายตระกูลของมโนราห์ เพื่อที่จะสืบทอดมโนราห์ต่อไปนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

ศาลสิงโตทอง

ศาลสิงโตทอง ในสมัยก่อนนั้นได้มีทำการค้ากับประเทศจีน และได้มีเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นผ่านมาปากน้ำบางกอกน้อยและได้เกิดเรือ อับปางขึ้นของที่อยู่ในเรือลำนั้นได้จมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหมดทั้งลำเรือ และได้มีการงมของขึ้นมาหนึ่งในจำนวนนั้น ได้งมได้สิงโตหินเพศเมียได้มาตัวหนึ่งและด้วยการบอกเล่าของเจ้าของเรือว่า ตนได้นำสิงโตลงเรือมาหนึ่งคู่ เพื่อจะสร้างความสมดุลให้แก่การเดินเรือที่บรรทุกของมายังประเทศไทย

ปราฎิหาริย์ของสิงโตทอง

เมื่อมีการงมของขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ได้เจอกับรูปปั้นของสิงโตเพศเมียตัวหนึ่งจึงได้ทำการช่วยกันนำขึ้นมา และก็ได้ทำการหันหน้าของสิงโตเข้าหาฝั่ง และต่อมาวันหนึ่งสิงโตเพศเมียตัวนี้ได้ทำการหันหน้าออกไปทางแม่น้ำ โดยชาวบ้านในละแวกนั้นเชื่อกันว่าสิงโตคงอยากจะมองหาคู่ของตัวที่ได้จมน้ำหายไปโดยหาไม่เจอนั่นเอง และยังมองว่าเป็นความรักที่ซื่อสัตว์ที่ยังรอคอยแม้เวลาจะผ่านไปเท่ารัยก็ยังรอคนที่รักกลับมา

ความเชื่อ

มีคนเก่าแก่ได้เล่าต่อๆกันว่าสิงโตที่ตั้งอยู่ตรงข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้เป็นเพียงหนึ่งในสามตัว ซึ่งอีกสองตัวได้จมอยู่ในแม่น้ำยังหาไม่เจอ และมีตัวขนาดเท่ากันกับสิงโตที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้หนึ่งตัวและมีอีกตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งว่ากันว่าเป็นตัวแม่ บางวันชาวบ้านในละแวกนั้นจะได้ยินเสียงร้องของลูกสิงโตที่เรียกหาแม่ และยังได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้ชาวบ้านได้เจอกันบ่อยครั้งจนต้องตั้งศาลให้อยู่จนถึงปัจจุบันและได้มีการเรียกศาลนี้ว่าศาลสิงโตทอง และได้มีเรื่องเล่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ของสิงโตทองว่าหน้าบริเวณแม่น้ำเจ้าพระตรงบริเวณนี้จะมีคนจมน้ำตายอย่างน้อยปีละหนึ่งคน ชาวบ้านเชื่อว่าสิงโตทองต้องการจะนำเอาชีวิตเหล่านี้ไปเป็นบริวาร และความเป็นมาของสิงโตทองนั้นไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความเป็นมาเป็นอย่างรัย และมาตั้งข้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้อย่างไร

ของที่นำมาบูชา

ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมาบนบานขอพร กันเป็นประจำและได้มีของมาถวายแตกต่างกันไป บางคนนำลูกแก้วมาถวายเพราะเชื่อว่าสิงโตนั้นชอบเล่นลูกแก้ว บางคนนำสร้อยมุกมาถวาย หรือจะเป็นพวกดอกไม้ ผลไม้ และสิงโตที่จะต้องนำมาถวายนั้นเป็นคู่เสมอ และบางคนยังนำเนื้อสดมากราบไหว้ แต่ห้ามนำกับไปรับประทานเด็ดขาดเพราะจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับตัวเอง และชาวบ้านหรือนิสิตนักศึกษาจะมาขอให้สมหวังเรื่องเรียนและเรื่องของความรักเป็นส่วนใหญ่

Atomic Blonde หนังแอคชั่นสุดบู๊ระห่ำ

หนังแอคชั่นสุดบู๊ระห่ำ มาพูดถึงหนังบู๊แบบเป็นสาวโหดสะบัดกันบ้างนะ หนังเรื่องนี้นำเรื่องด้วยนางเอกของเราที่นำแสดงโดยนางเอกคุณภาพที่โด่งดังเช่นกัน รับบทเป็นสาวผมบลอนผู้ทรงเสน่ห์ ตามชื่อเรื่อง ไม่ว่าเทอคนนี้จะเล่นหนังบู๊สักกี่เรื่อง ผมจะสีบลอนหรือผมสีดำทมิฬก็เถอะ ก็เป็นนักบู๊สาวที่น่าหลงไหลอย่างมาก บทบู๊สำหรับสาวเจ้าเสน่ห์นี่ต้องให้เทอคนนี้เลยล่ะ ทั้งบู๊เก่งแล้วหน้าตาอันคมเข้มนี้ หาใครเปรียบได้จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ก็ได้มีฉากบู๊ที่น่าดูมากๆ

นางเอกของเราคนนี้ ครั้งได้รับบทเป็นสายลับสาวผู้ทรงเสน่ห์ ด้วยผมบลอนแสนสวยนี้ ทำให้เป็นสายลับที่คนจับตามองได้ง่ายๆจริงๆ แต่ในเรื่องนั้นกลับไม่ใช่ เธอนั้นเป็นสายลับที่มีฝีมือระดับท็อปแล้วก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากเลย เทอนั้นเป็นสายลับสาวจากหน่วยที่รู้จักกันดี MI6 ซึ่งต้องย้อนกลับไปในปี 1989 ที่มีเหตุการณ์ของที่ประเทศเยอรมัน

ที่กำแพงเบอร์ลินอยู่จุดวิกฤตที่ใกล้จะพังทลายลงอย่างช้าๆ ทำให้นางเอกของเรา ลอเรน โบรห์ตัน สุดยอดสายลับจะต้องออกโรงไปทำภารกิจสุดจะอันตราย ณ ดินแดนที่มีสายลับอย่างมากมาย แล้วเธอคนนี้ก็ต้องไปร่วมมือกับสายลับอีกคนที่ชื่อว่า เดวิด เพอร์ซิวาล ที่เป็นสายลับที่มีความลับอยู่มากเช่นกัน แม้ตัวเนื้อเรื่องจะไม่ได้แสดงให้เห็นแต่แรก แต่คนดูคงจะค่อยๆสังเกตุได้เอง

แล้วสิ่งที่เธอและเขาคนนี้ต้องไปสืบนั้น เป็นเรื่องของสายลับ MI6 ที่ถูกสังหารโดยใครก็ไม่รู้ทำให้ นางเอกยิ่งอยากรู้ไปเรื่อยๆเพราะว่ายิ่งความลับเปิดเผยขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้นางเอกของเราต้องตกตะลึงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องมาเป็นสายลับสืบครั้งนี้ เกี่ยวของกับเธอหลายต่อหลายอย่าง ทำให้เขานั้นยิ่งต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่า เธอนั้นไปมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้กันแน่ล่ะ

ถึงเรื่องนี้จะไม่ค่อยโด่งดังมากเท่าไหร่ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังสุดบู๊ระห่ำที่คอหนังบู๊จะพลาดได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเหล่านี้โดย  บาคาร่า sa gaming

ยายสำอางวณิพกเมืองสุพรรณ

วณิพกเมืองสุพรรณ ประวัติยายสำอาง

วณิพกเมืองสุพรรณ ยายสำอางเกิดเป็นลูกคนจีน ผู้เป็นพ่อจึงไม่ค่อยชอบลูกสาวเท่าไรนัก ประกอบกับแกเป็นเด็กขี้โรคพ่อ แม่จึงนำแกไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัด ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลาวัดบางน้อย โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาเก็บไปเลี้ยงหรือจะตาย และได้มีวณิพกสองผัว เมียมาเจอจึงได้เก็บยายสำอางไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และสองผัว เมีย ครอบครัวมีความยากจน จึงต้องอุ้มยายสำอางเร่ร่อนออกร้องเพลงขอทานไปด้วย และยายสำอางก็ได้มีอาการเจ็บตาในวัยเด็กและตาแกก็บอดในที่สุด และจากการที่แกได้ฟังเพลงขอทานมาทุกวันจึงซึมซับเข้ามาในตัวแกทีละน้อย

จนในที่สุดแกก็ร้องเพลงขอทานได้อย่างเชี่ยวชาญเลยทีเดียว แกเป็นคนอารมณ์ดีคุยสนุก ร้องเพลงขอทานได้ดี ไม่ว่าเพลงเร็ว เพลงช้าก็สามารถเรียกน้ำตาคนฟังได้เลย และสามีของยายสำอางได้เสียชีวิตไปแล้วถึงสามคนและได้อยู่กับสามีคนปัจจุบันได้4-5ปีถึงได้เสียชีวิตลง

เพลงขอทาน

เพลงขอทานที่ร้องจะเกี่ยวกับเรื่องนิทานพื้นบ้านนำมาร้องเข้ากับดนตรีที่แกตีเองให้เข้ากับเนื้อเพลงอย่างพวกขุนช้างขุนแผน พระรถเมรี เป็นต้น 

เสียชีวิตแล้วยายสำอาง

ยายสำอางได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราด้วยวัย 71ปี และแกไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนคนที่มาในงานศพของแกนั้นไม่กี่คน ก่อนที่ยายสำอางจะเสียชีวิตสามีคนปัจจุบันได้เล่าว่าแกไม่ได้ออกไปร้องเพลงขอทานแล้ว จะออกไปร้องก็ต่อเมื่อมีคนมาจ้าง และแกก็ได้ทำอาชีพเหลาไม้ปิ้งไก้ขายในราคามัดละ4บาทมี120อันในหนึ่งมัด วันหนึ่งแกจะเหลาได้20มัด และในคืนที่แกเสียชีวิตนั้น แกได้ตื่นจะมาเข้าห้องน้ำแล้วได้มีอาการไอแล้วก็ล้มฟุบลง สามีแกจึงเดินไปอุ้มแกขึ้นมา พบว่าแกได้เสียชีวิตแล้วและได้มีเลือดออกมาทางปากเป็นจำนวนมาก

เมื่อได้รับรู้เรื่องราว หรือประวัติของยายสำอางแล้วก็ทำให้สงสารยายสำอางที่ต้องมีชีวิตลำบากเพียงเพราะต้องเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงของคนจีนเท่านั้นเองเหรอ และได้มีการนำยายสำอางมาทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะเป็นยังไง จิตใจของพ่อ แม่ แต่ก็ยังโชคดีของยายสำอางที่มาเจอคนใจบุญถึงจะไม่มีเงินทองเลี้ยงดูยายสำอางได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังเลี้ยงให้แกได้มีชีวิตอยู่มาได้ถึง71ปี

และการที่แกเสียชีวิตลง และแอ๊ดคาราบาวได้ติดต่อขอเป็นเจ้าภาพในงานศพยายสำอางด้วย และแอ๊ดคาราบาวได้มีการทำเพลงเกี่ยวกับชีวิตของยายสำอางแม่เพลงขอทานแห่งเมืองสุพรรณไว้ให้ได้ฟังกันด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติวันสงกรานต์

ประวัติวันสงกรานต์ วันนี้เราจะมาบอกประวัติวันสงกรานต์สำหรับคนที่ยังไม่รู้ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์วันนี้เราเลยจะมาบอกเรื่องเล่าของวันสงกรานต์ที่สำหรับคนนั้นยังไม่รู้กันค่ะ

มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาว่า และก็หน้าจะจารึกวัดเซตุพนฯซึ่งได้กล่าวไว้ว่าประดับความรู้ของสาธุชนทั้งหลายดังต่อไปนี้  เมื่อต้นภัทรกัลป์มีเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีเงินทองมากแต่ว่าไม่มีบุตรบ้านอยู่ใกล้นักเลงสุรานักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ผิวเนื้อดุจทอง ซึ่งว่าวันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปในบ้านของเศรษฐีแล้วได้ด่าเศรษฐีด้วยถ้อยคำที่หยาบคายท่านเศรษฐีนั้น

ได้ถามว่าเจ้าเข้ามาในบ้านของข้าแล้วเจ้ามาด่าข้าด้วยเหตุผลอะไรซึ่งนักเลงสุรานั้นตอบกับท่านเศรษฐีว่าท่านนั้นมีเงินมากมายแต่ไม่มีลูกแต่กลับผมนั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่ว่ากลับมีลูกถึงสองคนพอท่านเศรษฐีนั้นได้ฟังจึงพยักหน้าจากนั้นนักเลงสุราพูดต่อว่าเมื่อท่านนั้นตายไปสมบัตรที่ท่านนั้นมีก็ไม่มีคนสืบทอดและนักเลงสุรานั้นพูดขึ้นอีกว่าลูกของเขานั้นมีผิวที่งดงามนักเลงสุรานั้นตอบอีกว่าตัวเขานั้นมีดีกว่าท่านเศรษฐีพอท่านเศรษฐีนั้นฟังจบก็อยากมีลูกบ้างจึงไปบนบานศาลกล่าวขอลูกแต่ก็อยู่มาสามปีก็ไม่มีลูกเมื่อขอลูกจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ดังปรารถนาแล้วอยู่มาวันหนึ่ง 

ถึงฤดูคิมหันต์ โลกสมมุติว่าเป็นมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษซึ่งคนทั้งหลายพากันเล่นนักขัตฤกษ์เป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ทั่วชมพูทวีป แต่ว่าในขณะที่เศรษฐีนั้นพาบริวานไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย ซึ่งเอาข้าวสารซาวเจ็ดน้ำแล้วก็หุงบูชาซึ่งได้ตั้งจิตและอธิฐานขอบุตรจากรุกขพระไทรรุกขพระไทรมีความกรุณาเหาะไปขอลูกให้กับท่านเศรษฐี

ซึ่งพระอินทร์นั้นจึงให้ธรรมบาลเทวบุตรนั้นลงไปเกิดในครรภ์บิดามารดาขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วจึงปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำและเมื่อกุมารนั้นโตขึ้น ก็รู้ภาษานกแล้วเรียนจบไตรเทพเมื่ออายุได้ 8 ขวบนั้นได้เป็นเป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ ชาวชมพูทวีปทั้งปวงซึ่งในตอนนั้นโลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งนั้นได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง

และเมื่อกบิลพรหมแจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของมนุษย์บนโลกทั้งหลายจึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับงานบุญบั้งไฟ

  ตำนานงานบุญบั้งไฟ งานบุญบั้งไฟเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีในจังหวัดทางแถบทางภาคอีสาน

โดยถึงเรียกว่างานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของภาคอีสานเลยทีเดียวก็ว่าได้ซึ่งจะจัดงานกัน ในช่วงวันออกพรรษาโดยจะยึดเอาวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปีในการจัดงานซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ในตอนกลางวันจะมีการจัดกิจกรรมทางการออกร้านการกระบวนดอกไม้มีการเชิญชวนประกาศตามสื่อต่างๆให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางไปท่องเที่ยวและชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะนิยมไปชมความงามของบุญบั้งไฟกันในทุกๆปีและจะมีพากันไปเป็นจำนวนมากดูในช่วงหัวค่ำชาวบ้านจะพากันมาจับจองบริเวณริมแม่น้ำโขง

ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จัดงานบั้งไฟเนื่องจากงานบุญบั้งไฟคืองานที่ประชาชนจะไปชมความงามของลูกไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำคืนหนึ่งวิธีการเห็นไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำจำนวนหลายสิบลูกด้วยกันซึ่งหลายครั้งที่มีคนพยายามที่จะไปพิสูจน์ว่าดวงไฟเหล่านี้มาจากที่ไหนก็ไม่มีใครหาข้อสรุปได้โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการพ่นไฟออกมาจากปากพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคเอาไว้ว่าทิศใต้เมืองบาดาลแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของพญานาคตนหนึ่งที่มีนิสัยดุร้ายชอบรังแกผู้อื่นอยู่มาวันหนึ่งพญานาคตัวนี้อยากจะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถบวชได้

เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์ซึ่งทำให้พญานาคตอนนี้โกรธมากที่ไม่สามารถบวชพระได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องก็เดินทางมาพบกับพญานาควันนี้และได้สอนพระธรรมเทศนาจนพญานาคตอนนี้บรรลุในทางธรรมจึงขอปวารณาตนเป็นพุทธมามกะซึ่งมีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ขึ้นไปยังสูงสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่บนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลาหนึ่งพรรษาจึงค่อยกลับลงมาที่โลกมนุษย์

แล้วหน้าพญานาคตอนนั้นทราบเรื่องว่าพระเจ้ากำลังจะเสด็จกลับลงมาในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 พญานาคตนนั้นจึงได้พ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเป็นการฉลองที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกับและนี่เองคือตำนานความเชื่อเกี่ยวกับบุญบั้งไฟที่เกิดขึ้นเรามักจะเห็นทุกวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีมักจะมีลูกไฟเกิดขึ้นมาเป็นประจำโดยหาเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันขึ้น 15 เดือน 11 นี้จะไม่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาให้เห็นเลยจึงทำให้ความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลายปีจวบจนมาถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub