ตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่

สำหรับตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่นั้นเป็นการบอกเล่าถึงตำนานของพระธาตุถาดทองหรือที่เราเรียกกันว่าธาตุก่องข้าวน้อยและบางคนก็ออกมีการออกเสียงเพี้ยนไปเป็นพระธาตุตาดทองก็มีซึ่งปัจจุบันนี้พระธาตุถาดทองนั้นอยู่ที่จังหวัดยโสธรโดยอยู่ในเขตอำเภอเมืองอยู่กลางทุ่งนาซึ่งเป็นทุ่งนาของบ้านตาดทองนั่นเองสำหรับประวัติความเป็นมาถึงการสร้างพระธาตุแห่งนี้ได้มีการเล่าจากชาวบ้านในสมัยก่อน

ว่าแต่เดิมที่บริเวณนี้เป็นเพียงแค่ทุ่งนาเท่านั้นซึ่งเรื่องราวในสมัยนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีครอบครัวหนึ่งเป็นแม่ที่แก่ชราอยู่กับลูกชายโดยทั้งคู่นั้นมีอาชีพทำนาในทุกๆเช้าลูกชายนั้นจะออกมาทำไร่ไถนาตั้งแต่ช่วงเวลา ตีสี่หรือตีห้า ส่วนตัวแม่นั้นแก่ชราแล้วแต่ก็ตื่นมาพร้อมรูปเพื่อเตรียมหุงหาอาหารแล้วจะนำอาหารที่มีการปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ไปส่งลูกที่นาซึ่งครอบครัวนี้ก็ทำเป็นแบบนี้เป็นประจำทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ลูกชายกำลังไถนาในช่วงเช้าเพื่อรอแม่นำอาหารไปส่งอยู่นั้นด้านแม่ที่อยู่บ้านด้วยความแก่ชรามากแล้วจึงได้เป็นลมกว่าจะตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ลูกแล้วนำไปส่งให้ลูกชายที่นานั้นก็สายมากแล้วทั้งด้านลูกชายนั้นเห็นว่าเลยเวลาที่แม่มาส่งข้าวแล้ว

แต่แม่ก็ยังไม่มาสักทีจึงได้ชะเง้อชะแง้คอมอง และยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่ง สายลูกชายก็เริ่มหิวข้าวเริ่มอารมณ์ไม่ดีและหงุดหงิดเมื่อแม่เดินทางมาถึงลูกชายก็ต่อว่าแม่เป็นการใหญ่ว่าแม่นำเข้ามาส่งช้าและเขาหิวมากเมื่อแม่นำอาหารมาวางให้เขาดูเขาเห็นว่ากล่องข้าวนั้นมีแค่นิดเดียวทำให้เขานั้นยิ่งโมโหและหงุดหงิดมากขึ้นไปอีกด้วยความโมโหเขาจึงได้ใช้ไม้ที่สำหรับเอาไว้บังคับวัวไถนากระหน่ำตีไปที่แม่ของเขาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดแม่ของเขาก็แน่นิ่งไปส่วนตัวเขานั้น

หลังจากที่เห็นว่าแม่หน้านิ่งไปแล้วจึงกลับมานั่งกินข้าวแต่เมื่อกินแล้วจึงรู้ว่าข้าวที่เห็นว่ามีแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้นเมื่อเขากินเข้าไปเขาก็กินไม่หมดต่อให้เขาพยายามนั่งกินแค่ไหนข้าวที่แม่เตรียมมาให้นั้นก็ยังเหลืออยู่ดีเมื่อกินอิ่มเขาเพิ่งเริ่มรู้สึกผิดว่าเขาทำร้ายแม่มากเกินไปจึงได้ไปจับตัวแม่ดูก็รู้ว่าแม่นะตายแล้ว

ด้วยความเสียใจเขาจึงได้สร้างอนุสรณ์เอาไว้เป็นพระธาตุขึ้นมาซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เรียกว่าพระธาตุก่องข้าวน้อยและนี่คือตำนานที่มีการพูดถึงพระธาตุอ่างทองนั่นเองอย่างไรก็ตามตามประวัติแล้วตรงบริเวณที่มีการก่อสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยนั้นได้มีนักโบราณคดีขุดพบว่ามีศพอยู่ตรงบริเวณดังกล่าวที่สำคัญยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นพวกจานชามถูกฝังเอาไว้อีกด้วย

ซึ่งบริเวณทุ่งที่มีการสร้างพระธาตุก่องข้าวน้อยและบริเวณที่มีการพบศพและจานชามนั้นคือบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ในปัจจุบันนั้นนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง

ตำนานหินตาหินยาย

          ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีหินตาหินยายซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนที่เดินทางไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีและที่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็มีประวัติเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการเกิดหินตาหินยายเอาไว้ด้วยดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่าตำนานของการเกิดหินตาหินยายนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง 

          สำหรับที่ตั้งบริเวณของหินตาหินยายนั้นจะอยู่ตรงบริเวณชายหาดละไมซึ่งถ้าหากเราเดินผ่านร้านค้าเข้าไปก็จะเห็นหินตาหินยายอยู่ทางบริเวณนั้นโดยทางด้านขวามือนั้นจะเป็นหินตาส่วนทางด้านซ้ายมือนั้นจะเป็นหินยาย ซึ่งเป็นตานั้นจะมีลักษณะเป็นเหมือนหินแกรนิตขนาดใหญ่อยู่บริเวณริมทะเลและถูกน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลานาน ซึ่งลักษณะของหินตานั้นจะมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายตั้งชี้ฟ้าอยู่ ส่วนหินยายน้ำจะอยู่ทางด้านซ้ายมือซึ่งก็เป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่มหึมาเช่นเดียวกันโดยลักษณะของหินยายนั้น จะมีลักษณะของผู้หญิงที่มีร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวลงไป

กำลังนอนฮอดตัวลงอยู่ในทะเลหันหน้าให้คลื่นซัดสาดอยู่เป็นระยะ สำหรับตำนานหินตาหินยายนั้นเรากันว่าเมื่อนานมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเป็นตายายชื่อว่าตาเครงกับยายเรียม ซึ่งทั้งสองคนนั้นเป็นชาวปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยทั้งสองคนนั้นกำลังจะเดินทางไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องลาย ให้กับลูกชายของพวกเขาที่ชื่อว่าคง

ซึ่งพวกเขาได้มีการแล่นเรือสำเภาออกไปทางทะเลเพื่อที่จะเดินทางไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง ซึ่งในเรือลำนั้นนอกจากจะมีตายายและลูกชายของเขาแล้วยังมีเพื่อนของลูกชายที่ชื่อว่านายปราบช่วยคัดท้ายเรือไปเป็นเพื่อนด้วย เมื่อเรือมาถึงตรงบริเวณหาดละไมเกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นทำให้เรือนั้นเกิดล่มทรัพย์สินเงินทองที่ขนมาเพื่อที่จะเอาไปขอลูกสาวของตาม่องลายก็จมน้ำหายไปจนหมดสิ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ลูกชายของตายายที่ชื่อว่าคงถูกซัดไปทาง หาดเชิงมนและเขาเสียชีวิตลงล่างของเขานั้นกลายเป็นเกาะกงในปัจจุบันนี้เอง

ส่วนทางด้านนายปราบที่เป็นเพื่อนของนายคงเขาได้เกาะเรือสำเภาของเขาลอยไปทางด้านอ่าวบ้านดอน ซึ่งพอมาถึงบริเวณนี้ปรากฏว่าเรือได้จมลงทำให้นายปราบนั้นเสียชีวิตและกลายเป็นเกาะปราบ ส่วนทางด้านตาเครงกับยายเรียมนั้นถูกคลื่นซัดมาทางหาดละไม ทั้งตาและยายรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและยังกลัวด้วยว่าตาม่องลายจะคิดว่าตนเองนั้นไม่รักษาคำพูด

จึงชักชวนกันอธิษฐานให้มีสัญลักษณ์เกิดขึ้นเพื่อให้แสดงให้ตาม่องลายเห็นว่าพวกตนเองนั้นไม่ได้มีการคิดเบี้ยวและไม่ทำตามที่พูด หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พากันการหายใจและกระโดดน้ำฆ่าตัวตายตรงหาดละไมซึ่งปัจจุบันต่อมาก็กลายเป็น หินตาและหินยายมาจนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลอง