ตำนานครัมปัส

ตำนานครัมปัส ตามความเชื่อของวันคิดมากที่เด็กๆต่างก็คิดว่าเขานั้นเป็นเด็กดีมากเลยอยากจะได้ของขวัญจากลุงซานตาครอลและได้มีเด็กอยู่ครอบครัวหนึ่งเขาได้เขียนกระดาษเสร็จแล้วก็อธิษฐานและก็เอายัดเข้าไปในถุงเท้าตามความเชื่อแล้วนำเอาไปแขวนไว้ที่ปลายเตียง

ซึ่งปรากฏว่าในตอนคืนนั้นที่เขาได้นอนและได้แขวนถุงเท้าเอาไว้เขามีความรู้สึกเสี่ยวสันหลังขึ้นมาแล้วก็ได้ลุกตื่นขึ้นมาท่วมกลางดึกปรากฏว่าเขานั้นได้เห็นเงาประหลาดปรากฏอยู่ที่ปลายเตียงเขาจึงได้กระโกนทักไปว่า ใช่คุณลุงซานตาหรือเปล่าที่เอาของมาให้ผมขอบคุณครับที่เอาของมาให้ผมอยากได้ของหลายอย่างเลยอย่าให้ขาดแม้แต่ชิ้นเดียวนะครับขอบคุณมากๆเลย

นอกากนี้หลังจากที่ได้สิ้นเสียงคำพูดเหล่านั้นเงาที่อยู่ตรงปลายเตียงก็ได้เดินออกมากระทบกับแสงที่ส่องเข้ามาจากกระจกปรากฏสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันไม่ใช่คุณลุงซานตาครอลแบบที่ในตำนานที่เขานั้นเคยได้ยินแต่กลายมาเป็นปีศาจแพะที่มีรูปร่างน่าตาน่ากลัวได้ถือถุงดำและกระบองอันใหญ่ยืนอยู่ต่อหน้าเขานั่นเองเด็กคนนั้นพอเห็นก็ตกใจอย่างแรงกำลังจะร้องโวยวายออกมาแต่เขาไม่สามารถที่จะร้องโวยวายออกมาได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเขานั่งร้องไห้แบบเงียบๆน้ำตาไหลไปเลื่อย

เนื่องจากเจ้าปีศาจพะตัวนี้ก็ได้ยื่นหน้าเข้ามาหาเด็กใกล้ๆพร้อมกับพูดว่าอยากได้ของขวัญใช่ไหมนี่ไงเอามาให้แล้วเด็กคนนั้นเขาก็ได้ถามในใจว่าไม่เอาแล้ว

กลับไปเถอะเรากลัวแล้วเราขอโทษปีศาจแพะเขาสามารถที่จะอ่านใจของมนุษย์ได้เขาก็เลยตอบเด็กคนนั้นไปว่ามากลัวเราทำไมไหนบอกว่าอยากได้ของขวัญไงแล้วทำตัวเป้นเด็กไม่ดีทำไมล่ะเด็กคนนั้นก็ได้แต่ขอโทษแล้วก็สัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี

เมื่อปีศาจแพะเขาได้ยินแบบนั้นเขาก็บอกว่าสิ่งที่เจ้าขอมาและสิ่งที่เจ้าทำไปนั้นมันค่อนข้างที่จะไม่คู่ควรกันเลยฉะนั้นแล้วหากเจ้ายังกลับตัวไม่ดีอีกปีหน้าข้าจะมาเอาเจ้าไปที่นรกแล้วจะให้ดูว่าเด็กที่ไม่ดีแล้วชอบทำร้ายร่างกายพ่อแม่ชอบดุดด่าชอบทำร้ายคนอื่นจะต้องเจออะไรในชีวิตหลังความตายถ้าเจ้าไม่กลัวก็แล้วแต่เจ้าแต่ถ้าเจ้ากลัวก็จงปรับตัวสะ

ดังนั้นหลังจากที่สิ้นเสียงนั่นเด็กคนนั้นก็สลบไปตื่นเด็กคนนั้นคิดว่ามันเป็นเพียงความฝันคงไม่ใช่เรื่องจริงเด็กคนนั้นเลยรีบลุกขึ้นมาแล้วไปดูถุงเท้าที่อยู่ปลายเตียงแล้วเอามือไปจับปรากฏว่ากระดาษที่เขียนไว้หายไปแต่กลับมีอย่างอื่นใส่ไว้ในถุงเท้านั้นแทนและของสิ่งนั้นก็คือรูปปีศาจที่เจอเมื่อคืนนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บาคาร่าออนไลน์

เปรตหัวลำโพงหรือThe Siren Headมีตัวตนบนโลกจริงๆหรือเปล่า

เปรตหัวลำโพง เวลาที่เราได้พูดถึงสิ่งมีชีวิตลึกลับหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นปริศนาบนโลกของเราต้องขอบอกเลยว่ามันมีอยู่เยอะแยะมากมายถ้าจะให้เรายกตัวอย่างๆคร่าวๆสิ่งที่หลายๆคนรู้จักกันก็จะเป็นพวกยักษ์ฮอบบิทหรือจะเป็นแฟรี่สิ่งงเหล่านี้มันคือสิ่งที่เป็นปริศนาและยังไม่สามารถหาคำตอบได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งยังได้มีการพบเจอข้อมูลบางสิ่งเหล่านี้อยู่บ่อยครั้งมากด้วยแต่เราอยากจะบอกว่ามันยังได้มีอีกหนึ่งหัวข้อที่คนให้ความสนใจเยอะมากและหลายๆคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าสิ่งๆนี้มีคนเคยพบเจอและเคยถูกสิ่งๆนี้จู่โจมมาแล้วก็มีเช่นกันโดยสิ่งมีชีวิตตนนั้นที่เรากำลังจะพูดถึงตรงนี้นั่นก็คือThe Siren Headหรือเปรตหัวลำโพงนั่นเอง

สำหรับเจ้าThe Siren Headที่เราได้พูดถึงกันตรงนี้ถ้าหากเอาตามข้อมูลเกี่ยวกับรูปร่างของมันเขาได้มีการบันทึกเอาไว้ว่าเปรตหัวลำโพงหรือว่าThe Siren Headตัวนี้มันได้มีรูปร่างที่สูงใหญ่มากแต่แขนขาแบนราบและแห้งเหมือนต้นไม้เลยมีมือและเท้าที่แบนใหญ่มาก

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญก็คือมันมีหัวเป็นรูปลำโพงที่มันพร้อมที่จะปล่อยเสียงเตือนอยู่ตลอดเวลานั่นเองและThe Siren Headตรงนี้มันก็ยังได้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของความสามารถของมันและวิธีการล่าเหยื่อของมันอยู่เจ้าเปรตหัวลำโพงตัวนี้หรือThe Siren Headจะทำให้เหยื่อกลัวโดนการหลอกหลอนได้เสียงไซเรนที่มันได้ปล่อยออกมา

เนื่องจากนี้ยังรวมไปถึงรูปร่างที่ใหญ่โตและได้ไล่ตามเหยื่อจนทำให้เหยื่อนั้นเกิดความกลัวและเปรตหัวลำโพงตัวนี้จะเปลี่ยนความกลัวให้กลายมาเป็นความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจว่ากันว่าหากใครที่กลัวเจ้าเปรตตัวนี้มากๆในขณะที่เจอมันก็อาจจะทำให้คนๆนั้นเสียสติไปเลยและไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้และสุดท้ายก็อาจจะถูกเจ้าเปรตตัวนี้สังหารคู่กับจับกิน

เพราะฉะนั้นข้อมูลตรงนี้ได้ให้การชัดเจนแล้วว่าเหยื่อของเปรตหัวลำโพงตัวนี้นั่นก็คือมนุษย์นั่นเองโดยประวัติในการพบเจอเจ้าเปรตหัวลำโพงตัวนี้ครั้งแรกสุดมีบันทึกเอาไว้ในประมาณปี1960และข้อมูลตรงนี้ได้เป็นคำให้การณ์ของคนที่ได้พบเจอเจ้าเปรตหัวลำโพงตัวนี้เขาได้บอกเอาไว้ว่า

ซึ่งในที่สหรัฐอเมริกาในปี1966ได้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเขาได้ไปเที่ยวและการไปเที่ยวครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะปกติและไม่มีอะไรแต่พอมาถึงจุดหนึ่งที่พวกเขาขับรถไปและเจอพื้นที่หนึ่งที่เป็นพื้นที่ฝังศพและลงไปถ่ายรูปนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่าออนไลน์