มโนราห์

 

 มโนราห์ เป็นการเเสดงของภาคใต้ทุกจังหวัดที่ เป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้ มโนราห์มีตำนาน เเละถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ชาวใต้เรียกมโนราห์ว่า โนราห์ ส่วนคนภาคกลางหรือภาคอื่นๆก็จะชินเเละถนัดเรียกว่า มโนราห์มากกว่า หลายๆคนคงมองว่าเป็นเเค่ศิลปะการเเสดงที่มีเอกลักษณ์ของภาคใต้เเต่ในความเป็นจริงของคนใต้ คือมีความละเอียดลออมาก มโนราห์เป็นศิลปะการเเสดงของภาคใต้ที่มีมานานเเล้ว

มีการสืบทอดผ่านลูกหลานต่อกันมา มโนราห์ จะมีพิธีกรรมหลากหลาย อย่างเช่น โรงครูโนราห์ ไม่ว่าจะจัดพิธีกรรมอะไร ก็ต้องเป็นไปตามตำราทุกอย่างเเบบถูกต้องตามตำราเลย เพราะเชื่อว่า เเม้เเต่การเดิน หรือ การร่ายรำ ทุกท่าล้วนมีอาคม การที่จะเเสดงโนราห์ได้นั้น จะต้องได้รับการฝึกฝนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมโนราห์ ถือเป็นศิลปะเเละวัฒนธรรมหนึ่งที่ชาวใต้ได้ไห้การยกย่อง เพราะมโนราห์ จะมีครูเเต่ละสายตระกูล เเละมีทายาทไห้สืบทอดมโนราห์นี้ด้วย มโนราห์ เป็นการเเสดงที่สำคัญเเละเป็นเอกลักษณ์ที่สุดในภาคใต้ เพราะนอกจากหนังตะลุงเเล้ว ก็ยังมีมโนราห์ ที่เป็นเอกลักษณ์ที่จะทำไห้คนนึกถึงภาคใต้โดยทันทีทันใด

ในการเเสดงนั้น ต้องมีคนเล่นดนตรี เเละผู้ที่เเสดงเป็นมโนราห์นั้น ต้องร่ายรำไห้เข้ากับจังหวะดนตรี เรียกได้ว่า ล็อคลงล็อคเลยก็ว่าได้ เเละผู้ที่บรรเลงดนตรี จะต้องขับกลอน ไปพร้อมกับมโนราห์ เรียกได้ว่า การด้นสดกลอนนั่นเอง เป็นการร้องกลอนเเบบรับส่งไปมา ได้อย่างทันทีทันใด คือ ถ้าคนบรรเลงดนตรีร้องขึ้นมา คนที่เเสดงเป็นมโนราห์ก็ต้องต่อกลอนไปด้วยนั่นเอง

 จึงเป็นการเเสดงที่มีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เพราะการต่อกลอน ที่เป็นภาษาถิ่นใต้ของตัวเอง เเละการบรรเลงดนตรีของชาวภาคใต้อย่างเป็นเอกลักษณ์ สำหรับเรื่องกลอน เเละเรื่องดนตรีไปเเล้ว สิ่งที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้เลย คือ การรำที่อ่อนช้อยเเละสร้างความตะลึงไห้กับผู้ที่พบเห็น ยังเป็นเอกลักษณ์ของท่วงท่ารำของมโนราห์อีก

ซึ่งการรำเเละท่วงท่ารำของมโนราห์นั้น ก็จะเป็นการใช้ท่วงท่าลีลาการทำตัวอ่อน ซึ่งการทำตัวอ่อนไม่ได้เป็นสูตรดั้งเดิมของมโนราห์ เเต่เป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้ในปัจจุบัน เพื่อทำไห้เป็นเอกลักษณ์มากขึ้นเท่านั้น เเต่ถ้าเป็นมโนราห์เเบบดั้งเดิมเเท้ๆ จะต้องใช้ท่วงท่าเเละลีลา ที่ตามเเบบเเผนมโนราห์ได้จารึกเอาไว้ เป็นต้นตำหรับนั่นเอง

มโนราห์ จึงเป็นศิลปะสูงสุดเเละเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศไทย ซึ่งถ้ากล่าวถึงมโนราห์ จะนึกถึงได้เลยว่า มันเป็นศิลปะการเเสดงของภาคใต้ ที่มีมาตั้งเเต่สมัยอดีต จนถึงสมัยปัจจุบัน ซึ่งก็เเบ่งตามสายตระกูลของมโนราห์ เพื่อที่จะสืบทอดมโนราห์ต่อไปนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

ศาลสิงโตทอง

ศาลสิงโตทอง ในสมัยก่อนนั้นได้มีทำการค้ากับประเทศจีน และได้มีเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นผ่านมาปากน้ำบางกอกน้อยและได้เกิดเรือ อับปางขึ้นของที่อยู่ในเรือลำนั้นได้จมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหมดทั้งลำเรือ และได้มีการงมของขึ้นมาหนึ่งในจำนวนนั้น ได้งมได้สิงโตหินเพศเมียได้มาตัวหนึ่งและด้วยการบอกเล่าของเจ้าของเรือว่า ตนได้นำสิงโตลงเรือมาหนึ่งคู่ เพื่อจะสร้างความสมดุลให้แก่การเดินเรือที่บรรทุกของมายังประเทศไทย

ปราฎิหาริย์ของสิงโตทอง

เมื่อมีการงมของขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ได้เจอกับรูปปั้นของสิงโตเพศเมียตัวหนึ่งจึงได้ทำการช่วยกันนำขึ้นมา และก็ได้ทำการหันหน้าของสิงโตเข้าหาฝั่ง และต่อมาวันหนึ่งสิงโตเพศเมียตัวนี้ได้ทำการหันหน้าออกไปทางแม่น้ำ โดยชาวบ้านในละแวกนั้นเชื่อกันว่าสิงโตคงอยากจะมองหาคู่ของตัวที่ได้จมน้ำหายไปโดยหาไม่เจอนั่นเอง และยังมองว่าเป็นความรักที่ซื่อสัตว์ที่ยังรอคอยแม้เวลาจะผ่านไปเท่ารัยก็ยังรอคนที่รักกลับมา

ความเชื่อ

มีคนเก่าแก่ได้เล่าต่อๆกันว่าสิงโตที่ตั้งอยู่ตรงข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี้เป็นเพียงหนึ่งในสามตัว ซึ่งอีกสองตัวได้จมอยู่ในแม่น้ำยังหาไม่เจอ และมีตัวขนาดเท่ากันกับสิงโตที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันนี้หนึ่งตัวและมีอีกตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งว่ากันว่าเป็นตัวแม่ บางวันชาวบ้านในละแวกนั้นจะได้ยินเสียงร้องของลูกสิงโตที่เรียกหาแม่ และยังได้แสดงอิทธิฤทธิ์ให้ชาวบ้านได้เจอกันบ่อยครั้งจนต้องตั้งศาลให้อยู่จนถึงปัจจุบันและได้มีการเรียกศาลนี้ว่าศาลสิงโตทอง และได้มีเรื่องเล่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ของสิงโตทองว่าหน้าบริเวณแม่น้ำเจ้าพระตรงบริเวณนี้จะมีคนจมน้ำตายอย่างน้อยปีละหนึ่งคน ชาวบ้านเชื่อว่าสิงโตทองต้องการจะนำเอาชีวิตเหล่านี้ไปเป็นบริวาร และความเป็นมาของสิงโตทองนั้นไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าความเป็นมาเป็นอย่างรัย และมาตั้งข้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้อย่างไร

ของที่นำมาบูชา

ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมาบนบานขอพร กันเป็นประจำและได้มีของมาถวายแตกต่างกันไป บางคนนำลูกแก้วมาถวายเพราะเชื่อว่าสิงโตนั้นชอบเล่นลูกแก้ว บางคนนำสร้อยมุกมาถวาย หรือจะเป็นพวกดอกไม้ ผลไม้ และสิงโตที่จะต้องนำมาถวายนั้นเป็นคู่เสมอ และบางคนยังนำเนื้อสดมากราบไหว้ แต่ห้ามนำกับไปรับประทานเด็ดขาดเพราะจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับตัวเอง และชาวบ้านหรือนิสิตนักศึกษาจะมาขอให้สมหวังเรื่องเรียนและเรื่องของความรักเป็นส่วนใหญ่

Atomic Blonde หนังแอคชั่นสุดบู๊ระห่ำ

หนังแอคชั่นสุดบู๊ระห่ำ มาพูดถึงหนังบู๊แบบเป็นสาวโหดสะบัดกันบ้างนะ หนังเรื่องนี้นำเรื่องด้วยนางเอกของเราที่นำแสดงโดยนางเอกคุณภาพที่โด่งดังเช่นกัน รับบทเป็นสาวผมบลอนผู้ทรงเสน่ห์ ตามชื่อเรื่อง ไม่ว่าเทอคนนี้จะเล่นหนังบู๊สักกี่เรื่อง ผมจะสีบลอนหรือผมสีดำทมิฬก็เถอะ ก็เป็นนักบู๊สาวที่น่าหลงไหลอย่างมาก บทบู๊สำหรับสาวเจ้าเสน่ห์นี่ต้องให้เทอคนนี้เลยล่ะ ทั้งบู๊เก่งแล้วหน้าตาอันคมเข้มนี้ หาใครเปรียบได้จริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ก็ได้มีฉากบู๊ที่น่าดูมากๆ

