วัดป่าเลไลย์จังหวัดสุพรรณบุรี 

          วัดป่าเลไลย์ เมื่อพูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรีและเมื่อพูดถึงศาสนสถานเชื่อว่าหลายคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าศาสนสถานที่ถูกสร้างขึ้นมาที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองคู่จังหวัดสุพรรณบุรีมีอายุมาอย่างยาวนานหลายพันปีนั้นคงหนีไม่พ้นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังวัดหนึ่งซึ่งวัดแห่งนี้มีหลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ด้วย

วัดดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรีเลยก็ว่าได้และเชื่อว่าแทบจะไม่มีใครรู้จักวัดแห่งนี้ซึ่งวัดดังกล่าวก็คือวัดป่าเลไลย์นั่นเอง

        อย่างไรก็ตามสำหรับวัดป่าเลไลย์นั้นน่าจะมีอายุตั้งแต่เริ่มสร้างขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้เกินกว่า 1200 ปีมาแล้วเลยก็ว่าได้วัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเป็นอย่างมากและไม่ว่าจะเป็นโบสถ์หรือว่า วิหารหรืออาคารต่างๆที่มีการก่อสร้างภายในพื้นที่ของวัดป่าเรไรนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีอายุเก่าแก่หลายร้อยหลายพันปี

        นอกจากนี้ศิลปะของการก่อสร้างนั้นก็ยังเป็นศิลปะของการก่อสร้างในสมัยโบราณซึ่งในยุคปัจจุบันนี้หาชมได้ยากยิ่งเรียกได้ว่าเป็นศิลปะการก่อสร้างที่มีความงดงามเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังซึ่งมีการวาดเอาไว้ในวิหารของหลวงพ่อโต

ซึ่งภายในนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความงดงามของกิจกรรมฝาผนังด้วยโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการวาดเรื่องราวเกี่ยวกับนิราศเมืองสุพรรณเป็นบทกวีที่ทางสุนทรภู่ได้มีการวรรณกรรมเอาไว้อย่างเช่นเรื่องของขุนช้างขุนแผนจากนี้ยังมีการวาดบ้านเรือนทรงไทยโบราณซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

         ภายในวัดป่าเรไรนอกจากจะมีโบสถ์วิหารที่มีความสวยงามและมีความเก่าแก่แล้วยังมีอาคารต่างๆที่มีการสร้างเอาไว้เพื่อให้บรรดาผู้คนเข้ามาชื่นชมความสวยงามภายในวัดหรือแม้แต่มาทำบุญกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดรวมถึงหากใครต้องการที่จะมาปฏิบัติธรรมก็สามารถเดินทางมาที่วัดป่าเรไรแห่งนี้ได้เช่นเดียวกัน

โดยวัดแห่งนี้อยู่ตรงบริเวณถนนมาลัยแมนซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอเมืองเปิดให้บรรดาผู้คนเข้ามาทำบุญกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 08:00 น เป็นต้นไปและทางวัดจะมีการปิดไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปภายในพื้นที่บริเวณวัดตั้งแต่ช่วงเวลา 18:00 น เพื่อที่พระสงฆ์จะได้มีการทำกิจของสงฆ์

        อย่างไรก็ตามชื่อเสียงของวัดป่าเลไลย์นั้นโด่งดังเป็นอย่างมากทั้งในด้านเครื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเช่นหลวงพ่อโตที่ใครเข้าไปกราบไหว้ขอพรก็สมหวังทุกครั้งไปและยังเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวรรณกรรมของสุนทรภู่ในเรื่องของขุนช้างขุนแผนซึ่งทุกวันนี้หลายคนที่มีโอกาสได้ชมละครเรื่องของขุนช้างขุนแผนก็มักจะแวะเวียนมาชมความสวยงามของวัดป่าเรไรๆตามที่เห็นในละครกันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet auto

ประติมากรรมชั้นยอดที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก 

       ประติมากรรมชั้นยอด สำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะย่อมรู้ดีว่าผลงานศิลปะนั้นบางชิ้นนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงประติมากรรมชั้นยอดที่หลายคนนั้นพูดถึงและยังคงคุณค่าให้มีการพูดถึงมาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับผลงานที่มีการนำมากล่าวในบทความนี้จะเป็นผลงานที่ศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกได้มีการรังสรรค์ผลงานเอาไว้ในสมัยที่พวกเขานั้นยังคงเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับวงการศิลปะและประติมากรรมต่างๆด้วยผลงานที่เรานำมาพูดถึงนั้นมีทั้งหมด 2 ผลงานด้วยกันนั่นก็คือ 

Ecstasy of Saint teresa of inertia 

          สำหรับผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1652 ตั้งอยู่ที่โบสถ์ซานตามาเรียเวลาวิคตอเรีย เดอราวิตอเรีย กรุงโรมประเทศอิตาลีถือเป็นประติมากรรมชิ้นเอกของ จิอันโด เซนโซ่แบดินี่ ผู้ที่มีชื่อเสียงในกรุงโรมเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 17 ปฏิมากรรมชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องราวของแม่ชีผู้หนึ่งที่ได้ทำการบันทึกเรื่องราวทางศาสนาที่เธอได้ทำการปฏิรูป แต่เธอกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ 

       จนกระทั่งปี 1622 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรี ที่ 15 จึงได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้เธอได้เป็นนักบุญหลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้วถึง 40 ปีและนั่นก็เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นนี้ของโรเซนโซ่ โดยเขาได้จากองค์ประกอบให้งานแกะสลักนี้มีท่าทางคล้ายกับการแสดงละครเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านออกมาถือเป็นผลงานที่ยากต่อการนำมาลอกเลียนแบบขึ้นใหม่สำหรับปฏิมากรคนอื่นๆในเวลาต่อมา 

     PIETA 

       สำหรับผลงานชิ้นนี้เป็นงานประติมากรรมสลักสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ในปี 2499 ถูกสร้างขึ้นโดยมี เกลันเจโลบูโอนาร์โรตีหรือไมเคิลแองเจโลนั่นเองตั้งอยู่ในมหาวิหารนักบุญเปโตรที่นครรัฐวาติกันประเทศอิตาลีเป็นงานประติมากรรมที่ถูกทำขึ้นจากหินอ่อนคาราด้าที่แสดงให้เห็นถึงภาพกองพระแม่มารีกำลังอุ้มร่างของพระเยซูคริสต์บทบาทของตนเองหลังจากที่เขาโดนตรึงไม้กางเขนแล้วซึ่งในระหว่างที่ปั้นอยู่นั้นเอง 

       ผลงานชิ้นนี้ Michael angelo  ได้ออกแบบให้พระแม่มารียังเป็นเพียงหญิงสาวที่มีลูกชายในวัยเพียงแค่ 33 ปีเท่านั้นเพื่อที่จะแสดงออกให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผ่านพระแม่มารีที่ยังคงความเยาว์วัยเป็นสาวบริสุทธิ์เอาไว้นะเป็นเรื่องใหม่ในงานประติมากรรมของอิตาลีที่นำเอาแนวความคิดนี้ใส่ลงไปในรูปปั้นจนได้รับการยกย่องว่าเป็นงานชิ้นสำคัญที่คงความสมดุลระหว่างอุดมคติของความงามในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาและทำชาตินิยมในยุคสมัยนั้นเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet สมัครสมาชิก

ประวัติความร่ำรวยของโซโลม่อน กษัตริย์ของอิสราเอล 

 

      เรื่องราวของกษัตริย์ซาโลมอนซึ่งเป็นกษัตริย์ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีที่ว่ากันว่าพระองค์นั้นเป็นทั้งบุคคลที่มีความเฉลียวฉลาด โซโลม่อน กษัตริย์ของอิสราเอล และยังเป็นบุคคลที่มีความร่ำรวยที่สุดในโลกอีกด้วยซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติความร่ำรวยของกษัตริย์ซาโลมอนกันว่าเขามีความร่ำรวยอย่างไรบ้างและมีหลักฐานอะไรที่แสดงให้เห็นว่าในสมัยที่เขาครองบันลังอยู่นั้น เขาร่ำรวยจริง 

        โซโลม่อนได้มีการสั่งให้สร้างวิหารขนาดใหญ่เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าวิหารแห่งแรกใช้เวลาสร้างเพียง 4 ปีก็สามารถเนรมิตอาคารขนาดใหญ่ที่ทำจากหินนำมาเรียงต่อกันสูง 228 เมตรโครงหลังคาทำจากไม้ตกแต่งด้วยทองคำหรูหรามีรูปปั้นเทวดาและ Shopping วิหารแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแสดงความจงรักภักดีและนับถือพระผู้เป็นเจ้าเป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างวิหารขนาดใหญ่ให้แล้วเสร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว

       วิหารนี้ตั้งตระหง่านต่อมาอีก 400 ปีก่อนที่จะถูกชาวบาบิโลเนียทำลายลงในเวลาต่อมานักโบราณคดีสามารถยืนยันถึงตำแหน่งที่ตั้งที่ชัดเจนได้ในกรุงเยรูซาเล็มในยุคปัจจุบันนอกจากนี้ยังมีการสร้างวิหารแห่งที่ 2 เป็นศูนย์รวมจิตใจขึ้นมากมายแต่เรา 516 ปีก่อนคริสตกาลและถูกทำลายลงอีกเช่นกันในอีก 500 ปีต่อมาด้วยเหตุผลด้านความเชื่อทางศาสนาและการแย่งชิงดินแดนที่เป็นฐานที่มั่นแห่งความศรัทธาที่แตกต่างกัน 

     โซโลม่อนผู้นำที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนอกจากจะเป็นที่ร่ำลือเรื่องความฉลาดแล้วโซโลม่อนยังเป็นกษัตริย์ที่รวยที่สุดในยุคนั้นอิสราเอลทำการค้าและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับอาณาจักรใกล้เคียงมีบันทึกว่าสมควรได้รับรองทำเป็นเครื่องบรรณาการจำนวนมากตลอดเวลาที่ครองราชย์ซึ่งรวมถึงของมีค่าจากราชินีแห่งชิบะ

ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าหญิงจากอาณาจักรโบราณของดินแดนอาหรับซึ่งก็คือชาวเยเมนในปัจจุบันโดเรม่อนครอบครองรถม้า 1400 คันม้า 12000 ตัวโล่ทองคำ 500 อันอาศัยอยู่ในพระราชวังหรูหราขนาดใหญ่บัลลังก์และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันล้วนทำจากทองคำ

        นอกจากนี้สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในยุคของโซโลม่อนคือหีบแห่งพันธสัญญาอีกมุมโดยทองคำด้านนอกด้านในบรรจุแผ่นศิลาจารึกบัญญัติ 10 ประการที่โมเสสได้มาหลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าบนเขาชีไนส์ ขณะพาชาวอิสราเอลอพยพจากอียิปต์ข้ามทะเลมายังดินแดนคานาอันสร้างอาณาจักรอิสราเอลซึ่งกษัตริย์เดวิด

และโซโลม่อนเป็นผู้สืบทอดและเก็บรักษาเห็ดนี้เอาไว้โดยมีการระบุว่าสถานที่ที่เก็บรักษาเห็ดแห่งพันธสัญญานี้ก็คือวิหารที่จะร่วมสร้างขึ้นนั้นเองแต่ปัจจุบันห*บแห่งพันธสัญญานี้ได้หายสาบสูญไป 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

ประวัติของรพินทรนาถ ฐากูร  

       รพินทรนาถ ฐากูร  เชื่อว่าหากใครที่ศึกษาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลก หรือบุคคลสำคัญของอินเดีย ย่อมต้องเคยได้ยินชื่อเสียงนี้กันมาบ้าง นั่นก็คือ  รพินทรนาถ ฐากูรนั่นเอง   ซึ่งประวัติความเป็นมาของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นมีประวัติที่เก่าแก่ และและเป็นประวัติที่สร้างชื่อเสียงกลายเป็นเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

        สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ที่รู้จัก รพินทรนาถ ฐากูร นั้นส่วนมากรู้จักในฐานะนักคิด  นักศิลปิน  นักปรัชญา  นักกวีและนักเขียน   เขากำเนิดขึ้นในแคว้นเบงกอลเมืองกาตาร์ประเทศอินเดีย  โดย รพินทรนาถ ฐากูร นั้นเขาเกิดในวรรณะพราหมณ์  ซึ่งวันที่เขาเกิดนั้นตรงกับวันที่ 7 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ 1861 และ รพินทรนาถ ฐากูร  ถือเป็นต้นแบบแห่งกวีที่ผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกทั้งในแง่ของเนื้อหาลึกซึ้งว่าด้วยชีวิตและภาษาอังกฤษงามสละสลวย

       รพินทรนาถ ฐากูร ได้รับรางวัล ต่างต่างมากมาย  อย่างเช่น รางวัล โนเบล  

ซึ่งสาขาที่เขาได้รับนั้นก็คือ สาขาวรรณกรรม  โดยได้รับในช่วงในปีคริสต์ศักราช 1993 จากกวีนิพนธ์เรื่องคีตาญชลี  ซึ่งเราอาจจะสามารถนับได้ว่า รพินทรนาถ ฐากูร    นั้นเขาเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้และถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ชาวตะวันตกหันกลับมาสนใจในภูมิปัญญาของชาวชมพูทวีปผลงานของ รพินทรนาถ ฐากูร นั้นควรค่าแก่การเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เลยทีเดียว 

         สำหรับผลงานของเขาครอบคลุมพื้นที่ในหลายสาขาวรรณกรรม เรียกได้ว่าเยอแยะมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นร้อยกรอง  หรือแม้แต่ บทรัก  รวมถึง กวีนิพนธ์   และยังมีนวนิยาย  นอกจากนี้ยังมี เรื่องสั้น และ   อัตชีวประวัติบทวิจารณ์รวมทั้งงานศิลปะและบทประพันธ์เพลง อีกด้วย 

  สำหรับตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียงของเขา  อย่างเช่น งานเขียนเรื่องสาธนาบทกวีนิพนธ์หิ่งห้อย    บทกวีจันทร์เสี้ยว     บทละครเรื่องจิตรา     เรื่องสั้นราชากับปราณี    เรื่องสั้นนายไปรษณีย์รวมถึงเพลงชาติอินเดีย   เป็นต้น 

       นอกจากนี้ รพินทรนาถ ฐากูร  ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับต้นต้นที่เห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการเรียน การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  โดยเขาก่อตั้งโรงเรียนศานตินิเกตันซึ่งเน้นบรรยากาศครูให้ความรักความอบอุ่นแก่เด็กนักเรียน เปรียบเสมือนกับที่บิดาให้ความรักกับบุตร ของตัวเอง

และดำเนินโรงเรียนมีการสอนถึงปีที่ 21 โรงเรียนศานตินิเกตันก็ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยโดยใช้ชื่อว่าวิศวภัณฑ์หรือหมายถึงสถานอันเป็นแหล่งพักพิง

       สำหรับในช่วงบั้นปลายชีวิต รพินทรนาถ ฐากูรยังร่วมกิจกรรมทางการเมืองด้วย  โดยกิจกรรมที่เขาเข้าร่วมก็คือ การร่วมต่อต้านการปกครองของรัฐบาลจักรวรรดินิยมอังกฤษและรณรงค์เพื่อความเป็นเอกราชของประเทศอินเดียอีกด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย.  gclubฟรี500

ประวัติของว่าว เกิดขึ้นมากกว่า 3 พันปี

       ประวัติของว่าว  เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักว่าวและเคยเล่นว่าวกันมาบ้างแล้วซึ่งอันที่จริงแล้วว่านั้นมีประวัติเป็นมาอย่างยาวนานโดยอันที่จริงเราไม่สามารถบอกได้ว่าจุดกำเนิดของว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นมาจากไหนแต่ก็ว่ากันว่าจุดกำเนิดของว่าวนั้นเกิดขึ้นมากกว่า 3 พันปีก่อนแล้วซึ่งครั้งแรกที่มีจุดกำเนิดของว่าวนั้นเกิดมาจากการที่กองทัพของประเทศจีนนั้น

ต้องการที่จะมีการติดต่อสื่อสารกันถึงสร้างเราขึ้นมาเพื่อเป็นอาวุธลับในกองทัพและเพื่อใช้ในสนามรบทำจากไม้มีน้ำหนักเบาต้านทานลมได้ดีใช้สำหรับส่งจดหมายวัดระยะทางดูทิศทางลมและส่งสัญญาณสื่อสารกันในระยะไกลก่อนที่จะพัฒนามาใช้เพื่อการละเล่นสนุกสนานโดยโครงของว่าวทำจากไม้ไผ่และใช้กระดาษมาเป็นตัวตกแต่ง

     สำหรับเรื่องราวของประวัติขอว่าวนั้นมีการถูกค้นพบจากบันทึกซึ่งมีการบันทึกเอาไว้โดยบุคคลที่มีการบันทึกเอาไว้ก็คือนายพล  หาน ซิ่น

ซึ่งเป็นพลทหารที่อยู่ในช่วงของราชวงศ์ฮั่นนั่นเอง  ตามบันทึกมีการระบุว่านายพลท่านนี้ได้มีการใช้ว่าวส่งเข้าไปในเขตของพื้นที่ของข้าศึกโดยต้องการที่อยากจะรู้ว่าพวกเขานั้นจะต้องมีการขุดอุโมงค์ไปกันในขนาดยาวมากแค่ไหนและลึกมากเพียงใดถึงจะสามารถเข้าไปยังในเขตพื้นที่ของศัตรูได้

         ดังนั้นจึงใช้ว่าวเป็นตัววัดระยะทางนั้นเองอย่างไรก็ตามต่อมาการใช้ว่าวนั้นก็เริ่มมีการแพร่หลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเผยแพร่ไปยังประเทศอินเดียหรือแม้แต่เกาหลีรวมถึงประเทศไทยก็ตามซึ่งแต่ละประเทศนั้นก็จะมีการใช้งานและวัฒนธรรมรวมถึงประเพณีการเล่นว่าวที่แตกต่างกันออกไป 

        สำหรับตามประวัติการใช้งานว่าวของประเทศเกาหลีนี้มีการระบุว่าในช่วงสมัยสงครามของเกาหลีในราชวงศ์ชินลานั้นก็เคยมีการใช้ว่าวนั้นช่วยในการกอบกู้ขวัญกำลังใจให้กับทหารเช่นเดียวกันโดยว่ากันว่าในช่วงเวลานั้นเกิดการกบฏหัวรุนแรงขึ้นและจะต้องมีการนำทหารออกไปรบทัพจับศึกแต่ปรากฏว่าในระหว่างที่ทหารนั้นกำลังพากันเดินทางออกไปยังการทำสงครามปรากฏว่าบนท้องฟ้าเกิดปรากฏการณ์ดาวตกทำให้ทหารเกิดขวัญกำลังใจเสีย

       ดังนั้นนายพล คิมยูซินจึงได้ตัดสินใจใช้กลยุทธ์นำเข้าลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วจุดไฟเพื่อเป็นการหลอกให้ทหารเหล่านั้นเชื่อได้ว่าดาวที่ตกลงมานั้นได้ 100 กับขึ้นท้องฟ้าแล้วเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารและเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็สามารถทำให้ปราบกบฏได้เป็นผลสำเร็จนั่นเอง 

  ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ว่าวนั้น ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพียงแค่เป็นของเล่นเพียงเท่านั้น เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ว่าวสามารถสร้างคุณประโยชน์ในกองทัพในหลายประเทศได้มากมาย

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร Gclub

ผลงานด้านศิลปะที่นำเลโก้มาต่อให้ใหญ่ที่สุดในโลก 

 

หอยคอยเลโก้ ใหญ่ที่สุดในโลก 

      สำหรับหอคอยโลโก้ที่มีการต่อออกมา และต่อได้ที่สูงที่สุดในโลก   เจ้าของสถิติที่สร้างหอคอยที่สูงที่สุดในโลกนี้สร้างขึ้นเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมานี้เองอยู่ที่เมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เอาไข่นี้สูงประมาณ 118 ฟุตหรือ 36 เมตรซึ่งสามารถทำลายสถิติเดิมของหอคอย Lego ที่เมืองมิลานอิตาลีลงได้หอคอย Lego นี้ประกอบไปด้วยตัวต่อมากกว่า 500 ตัวสีสันสดใส

ที่รับบริจาคมาจากชาวเมืองโดยที่มาหรือแรงบันดาลใจในการทำสถิติโลกในครั้งนี้มาจากเด็กชายวัย 8 ขวบชื่อ Over ชัยยะป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตลงเมื่อปี 2557 โดยคุณครูของเด็กชายต้องการจะสร้างหอคอยเพื่อเป็นที่ระลึกให้กับเด็กน้อยที่ชอบต่อเลโก้เล่นในระหว่างที่เข้าพักรักษาตัวจากการเจ็บป่วย 

     เครื่องบินจำลองใหญ่ที่สุดในโลก 

    ตัวต่อเลโก้ชิ้นนี้หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันไม่น้อยเพราะว่ามันคือ airstream Fighter Jet อากาศยานที่ปรากฏอยู่ในสตาร์วอร์หนังสายฟ้าชื่อดังและมีการนำมาทำเป็นเครื่องบินจำลองหรือ Lego model ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักต่อเลโก้เป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันบริษัทเลโก้ก็ได้ต่อเลโก้ออกมาเป็น x wing Fight jet ที่ว่ากันว่ามีขนาดเท่ากับที่ได้ระบุไว้ในหนัง

และกลายเป็นเลโก้โมเดลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใช่ Lego กว่า 5 ล้าน 3 แสนชิ้นน้ำหนัก สี่หมื่นหกพันปอนด์ หรือ กว่า 20 ตันใหญ่จนถึงขนาดที่ว่าหากเราจินตนาการว่าตัวเองเป็นลุคสกายวอล์คเกอร์ ก็จะสามารถเข้าไปนั่งภายในเครื่องบินจำลองนี้ได้ 

       โลกไซไฟในจินตนาการ

     ผลงานเลโก้ระดับมาสเตอร์พีซนี้เป็นของ ดอยล์  ศิลปินชาวอเมริกันที่ตั้งใจจะใช้เลโก้ประมาณ 2แสน ชิ้นสร้างเป็นผลงานที่มีขนาดความสูง 5 ฟุตกว้าง 6 ฟุต โดยชิ้นงานที่ดอยส์นำออกมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้เห็นนั้นเป็นโลกในจินตนาการที่ถูกขนานนามว่าโอฬารมีเมืองหลวงชื่อว่าไคร์อึน  เป็นชิ้นงานแนวไซไฟนิยายวิทยาศาสตร์   โดยดอยล์ นำเสนอโครงการนี้ผ่าน Kick Starter ด้วยการขายรูปประกอบและโมเดลเล็กๆจำลองส่วนของชิ้นงานขนาดใหญ่เพื่อระดมทุนมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน  โดยตั้งใจจะทำงานออกมาเป็นซีรีย์

       เมื่อปี 2556 ดอยล์ ระบุว่างานมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์และต้องใช้เวลาในการทำงานประมาณ 600 ชั่วโมงจนถึงปี 2561 แล้วก็ยังไม่ปรากฏว่าผลงานของดอยล์แล้วเสร็จแล้วจริงหรือไม่หรือยังคงเป็นเพียงโครงการที่ถูกทิ้งร้างไป ดอยล์  เคยมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงเป็นบ้านทรงวิคตอเรียที่ถูกทำลายด้วยความโดดเด่นของสีทั้งหมดของเลโก้ที่ใช้และความสร้างสรรค์จากจินตนาการทำให้ผลงานของดอยล์ดูแตกต่างของชิ้นงานที่สร้างขึ้นจากเลโก้ทั่วๆไปที่มันจะมีสีสันที่สดใส 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet ทางเข้าเล่น

ประวัติลัดดาแลนด์  หมู่บ้านดังที่ถูกนำมาสร้างเป็น ภาพยนตร์ 

 

        ประวัติลัดดาแลนด์    หากพูดถึงชื่อหมู่บ้านลัดดาแลนด์หลายคนอาจจะคิดถึงภาพยนตร์เรื่องลัดดาแลนด์ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังมากในช่วงหนึ่งโดยภาพยนตร์ดังกล่าวได้มีการพูดถึงความน่ากลัวของหมู่บ้านซึ่งในเรื่องนั้นเป็นการพูดถึงหมู่บ้านนี้มีผีและหลอกคนในหมู่บ้านจนไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ในที่สุดหมู่บ้านนี้ก็กลายเป็นหมู่บ้านร้างนั้นเอง

          แต่ประวัติความเป็นมาในความเป็นจริงของหมู่บ้านลัดดาแลนด์แล้วหมู่บ้านนี้ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีหรือเกี่ยวกับการถูกฆาตกรรมครั้งใหญ่มาก่อนซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นความทรงจำอันสวยงามของคนในจังหวัดเชียงใหม่เลยก็ว่าได้โดยหมู่บ้านนี้ว่ากันว่าสร้างขึ้นมาในช่วงปีพุทธศักราช 2520

             ซึ่งในขณะนั้นในจังหวัดเชียงใหม่หมู่บ้านนี้นับเป็นหมู่บ้านแรกที่เป็นหมู่บ้านของสังคมคนรวยเป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการมากทำให้เป็นที่ฮือฮาของคนในจังหวัดเชียงใหม่มากเลยทีเดียวและผู้ที่สร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมานั่นก็คือนักธุรกิจหญิงคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยทุกคนเรียกนักธุรกิจหญิงคนนี้ว่าคุณนายลัดดานั่นเอง

          สำหรับประวัติครอบครัวของคุณนายลัดดานั้นเป็นนักธุรกิจหญิงที่ชอบทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ในขณะที่สามีของเธอนั้นเป็นนายทหารนอกจากนี้   สามีของคุณนายลัดดานั้นยังเป็นเจ้าของกิจการโรงหนังเวียงพิงค์ซึ่งเป็นโรงหนังขนาดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีทั้งสามีและภรรยาเลยทีเดียว 

           ก่อนหน้าที่จะมีการสร้างหมู่บ้านลัดดาแลนด์ขึ้นมานั้นคุณนายลัดดาไม่มีที่ดินผืนหนึ่งที่ปล่อยรกร้างเอาไว้ซึ่งที่ดินผืนดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่ในทำเลที่สวยๆจากว่าเป็นทางขึ้นของดอยสุเทพจึงอยากจะพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้มีความเจริญ ซึ่งคุณนาย ลัดดามองว่าหากพัฒนาได้

             จะทำให้ที่นี่กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ได้อีกด้วยเพราะในอดีตนั้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากนักดังนั้นคุณนายลัดดาจึงได้มีการพัฒนาที่ดินของตนเองเพื่อให้กลายเป็นที่รู้จักแล้วจึงผุดโครงการลัดดาแลนด์นี้ขึ้นมาแน่นอนว่านอกจากการสร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่แล้วยังมีการแบ่งพื้นที่สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวเขา

             ซึ่งได้นำเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวเขามาแสดงในพิพิธภัณฑ์นี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแกะสลักไม้ การแสดงเครื่องเขิน   การทอผ้าไหมหรือแม้แต่การแสดงการรำฟ้อนรำต่างๆเป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นการนำเอาศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นการแสดงให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้ชมกันจนกลายเป็นสถานที่โด่งดังและสถานที่แห่งนี้ยังได้มีการนำสวนสนุกมาเพื่อให้เด็กๆนั้นได้ท่องเที่ยวมีทางรถไฟให้นั่งเล่นและยังมีบริการให้ขี่ช้างขี่มาอีกด้วย 

             และนี่คือประวัติที่แท้จริงของหมู่บ้านลัดดาแลนด์ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องของการฆาตกรรมและภูตผีปีศาจอะอย่างไร 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ประวัติความเป็นมาของ National  Gallery of London  

      สำหรับ National  Gallery of London แห่งนี้มีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1824   โดยที่ผู้ที่ตั้งใจก่อสร้างแกลลอรี่แห่งนี้ขึ้นมานั่นก็คือรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั่นเอง  โดยความตั้งใจของรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นต้องการที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่จัดเก็บของรูปภาพของบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกดังนั้นหลังจากที่มีการก่อสร้างอาคารแห่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีการตั้งชื่อว่าเป็นหอศิลป์แห่งชาติประจำกรุงลอนดอน

       ภาพส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาเก็บไว้ภายในแกลอรี่แห่งนี้นั้นจะเป็นภาพที่ทางรัฐบาลของประเทศอังกฤษนั้นได้ซื้อมาซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพเขียนโดยภาพทั้งหมดที่มีการแสดงอยู่ในแกลอรี่แห่งนี้มีทั้งสิ้น 2300 ภาพในจำนวนนี้มีถึง 38 ภาพด้วยกันที่ทางรัฐบาลอังกฤษซื้อมาจากนายธนาคารชาวรัสเซียที่ได้ย้ายมาอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยเจ้าของภาพวาดดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า  John Julius Angerstein 

      ในขณะเดียวกันใน 38  หาที่นำมาจาก John Julius Angerstein 

นั้นมีผ้าที่เป็นของศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก อย่างราฟาเอลและโฮการ์ธด้วย  ซึ่ง 38 ภาพนี้ถือว่าเป็น 38 ภาพแรกที่ถูกนำมาไว้ที่แกลลอรี่แห่งนี้หลังจากนั้นทางรัฐบาลก็เริ่มที่จะสรรหาภาพอื่นๆมาเก็บไว้ในแกลอรี่แห่งนี้เพิ่มเติมซึ่งกลายเป็นว่าแกลลอรี่แห่งนี้เป็นสถานที่สะสมภาพของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียงและในแต่ละปีก็จะมีการนำภาพต่างๆเหล่านี้ที่มีการจัดเก็บไว้ในหอศิลป์แห่งนี้มาจัดแสดงให้กับบรรดาประชาชนได้เข้าชมกัน

          อย่างไรก็ตามว่ากันว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นที่หอศิลป์แห่งนี้ได้ประสบกับปัญหามากมายจนถึงขนาดที่ว่าอาจจะต้องมีการปิดตัวลงแต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลหอศิลป์ก็ได้มีการแก้ไขปัญหาจนสามารถที่จะดำเนินเปิดกิจการหอศิลป์นี้ต่อไปได้และภายหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นก็ทำให้ที่นี่กลับมาเจริญรุ่งเรืองใหม่และได้รับความนิยมใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้   National  Gallery of London   จึงกลายมาเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากจากบรรดาผู้ที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะและมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศอังกฤษนั่นเอง 

          สำหรับผลงานที่มีการจัดแสดงเอาไว้ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินดังระดับโลกซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดียกตัวอย่างเช่น The Arnolfini Portrai ซึ่งเจ้าของผลงานก็คือ  Jan Van Eyck   หรือจะเป็นผลงาน   The  Modonna of the Pinks และ The Virgin of the Rocks โดยเจ้าของผลงานทั้ง 2 ชิ้นนี้เป็นคนคนเดียวกันนั่นก็คือลีโอนาโด ดาวินชีนั่นเอง  ซึ่งผลงานที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นผลงานที่มีอายุมากกว่า 500 ถึง 600 ปีเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน เอง

การท้วงคืนดินแดนของชาวยูดาห์สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อชาวฮิบรูกลับมาเขาก็สามารถสร้างอาณาจักรเป็นของตัวเองขึ้นมาได้เราจะเรียกอาณาจักรนี้ว่า อาณาจักรยูดาห์ แต่อาณาจักรยูดาห์ก็ประสบปัญหาอยู่มากมาย

เพราะว่าในยุคสมัยนั้นเป็นยุคที่มีการต่อสู้ยึดครองกันมากมายแล้วมหาอำนาจในยุคนั้นล้วนแต่นับถือพระเจ้าหลายพระองค์ยกตัวอย่างเช่น ชาวเปอร์เซีย ชาวโรมัน หรือว่า พวกเมโสโปรเตเมีย ก็นับถือพระเจ้าหลายองค์ทั้งนั้นเลยดังนั้นหลายๆชาติก็จะต้องมามีปัญหากับยูดาห์ไม่ว่าจะเป็น แคลเดีย อัสซีเรีย โรมัน เปอร์เซีย ก็มีการผลัดกันเข้ามายึดครองของชาวยูดาห์

นอกจากนี้ก็ได้มีการสรางชาติใหม่วนกันไปเรื่อยๆและครั้งสุดท้ายที่โดนยึดครองต้องบอกว่าพวกชาวฮิบรูอะไรต่างๆที่เป้นบรรพบุรุษของชาวยิวก็แตกกระจายไปตามที่ต่างๆมากมายแต่ละส่วนก็ได้ไปตั้งถิ่นฐานกันตรงนั้นตรงนี้มากมายเหลือแค่กลุ่มคนเล็กๆที่ยังคงอาศัยอยู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่อไป 

จากสมัยนู้นมาเป็นสมัยปัจจุบันค่อนข้างที่จะใหม่มากๆดินแดนบริเวณนี้กลายมาเป็นที่อยู่ของชาวหรับเป็นชนกลุ่มใหญ่เลยโดยชาวอาหรับนี้ก็คือคนที่เขาพูดภาษาอาหรับอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเป็นอิสลามเอาเป็นว่าถ้าพูดภาษาอาหรับเรียกว่าชาวอาหรับ

สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ส่วนชาวยูดาห์หรือว่าชาวยิวก็กลายมาเป็นคนกลุ่มเล็กมากๆที่อาศัยค้างอยู่ที่บริเวณนี้แต่ว่าอย่างไรก็ตามชาวยิวที่เดินทางออกไปที่ต่างๆทั่วโลกก็ไปตั้งถิ่นฐานในตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ขอบๆแล้วตอนนี้ชาวยิวก็ไปอยู่สหรัฐอเมริกาอยู่ในยุโปรอังกฤษอีกมากมาย

ซึ่งชาวยิวพวกนี้ก็เป็นชาวยิวที่ยังคิดอยู่ตลอดเวลาด้วยความเชื่อว่าอยากกลับJerusalemของเรานี่คือดินแดนที่พระเจ้าได้มอบให้กับบรรพบุรุษสุดท้ายแล้วเราจะต้องกลับมาอยู่ที่นี่ให้ได้ดังนั้นมันก็เลยมีกระบวนการแบบการกู้ชาติยิวเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด

จนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปัญหาก็ได้เกิดขึ้นเพราะว่ามีจักรวรรดิหนึ่งที่ชื่อว่าจักรวรรดิ The Ottoman Empire เป็นอาณาจักรขนาดใหญ่เกิดไปอยู่ในฝ่ายที่แพ้สงครามทำให้ดินแดนบริเวณนี้ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษโดยอังกฤษดันไปสัญญากับชาวยิวกลุ่มหนึ่งในอังกฤษไว้บอกว่าฉันจะฟื้นรัฐชาติยิวให้

สุดท้ายพอจนสงครามโลกอังกฤษได้บอกว่าเราจะตั้งรัฐชาติยิวขึ้นตรงนี้แน่นอนแล้วว่าพอตั้งลงไปปัญหาเกิดทันทีเพราะว่าชาวอาหรับที่ได้อาศัยอยู่ในดินแดนนี้เขาได้บอกว่าอยู่ดีๆเข้ามาแบ่งดินแดนให้ใครไม่รู้ได้ยังไงตรงนี้มันเป้นดินแดนของเราในขณะที่ชาวยิวบอกว่าไม่จริงนี่มันเป็นดินแดนของฉันตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษและนี่คือดินแดนที่พระเจ้าได้มอบเอาไว้ให้

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า w88

เรือไททานิคจมเพราะอะไรไขถูกไขปริศาสนาแล้ว

ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์เขาได้สันนิษฐานกันเอาไว้ว่าจุดที่ยึดกับตัวเรือไททานิคหรือว่าหมุดยึดมันอาจจะเกิดควาไม่แข็งแรงหรือว่าโครงสร้างในบริเวณนั้นอาจจะมีความบกพร่องอะไรอยู่หรือเปล่าแต่ตรงนี้มันก็ยังยืนยันไม่ได้เพราะเขาได้ไปค้นพบอีกภาพหนึ่งว่ามันได้มีภาพที่เป็นตัวแผงเหล็กเหมือนกันและได้มีหมุดยึดอยู่ครบเลยแต่ภาพนั้นเป็นภาพที่ที่ตัวเรือมีการโค้งงอผิดรูปผิดร่างไปแล้ว

โดยหมุดที่ได้ยึดอยู่กับตัวเหล็กมันก็ยังไม่ได้หลุดออกจากกันทีนี้เขาก็เลยสรุปกันไม่ได้ว่ามันได้เกิดมาจากอะไรสุดท้ายเขาก็ต้องทำการวิจัยและได้หาผลรับมันออกมาว่าทำไมตรงจุดนี้มันถึงได้หลุดออกมาเป็นแผงและอีกจุดหนึ่งมันถึงไม่หลุดออกมาเลย

นอกจากนี้แล้วหากเอาตามหลักทฤษฎีแล้วเขาได้บอกว่าถ้าหมุดยึดตัวใดตัวหนึ่งมันหลุดออกมาจากแผ่นเหล็กที่ถูกยึดกับเรือเพียงแค่ตัวเดียวตัวอื่นๆมันก็จะหลุดตามกันออกมาหมดเลยเปรียบให้เห็นภาพง่ายๆคือเราตั้งไผ่ขึ้นไปสูงๆถ้าเรายึดไผ่ตัวใดตัวหนึ่งออก

แน่นอนว่าไผ่ที่อยู่บบนสุดมันจะต้องหล่นลงมาหมดเลยและรวมถึงไผ่ที่อยู่ด้านล่างมันก็ต้องหล่นลงมาอีกเช่นกันเพราะมันคือความต่อเนื่องมันคือสิ่งที่ต่อกันออกมาหมดเลย

ซึ่งตรงนี้มันก็คือตามหลักทฤษฎีตรงนี้เขาเลยต้องมีการทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้มันจริงหรือเปล่าด้วยการจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาจริงๆจากการทำแผ่นเหล็กจำลองขึ้นมารวมถึงการยิงหมุดให้ตรงกับส่วนหนึ่งในแบบไททานิคเลยและก็นำแผ่นเหล็กที่ยึดหมุดมาทำการบิดอัดแรงดันเข้าไปเพื่อที่จะดูว่าตัวหมุดที่ถูกยึดอยู่จะถูกดีดออกมาหรือไม่

ดังนั้นหากตัวหมุดถูกดีดออกมาตัวหนึ่งตัวอื่นมันจะหลุดตามหรือเปล่าถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริงแสดงว่าจุดนี้เรือไม่ได้แข็งแรงอย่างที่บอกแน่นอนและผลการทดลองที่ออกมาคือต่อให้อัดแรงดันเข้าไปที่ตัวเหล็กสูงขึ้น4หมื่นปอนด์ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ตัวหมุดที่ถูกยึดเอาไว้กับตัวเหล็กดีดออกมา

เพราะฉะนั้นแล้วมันมีแต่เพียงเหล็กที่มีการบิดผิดรูปเพียงเท่านั้นเองแต่ในเวลาต่อมาเขากลับพบว่ามีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงลักษณะบางส่วนในเรือไททานิคเป็นจดหมายเหตุที่บันทึกเอาไว้ที่หอจดหมายเหตุประเทศอังกฤษโดยเป็นเอกสารต้มนฉบับของทางผู้ช่วยนักออกแบบอย่างThomas Angrewsที่เขาได้เปิดเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์ปี1912ตะเข็บบนเรือไททานิคได้ถูกเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะมีการออกเดินเรือจริงๆอย่างเป็นทางการ

 

ขอขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