ความเชื่อส่งผลต่องานศิลปะโดยตรง 

อย่างที่รู้กันว่าความเชื่อทางศาสนาแนวคิดต่างๆทางด้านภูตผีหรือความเชื่อหลังความตาย เป็นสิ่งหนึ่งที่จิตรกรหรือศิลปินต่างๆมักหยิบยกขึ้นมาเขียนเป็นรูปแบบต่างๆ การเปลี่ยนแปลงทางความคิดหรือการนำเสนอผลงานต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้นำมาสู่รูปแบบที่มีการพัฒนาโครงสร้าง ทางสังคมหรือแนวคิดต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมออย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ต่างๆ

หรือการนำเสนอผลงานต่างๆส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบของศิลปะในยุคปัจจุบัน ที่มีความต้องการในการศึกษาเรื่องราวต่างๆหรือแม้จะเป็นแนวคิดต่างๆที่ดีมากยิ่งขึ้นความหมายของการศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆเหล่านี้ก็คือ มนุษย์มีความต้องการในการศึกษาเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด

ก็ตามเพราะว่าในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้นมามักมีการจดบันทึก ไม่จดบันทึกด้วยตัวอักษร ก็จะเป็นคำบอกเล่า หรือแม้แต่จะเป็นการตกทอดของมรดกต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรม และงานศิลปะอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้มนุษย์มีการสืบทอดเรื่องราวต่างๆทางความเชื่อและความคิดต่างๆศาสนาต่างๆมีเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้นำศิลปะมาสู่ในการพัฒนา จิตใจผู้คนเพราะงานศิลปะต่างๆคือการนำความเชื่อทางความคิดหรือแม้แต่จะเป็นศาสนาต่างๆ

ที่มีการเรียนรู้ว่าเมื่อศาสนากับศิลปะรวมกันแล้วก็จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นยุคคริสเตียนซึ่งเป็นยุคที่มีการฟื้นฟูทางศาสนาค่อนข้างเยอะจึงทำให้งานศิลปะในยุคนั้นเกี่ยวเนื่องกับพระเจ้า หรือแม้แต่จะเป็นคัมภีร์ไบเบิลตัวละครต่างๆถูกนำมาทำงานศิลปะมากมาย

การเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารต่างๆทางความเชื่อความคิดต่างๆเหล่านี้ที่ถูกพัฒนาและถูกปรับเปลี่ยนอยู่เสมอจึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึง รูปแบบงานต่างๆเหล่านี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญที่รูปแบบทางความคิดหรือแม้จะเป็นลักษณะสำคัญทางการพัฒนาการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีการนำเสนอรูปแบบทางความคิดมากมายไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอทางภาพ เสียง งานประติมากรรมต่างๆรูปแบบต่างๆที่มีอยู่ปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่ทำงานเกี่ยวกับศาสนาอยู่ จึงทำให้ศิลปะในยุคต่างๆมีลักษณะที่แตกต่างกันแต่ในยุคคริสเตียนที่ได้รับอิทธิพลทางความเชื่อค่อนข้างเยอะมีอิทธิพลอย่างมากกับศิลปะในยุคนั้นโดยตรงซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและศาสนาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

อย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันการเรียนรู้โครงสร้างในการใช้ชีวิตต่างๆหรือรูปแบบในการใช้ชีวิตต่างๆที่มีการพัฒนาและมีการปรับเปลี่ยน นำมาสู่ซึ่งศิลปะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาทางรูปแบบต่างๆหรือแม้จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างในการทำงาน อุปกรณ์และการนำเสนองานต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาทำให้การเรียนรู้ต่างๆทางด้านศิลปะที่มีการพัฒนาต่างๆเหล่านี้มีการเติบโตที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet

ตำนานแม่นาคพระโขนง

 สำหรับเรื่องราวของแม่นาคพระโขนงนั้นเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีซึ่งเรื่องราวของแม่นาคนั้นเป็นเรื่องราวความรักที่หญิงสาวคนหนึ่งที่มีความซื่อตรงต่อชายคนรักของตนเองโดยตำนานนั้นล่ะว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่านาคเธอได้แต่งงานกับชายคนรักของเธอที่ชื่อว่ามากซึ่งหลังจากแต่งงานด้วยกันไม่นานหญิงสาวก็ตั้งครรภ์ส่วนชายคนรักของเธอนั้นถูกทางการเรียกให้ไปเกณฑ์

ทหารหลังจากที่ฝ่ายชายไปเป็นทหารหญิงสาวก็เฝ้ารอสามีของตนเองอยู่ที่ท่าน้ำหน้าบ้านทุกวันจนในวันหนึ่งนางนาคนั้นปวดท้องจะคลอดลูกแต่เนื่องจากเด็กไม่ยอมกลับหัวจึงทำให้เธอนั้นคลอดลูกแล้วเสียชีวิตเนื่องจากว่าเสียเลือดมากเพราะในสมัยโบราณนั้นยังไม่มีโรงพยาบาลและยังไม่รู้ถึงวิธีการผ่าคลอดหลังจากที่นางนาคเสียชีวิตจากการคลอดลูกชาวบ้านก็พากันนำศพของนางนากไปฝังไว้หลังบ้านของนางนากเอง

แต่นับตั้งแต่นางนาคเสียชีวิตลงชาวบ้านก็พากันหวาดกลัวเมื่อตกเวลากลางคืนทุกคนมักจะได้ยินเสียงร้องของนางนาคเรียกชื่อพี่มากและบางคนหากมีการพายเรือมาในช่วงพลบค่ำผ่านหน้าบ้านของนางนาคก็มักจะเห็นวิญญาณของนางนาคยืนอุ้มลูกยืนเฝ้ารอคอยสามีกลับมาบ้านหลังจากที่หมดช่วงของการเกณทหารก็หน้าก็เดินทางกลับมาที่บ้านและมาเจอกับวิญญาณของนางหน้า

ซึ่งพี่มากนั้นไม่รู้ว่านางนากนั้นเสียชีวิตแล้วจนชาวบ้านได้พากันมาเล่าให้พี่มากฟังว่านางหน้าเสียชีวิตจากการคลอดลูกในตอนแรกนั้นเขาไม่เชื่อจนชาวบ้านบอกให้สังเกตซึ่งพี่มากสังเกตด้วยการที่มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำอยู่นั้นปรากฏว่านางนาคที่กำลังทำกับข้าวด้วยการตำน้ำพริกอยู่บนบ้านทำมะนาวร่วงลงมา

ซึ่งพี่มากเห็นกำลังจะไปหยิบให้แต่นางนากไม่รู้ว่าพี่มากอยู่ตรงนั้นจึงได้ยื่นแขนลงมาหยิบมะนาวทางที่ตนเองนั้นอยู่บนบ้านทำให้พี่มากเห็นว่านางนากนั้นเป็นผีจริงๆหลังจากนั้นพี่มากจึงได้วางแผนที่จะหนีจากหนังหน้าด้วยการบอกนางนากว่าจะลงมาเข้าห้องน้ำหลังจากนั้นก็แอบปล่อยน้ำให้น้ำไหลทำเหมือนว่าตนเองกำลังยืนฉี่แต่แท้ที่จริงแล้วพี่มากได้หลบหนีไปที่วัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อนางนากรู้ว่าพี่มาหลบหนีจึงได้ออกตามหาและนางนาคทำไมได้ไปตามที่มากที่วัดมหาบุศย์แต่พี่มากไม่ยอมกลับนางนาคจึงออกอาละวาดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนมีหลวงปู่ท่านหนึ่งช่วยมาปราบผีแม่นาคให้และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านพระโขนงจึงอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขซึ่งปัจจุบันนี้ที่วัดพระขโนงจะมีศาลของย่านาคพระโขนงที่ชาวบ้านต่างพากันเคารพนับถือและมากราบไหว้ขอพรกันอยู่เป็นประจำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

