ตำนานผาวิ่งชู้

ตำนานผาวิ่งชู้ ที่บริเวณแม่น้ำปิงจะมีหน้าผาอยู่ที่หนึ่งซึ่งหน้าผาแห่งนี้เรียกว่าผาวิ่งชู้หน้าผาแห่งนี้ได้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องของความรักของเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งกับชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกของอำมาตย์ท่านหนึ่ง

ซึ้งชายหนุ่มคนนั้นได้หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีหน้าตาที่สะสวยงดงาม โดยผู้หญิงคนนั้นคือองค์หญิงที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ซึ้งทั้งชายหนุ่มและองค์หญิงต่างก็รักกันทั้งสองนั้นแอบคนกันมาสักพักแล้ว โดยถึงแม้ว่าทั้งสองอยากจะแต่งงานกันมากเพียงใดก็ทำไม่ได้เพราะว่าชายหนุ่มนั้นมีความร่ำรวยที่ไม่มากพอที่จะคู่ควรต่อเจ้าหญิง ทั้งสองจึงจำเป็นที่จะต้องแอบคบกันอย่างลับๆ

และระหวาดระแวงว่าจะมีคนมารู้เรื่องของพวกเขา โดยยิ่งเวลานั้นผ่านไปมากเท่าไหร่ โอกาศที่พวกเขาจะได้เจอกันก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นชายหนุ่มและหญิงสาวจึงพากันคิดหาวิธีที่จะหลบนี้ไปอาศัยอยู่ด้วยกันที่อื่น พวกเขานั้นคิดมาหลายวันแต่ก็คิดไม่ออก หลังจากผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ชายหนุ่มก็ได้คิดวิธีที่จะหลบนี้ไปที่อื่นกับองค์หญิงได้สำเร็จ

โดยชายหนุ่มนั้นได้เสนอว่า ชายหนุ่มนั้นจะนัดองค์หญิงไปที่ป่าลึก โดยชายหนุ่มนั้นจะขี่ม้าไปรอองค์หญิงในป่าและหลังจากนั้นก็จะเล่าแผนต่อ วันต่อมาองค์หญิงก็ได้รีบออกจากวังและเข้าไปในป่าและเดินทางไปในจุดที่ชายหนุ่มได้นัดเอาไว้และองค์หญิงก็ได้ไปเจอชายหนุ่ม ชายหนุ่มนั้นยืนอยู่พร้อมกับม้าของเขา

โดยชายหนุ่มนั้นได้เล่าแผนต่อว่า จะต้องขึ้นขี่ม้าไปพร้อมกับชายหนุ่มแล้วพวกเขานั้นก็จะขี่ม้าหนีไปที่เมืองอื่นและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่เมืองอื่นและไม่คิดที่จะกลับมาที่นี่กันอีกซึ่งองค์หญิงก็ตอบตกลงที่จะหนีไปจากเมืองแห่งนี้เมื่อทั้งสองนั้นออกไปได้สักพักเมื่อพระราชาตื่นขึ้นในตอนเช้าเมื่อพระราชาหรือว่าองค์หญิงนั้นได้หายไปแล้วและได้ข่าวมาว่าชายหนุ่มก็หายไปเช่นกันราชาจึงคิดว่าทั้งสองนั้นคงจะแอบหนีไปด้วยกันแล้ว

พระราชาจึงรีบสั่งกับทหารทุกนายให้ออกไปจากพระราชวังและตามตัวองค์หญิงมาซะพระราชานั้นเสกให้ทหารรีบออกไปจากวังโดยทั้งหมดและทหารก็ได้ขี่ม้าไปตามรอยเท้าของกีบม้าที่เป็นมาของชายหนุ่มซึ่งสุดท้ายเหล่าทหารก็ได้เจอกับชายหนุ่มในที่สุดโดยชายหนุ่มนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

เพราะพวกเขานั้นขี่ม้ามาจนสุดทางแล้วโดยด้านหลังของพวกเขาก็จะเป็นหน้าผาที่มีหุบเหวลึกมาก ชายหนุ่มไม่สามารถที่จะทำใจได้ที่จะขี่ม้าตรงไปที่หุบเหว องค์หญิงจึงได้ให้เจ้าชายนั้นไปนั่งที่นั่นหลังแทนและองค์หญิงก็ขยับตัวเองไอ้ตรงด้านหน้าของม้าแล้วรีบควบม้าลงไปที่หน้าผาอันสูงชันจนทำให้ทั้งสองนั้นตกลงไปในหน้าผาเมื่อตกถึงพื้นทั้งสองคนก็เสียชีวิตในที่สุด

โดยชาวบ้านนั้นจะได้ทำการ ขาตรงจุดนั้นว่าหน้าผาวิ่งชู้ โดยก็ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุของชื่อคำว่าหน้าผาวิ่งชู้นั้นมาจากอะไร แต่ที่ทางชาวบ้านนั้นได้ตั้งชื่อขึ้นมาก็เพราะว่าพวกเขานั้นตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าทั้งชายหนุ่มและองค์หญิงนั้นรักกันมากเพียงใด

 

สนับสนุนโดย   gclub

กำเนิด Olympus โดย Yoshihisa Maitani

กำเนิด Olympus  นักออกแบบกล้องถ่ายรูปชื่อดังซึ่งคนนี้นั้นเป็นคนเอเชียเป็นคนในวงการกล้องถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงอย่างมากในรอบ 40ปีที่ผ่านมาละคนนั้นก็คือ Yoshihisa Maitani เขานั้นได้เกิดที่เมือง คากาวา ในปี1933โดยเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นนั้นเป็นยุคที่ค่อนข้างมีความรุ่งเรืองและครอบครัวของเขานั้นก็เป็นครอบครัวที่ค่อนข้างจะมีฐานะและพ่อขิงเขานั้นชอบเล่นกล้องสิ่งนี้นั้นเลยเป็นสิ่งที่ทำให้เขาได้มีการคลุกคลีอยู่กับกลไกลที่เกี่ยวกับกล้องต่างๆ

และมีความชอบอย่างมากและจนกระทั้งเขานั้นรู้สึกรักและชอบที่จะประดิษฐ์ของเหล่านี้และในวัย10ของเขานั้น เขาสามารถที่จะประดิษฐ์กล้องที่เป็นของตัวเองขึ้นมาได้โดยเป็นกล้องตระกูล Brownie และเมื่อวลาผ่านไปจนเขานั้นอายุ16ปีเขานั้นได้จดสิทธิบัตรที่เป็นของตนเองมากถึง 4 ฉบับเลยทีเดียวซึ่งสิทธิบัตรนั้นเป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับกลไกลต่างๆของกล้องนั่นเอง

ด้วยความชอบจึงได้มีการสอบเข้ามหาลัยวาเซดะ ณ.กรุงโตเกียวที่มีชื่อเสียงในด้านวิศวะกรรมเครื่องกลและในช่วงมหาลัยนั้นเข้าได้เป็นเจ้าของกล้อง Leica iiiF ซึ่งเทคโนโลยีLeaicaในสมัยนั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีของกล้องฟิล์มที่ถือว่ามีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่ากล้องฟิล์มอื่นๆที่สุดแล้วและเขานั้นได้สัมผัสกบการออกแบบที่มีความยอดเยี่ยม กลไกลของกล้องที่ยอดเยี่ยมและรสนิยมที่ดีอย่างมากของการใช้กล้องฟิล์มและนี่ก็คือพื้นฐานหลักๆที่ทำให้เขานั้นสามารถที่จะออกแบบกล้องในอนาคตและก้าวแรกที่ทำให้เขานั้นเข้าสู่วงการการออกแบบกล้องเมื่อ Eiichi Sakurai คนนี้นั้นเป็นนักออกแบบคนหนึ่งที่อยู่ใน Olympus

โดยคนนี้นั้นถือว่าเป็นคนที่ออกแบบกล้องตัวแรกของ Olympus เลยเมื่อเขาได้เห็นสิทธิบัติของ Yoshihisa Maitani นั้นเขารู้สึดทึ่งกับสิ่งที่ Yoshihisa Maitani คิดมากและเขาได้มีการเสนองานให้กับ Yoshihisa Maitani และเขาก็ได้ตัดสินใจในการเข้าไปทำงานที่บริษัท Olympus เลยนั่นเองเพียงวัย 23 ปีเท่านั้น

ในช่วงสองปีแรกที่ Yoshihisa Maitani ได้เข้าไปทำงานนั้นโดยไม่ได้เป็นการทำงานสะทีเดียวแต่เป็นเหมือนการเข้าไปเรียนรู้งานและเรียนรู้ตำแหน่งที่ตัวเองนั้นจะต้องทำและรับผิดชอบ และหลังจากสองปีก่อนที่เขานั้นจะมีโอกาสได้เริ่มต้นในการทำโปรเจกต์ที่สำคัญ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Mission Impossible เป็นโปรเจกต์ที่ Yoshihisa Maitani ได้เข้าสู่การออกแบบกล้องที่แท้จริงและได้ใช้งานในสิ่งที่เขานั้นได้เรียนรู้

และสั่งสมมาจริงๆ โดย Yoshihisa Maitani นั้นได้ตั้งโจทย์ให้กับตัวเองในการผลิตกล้องว่า เขานั้นจะต้องผลิตกล้องที่มีขนาดเล็กกว่ากล้องที่ Olympus แคยได้ผลิตออกมาและฟีลลิ่งในการใช้งานที่คล้ายคลึงกับ Leica และสามารถช่วยในเรื่องการประหยัดฟิล์มด้วยและ Yoshihisa Maitani นั้นได้ค่อยๆแก้ไขปัญหาทีละขั้นทีละตอนจนเขานั้น

ได้ตัวแบบในการสร้างกล้องแบบ Hafe Frame ขึ้นมาเป็นกล้องที่ช่วยให้สามารถประฟิล์มในการถ่ายได้ถึง1เท่าโดยสามารถถ่ายถึง 72 รูปเลยทีเดียวจนในที่สุดก็สามารถสร้างตัวต้นแบบออกมาได้โดยชื่อว่า Olympus Pen และสามารถผลิตกล้องตัวนี้ได้ในราคา 6,000 เยนและได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงนั้นรวมถึงในปัจจุบันกล้องรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนเล่นกล้องฟิล์มด้วย

 

สนับสนุนโดย  gclub