นางเอกของเราคนนี้ ครั้งได้รับบทเป็นสายลับสาวผู้ทรงเสน่ห์ ด้วยผมบลอนแสนสวยนี้ ทำให้เป็นสายลับที่คนจับตามองได้ง่ายๆจริงๆ แต่ในเรื่องนั้นกลับไม่ใช่ เธอนั้นเป็นสายลับที่มีฝีมือระดับท็อปแล้วก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากเลย เทอนั้นเป็นสายลับสาวจากหน่วยที่รู้จักกันดี MI6 ซึ่งต้องย้อนกลับไปในปี 1989 ที่มีเหตุการณ์ของที่ประเทศเยอรมัน

ที่กำแพงเบอร์ลินอยู่จุดวิกฤตที่ใกล้จะพังทลายลงอย่างช้าๆ ทำให้นางเอกของเรา ลอเรน โบรห์ตัน สุดยอดสายลับจะต้องออกโรงไปทำภารกิจสุดจะอันตราย ณ ดินแดนที่มีสายลับอย่างมากมาย แล้วเธอคนนี้ก็ต้องไปร่วมมือกับสายลับอีกคนที่ชื่อว่า เดวิด เพอร์ซิวาล ที่เป็นสายลับที่มีความลับอยู่มากเช่นกัน แม้ตัวเนื้อเรื่องจะไม่ได้แสดงให้เห็นแต่แรก แต่คนดูคงจะค่อยๆสังเกตุได้เอง

แล้วสิ่งที่เธอและเขาคนนี้ต้องไปสืบนั้น เป็นเรื่องของสายลับ MI6 ที่ถูกสังหารโดยใครก็ไม่รู้ทำให้ นางเอกยิ่งอยากรู้ไปเรื่อยๆเพราะว่ายิ่งความลับเปิดเผยขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้นางเอกของเราต้องตกตะลึงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องมาเป็นสายลับสืบครั้งนี้ เกี่ยวของกับเธอหลายต่อหลายอย่าง ทำให้เขานั้นยิ่งต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่า เธอนั้นไปมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้กันแน่ล่ะ

ถึงเรื่องนี้จะไม่ค่อยโด่งดังมากเท่าไหร่ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หนังสุดบู๊ระห่ำที่คอหนังบู๊จะพลาดได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเหล่านี้โดย  บาคาร่า sa gaming

ยายสำอางวณิพกเมืองสุพรรณ

วณิพกเมืองสุพรรณ ประวัติยายสำอาง

วณิพกเมืองสุพรรณ ยายสำอางเกิดเป็นลูกคนจีน ผู้เป็นพ่อจึงไม่ค่อยชอบลูกสาวเท่าไรนัก ประกอบกับแกเป็นเด็กขี้โรคพ่อ แม่จึงนำแกไปปล่อยทิ้งไว้ที่วัด ในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ศาลาวัดบางน้อย โดยไม่สนใจว่าจะมีคนมาเก็บไปเลี้ยงหรือจะตาย และได้มีวณิพกสองผัว เมียมาเจอจึงได้เก็บยายสำอางไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และสองผัว เมีย ครอบครัวมีความยากจน จึงต้องอุ้มยายสำอางเร่ร่อนออกร้องเพลงขอทานไปด้วย และยายสำอางก็ได้มีอาการเจ็บตาในวัยเด็กและตาแกก็บอดในที่สุด และจากการที่แกได้ฟังเพลงขอทานมาทุกวันจึงซึมซับเข้ามาในตัวแกทีละน้อย

จนในที่สุดแกก็ร้องเพลงขอทานได้อย่างเชี่ยวชาญเลยทีเดียว แกเป็นคนอารมณ์ดีคุยสนุก ร้องเพลงขอทานได้ดี ไม่ว่าเพลงเร็ว เพลงช้าก็สามารถเรียกน้ำตาคนฟังได้เลย และสามีของยายสำอางได้เสียชีวิตไปแล้วถึงสามคนและได้อยู่กับสามีคนปัจจุบันได้4-5ปีถึงได้เสียชีวิตลง

เพลงขอทาน

เพลงขอทานที่ร้องจะเกี่ยวกับเรื่องนิทานพื้นบ้านนำมาร้องเข้ากับดนตรีที่แกตีเองให้เข้ากับเนื้อเพลงอย่างพวกขุนช้างขุนแผน พระรถเมรี เป็นต้น 

เสียชีวิตแล้วยายสำอาง

ยายสำอางได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราด้วยวัย 71ปี และแกไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนคนที่มาในงานศพของแกนั้นไม่กี่คน ก่อนที่ยายสำอางจะเสียชีวิตสามีคนปัจจุบันได้เล่าว่าแกไม่ได้ออกไปร้องเพลงขอทานแล้ว จะออกไปร้องก็ต่อเมื่อมีคนมาจ้าง และแกก็ได้ทำอาชีพเหลาไม้ปิ้งไก้ขายในราคามัดละ4บาทมี120อันในหนึ่งมัด วันหนึ่งแกจะเหลาได้20มัด และในคืนที่แกเสียชีวิตนั้น แกได้ตื่นจะมาเข้าห้องน้ำแล้วได้มีอาการไอแล้วก็ล้มฟุบลง สามีแกจึงเดินไปอุ้มแกขึ้นมา พบว่าแกได้เสียชีวิตแล้วและได้มีเลือดออกมาทางปากเป็นจำนวนมาก

เมื่อได้รับรู้เรื่องราว หรือประวัติของยายสำอางแล้วก็ทำให้สงสารยายสำอางที่ต้องมีชีวิตลำบากเพียงเพราะต้องเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงของคนจีนเท่านั้นเองเหรอ และได้มีการนำยายสำอางมาทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะเป็นยังไง จิตใจของพ่อ แม่ แต่ก็ยังโชคดีของยายสำอางที่มาเจอคนใจบุญถึงจะไม่มีเงินทองเลี้ยงดูยายสำอางได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังเลี้ยงให้แกได้มีชีวิตอยู่มาได้ถึง71ปี

และการที่แกเสียชีวิตลง และแอ๊ดคาราบาวได้ติดต่อขอเป็นเจ้าภาพในงานศพยายสำอางด้วย และแอ๊ดคาราบาวได้มีการทำเพลงเกี่ยวกับชีวิตของยายสำอางแม่เพลงขอทานแห่งเมืองสุพรรณไว้ให้ได้ฟังกันด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

ประวัติวันสงกรานต์

ประวัติวันสงกรานต์ วันนี้เราจะมาบอกประวัติวันสงกรานต์สำหรับคนที่ยังไม่รู้ประวัติความเป็นมาของวันสงกรานต์วันนี้เราเลยจะมาบอกเรื่องเล่าของวันสงกรานต์ที่สำหรับคนนั้นยังไม่รู้กันค่ะ

มีเรื่องเล่าสืบทอดกันมาว่า และก็หน้าจะจารึกวัดเซตุพนฯซึ่งได้กล่าวไว้ว่าประดับความรู้ของสาธุชนทั้งหลายดังต่อไปนี้  เมื่อต้นภัทรกัลป์มีเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีเงินทองมากแต่ว่าไม่มีบุตรบ้านอยู่ใกล้นักเลงสุรานักเลงสุรานั้นมีบุตร 2 คน ผิวเนื้อดุจทอง ซึ่งว่าวันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปในบ้านของเศรษฐีแล้วได้ด่าเศรษฐีด้วยถ้อยคำที่หยาบคายท่านเศรษฐีนั้น

ได้ถามว่าเจ้าเข้ามาในบ้านของข้าแล้วเจ้ามาด่าข้าด้วยเหตุผลอะไรซึ่งนักเลงสุรานั้นตอบกับท่านเศรษฐีว่าท่านนั้นมีเงินมากมายแต่ไม่มีลูกแต่กลับผมนั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาแต่ว่ากลับมีลูกถึงสองคนพอท่านเศรษฐีนั้นได้ฟังจึงพยักหน้าจากนั้นนักเลงสุราพูดต่อว่าเมื่อท่านนั้นตายไปสมบัตรที่ท่านนั้นมีก็ไม่มีคนสืบทอดและนักเลงสุรานั้นพูดขึ้นอีกว่าลูกของเขานั้นมีผิวที่งดงามนักเลงสุรานั้นตอบอีกว่าตัวเขานั้นมีดีกว่าท่านเศรษฐีพอท่านเศรษฐีนั้นฟังจบก็อยากมีลูกบ้างจึงไปบนบานศาลกล่าวขอลูกแต่ก็อยู่มาสามปีก็ไม่มีลูกเมื่อขอลูกจากพระอาทิตย์และพระจันทร์มิได้ดังปรารถนาแล้วอยู่มาวันหนึ่ง 

ถึงฤดูคิมหันต์ โลกสมมุติว่าเป็นมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจากราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษซึ่งคนทั้งหลายพากันเล่นนักขัตฤกษ์เป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ทั่วชมพูทวีป แต่ว่าในขณะที่เศรษฐีนั้นพาบริวานไปยังต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย ซึ่งเอาข้าวสารซาวเจ็ดน้ำแล้วก็หุงบูชาซึ่งได้ตั้งจิตและอธิฐานขอบุตรจากรุกขพระไทรรุกขพระไทรมีความกรุณาเหาะไปขอลูกให้กับท่านเศรษฐี

ซึ่งพระอินทร์นั้นจึงให้ธรรมบาลเทวบุตรนั้นลงไปเกิดในครรภ์บิดามารดาขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วจึงปลูกปราสาทขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่งแม่น้ำและเมื่อกุมารนั้นโตขึ้น ก็รู้ภาษานกแล้วเรียนจบไตรเทพเมื่ออายุได้ 8 ขวบนั้นได้เป็นเป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์ ชาวชมพูทวีปทั้งปวงซึ่งในตอนนั้นโลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งนั้นได้แสดงมงคลการแก่มนุษย์ทั้งปวง

และเมื่อกบิลพรหมแจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของมนุษย์บนโลกทั้งหลายจึงได้ลงมาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับงานบุญบั้งไฟ

  ตำนานงานบุญบั้งไฟ งานบุญบั้งไฟเป็นงานที่จัดขึ้นทุกปีในจังหวัดทางแถบทางภาคอีสาน

โดยถึงเรียกว่างานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของภาคอีสานเลยทีเดียวก็ว่าได้ซึ่งจะจัดงานกัน ในช่วงวันออกพรรษาโดยจะยึดเอาวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนสิบเอ็ดของทุกปีในการจัดงานซึ่งการจัดงานนี้จะเป็นการจัดงานแบบยิ่งใหญ่ในตอนกลางวันจะมีการจัดกิจกรรมทางการออกร้านการกระบวนดอกไม้มีการเชิญชวนประกาศตามสื่อต่างๆให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ต่างจังหวัดเดินทางไปท่องเที่ยวและชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้คนจะนิยมไปชมความงามของบุญบั้งไฟกันในทุกๆปีและจะมีพากันไปเป็นจำนวนมากดูในช่วงหัวค่ำชาวบ้านจะพากันมาจับจองบริเวณริมแม่น้ำโขง

ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จัดงานบั้งไฟเนื่องจากงานบุญบั้งไฟคืองานที่ประชาชนจะไปชมความงามของลูกไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำคืนหนึ่งวิธีการเห็นไฟที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำจำนวนหลายสิบลูกด้วยกันซึ่งหลายครั้งที่มีคนพยายามที่จะไปพิสูจน์ว่าดวงไฟเหล่านี้มาจากที่ไหนก็ไม่มีใครหาข้อสรุปได้โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการพ่นไฟออกมาจากปากพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับบั้งไฟพญานาคเอาไว้ว่าทิศใต้เมืองบาดาลแม่น้ำโขงแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของพญานาคตนหนึ่งที่มีนิสัยดุร้ายชอบรังแกผู้อื่นอยู่มาวันหนึ่งพญานาคตัวนี้อยากจะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถบวชได้

เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์ซึ่งทำให้พญานาคตอนนี้โกรธมากที่ไม่สามารถบวชพระได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงทราบเรื่องก็เดินทางมาพบกับพญานาควันนี้และได้สอนพระธรรมเทศนาจนพญานาคตอนนี้บรรลุในทางธรรมจึงขอปวารณาตนเป็นพุทธมามกะซึ่งมีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ขึ้นไปยังสูงสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่บนสรวงสวรรค์เป็นระยะเวลาหนึ่งพรรษาจึงค่อยกลับลงมาที่โลกมนุษย์

แล้วหน้าพญานาคตอนนั้นทราบเรื่องว่าพระเจ้ากำลังจะเสด็จกลับลงมาในวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 พญานาคตนนั้นจึงได้พ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเป็นการฉลองที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกับและนี่เองคือตำนานความเชื่อเกี่ยวกับบุญบั้งไฟที่เกิดขึ้นเรามักจะเห็นทุกวันที่ 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีมักจะมีลูกไฟเกิดขึ้นมาเป็นประจำโดยหาเป็นวันอื่นที่ไม่ใช่วันขึ้น 15 เดือน 11 นี้จะไม่มีลูกไฟโผล่ขึ้นมาให้เห็นเลยจึงทำให้ความเชื่อนี้อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานหลายปีจวบจนมาถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่น gclub