ตำนานวัดปทุมคงคา 

      ตำนานวัดปทุมคงคา       สำหรับวัดปทุมคงคานั้นปัจจุบันนี้อยู่ในเขตสัมพันธวงศ์ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีอายุยาวนานมาหลายร้อยปีเป็นวัดเก่าแก่ที่มีการสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและว่ากันว่าที่วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่นี่ใช้สำหรับประหารชีวิตของคนในสมัยโบราณหลังจากนั้นจึงถูกนำพื้นที่ดังกล่าวมาสร้างเป็นวัดในกรุงเทพฯนั่นเองซึ่งที่วัดแห่งนี้แต่เดิมนั้นการประหารชีวิตนั้นจะใช้การประหารชีวิตด้วยการตัดหัวและการใช้ท่อนจันทุบหัว

โดยนักโทษที่จะถูกประหารชีวิตที่วัดแห่งนี้จะเป็นนักโทษทั่วๆไปตลอดไปจนถึงนักโทษในชั้นเจ้านายเลยทีเดียว แต่เดิมนั้นวัดแห่งนี้ชื่อว่าวัดสำเพ็ง ซึ่งมีลักษณะของวัดที่มีความทรุดโทรมเป็นอย่างมากจนได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงได้มีพระราชทานชื่อให้กับว่าสำเพ็งนี้ใหม่ว่าชื่อวัดปทุมคงคา

จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 วัดปทุมคงคาแห่งนี้ก็ทรุดโทรมใหม่อีกครั้งหนึ่ง พระองค์จึงได้ทรงอนุญาตให้มีการปรับปรุงวัดนี้อีกครั้งหนึ่งแต่เนื่องจากใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะเสร็จก็เกือบขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 นั่นเอง ซึ่งในสมัยนั้นได้มีการเพิ่มยกพระพุทธรูปให้สูงขึ้นเพื่อให้ดูสง่างามมากยิ่งขึ้นและพระพุทธรูปองค์นั้นก็ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง

ส่วนตำนานของความน่ากลัวที่ชาวบ้านเล่าสืบสานต่อกันมานั้น คือความน่ากลัวของต้นอโศกผีสิงซึ่งชาวบ้านบอกกันว่าต้นอโศกนี้ถูกตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ซึ่งในช่วงยุค 2400 ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็เล่าลือเหมือนกันหมดว่าพวกเขาเห็นใครบางคน มักจะเดินหายเข้าไปในต้นอโศกใหญ่ต้นนั้นและต้นอโศกต้นนั้นก็ยังเป็นที่ที่คนมักจะไปผูกคอตายทำให้กลายเป็นต้นอโศกที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว

และนั่นคือสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ชาวบ้านนั้นไม่กล้าเดินเข้ามาทำบุญที่วัดปทุมคงคาจนเป็นสาเหตุให้วัดปทุมคงคานั้นทรุดโทรมนั้นเอง ดังนั้นทางวัดจึงได้ตัดสินใจที่จะโค่นต้นอโศกยักษ์นี้ออกไปในปีพศ. 2495 และหลังจากต้นอโศกยักษ์นี้ถูกโค่นไปแล้วทั้งวันก็ได้มีการสร้างวิหารเล็กๆมาทับเอาไว้และนำหลวงพ่อขาวมาประดิษฐานเพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ

และหลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็ไม่เคยเห็นวิญญาณชายคนดังกล่าวนั้นอีกเลย ปัจจุบันวัดปทุมคงคานั้นเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเป็นวัดที่ผู้คนมักจะไปทำบุญกันไม่ขาดสายโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆชาวบ้านก็จะพากันไปทำบุญและกราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปภายในบริเวณวัด

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet